มะนุดชอบให้ความกลัวเป็นใหญ่ กลัวผี
กลัวสัมภเวสี กลัวพลังงานลบ
กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น
ทั้งที่เอาดีๆ ก่อนเขาตุย เขาก็เคยเป็นมะนุดเหมือนเรา
แล้วทำไมพอตุยไปแล้ว เราถึงรีบยกตำแหน่งให้เขา
เหมือนเขามีพลังเหนือกว่าเราทันที?
ถ้าเขาเก่งกว่า สูงกว่า มีอำนาจเหนือกว่าชีวิตขนาดนั้น
เขาคงไม่ติดอยู่ในภพนั้นหรอก!!
ผีมีจริงไหม?
มี!!
พลังงานมีจริงไหม
มี!
แต่คำถามคือ
เราจำเป็นต้องกราบทุกค รั้งที่สัมผัสได้เหรอ?
การรู้ว่ามี
ไม่จำเป็นต้องให้ค่า
การเห็น
ไม่จำเป็นต้องเปิดช่อง
การสัมผัสได้
ไม่จำเป็นต้องยอมให้มันขึ้นมานั่งบนหัว
บางอย่างไม่ได้มีพลังมาก
แต่มะนุดเป็นคนเอาพลังตัวเองไปส่งให้มันเอง
กลัวจนมันใหญ่
เชื่อจนมันหนา
คิดซ้ำจนมันมีตัวตน
แล้วสุดท้ายก็เรียกสิ่งนั้นว่า
พลังงานแรง
แล้วยกคำคมสุดฮิตที่พูดต่อกันมาว่า ....
((ไม่เชื่ออย่าลบหลู่))
ทั้งที่จริงๆ
มันแรงเพราะเรานี่แล่ะเลี้ยงมันด้วยความกลัว
นี่ไม่ใช่การลบหลู่ แต่ไม่ได้ให้ค่าเลย
นี่คือการไม่ยอมให้สิ่งใด
มีอำนาจเหนือจิตตัวเอง มะนุดผู้ออกตัวเสมอว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ แต่จิ้งจกทัก ก็กลัวว่าจะซวย🙄
เห็นได้
รู้ได้
แต่ไม่ต้องกลัวจนเสียศูนย์
เพราะบางที
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่ผี
แต่คือมะนุดที่ยอมมอบพลัวให้ความกลัว
แล้วเรียกมันว่า “เซนส์”แรง
ผมขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับความกลัวเรื่องผีและพลังงานลบที่เคยผ่านมานะครับ ก่อนหน้านี้ผมก็เคยกลัวสัมผัสสิ่งที่มองไม่เห็น กลัวผี กลัวพลังงานลบมากจนบางครั้งทำให้เสียสุขภาพจิตและใช้ชีวิตอย่างไม่สบายใจเลย แต่สิ่งที่เปลี่ยนมุมมองของผม คือการตระหนักว่าความกลัวเป็นเพียงพลังงานที่เราให้ค่าและขยายมันเอง เมื่อผมหยุดคิดจินตนาการบวกความกลัวมากเกินไป กลับรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเอง และแม้จะเห็นหรือสัมผัสอะไรบางอย่าง ก็ไม่ได้นำมันมาเป็นอำนาจควบคุมจิตใจ ความรู้สึกกลัวบางครั้งถูกมองว่าเป็น 'เซนส์แรง' หรือ 'พลังงานแรง' ที่มีอำนาจปกครองจิตใจเราได้ แต่แท้จริงแล้ว พลังนั้นใหญ่ขึ้นจากเราเองที่ให้น้ำหนักและความหมายกับมัน บางทีพลังงานเหล่านี้ไม่ได้แรงอย่างที่คิด หากแต่เราส่งผ่านความกลัวจนมันกลายเป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัว ผมแนะนำให้ลองฝึกการรับรู้โดยไม่ตัดสิน เหมือนการเฝ้าดูความกลัวจากระยะห่าง ไม่ยอมให้มันควบคุมพฤติกรรมหรือความคิด ทำให้จิตใจมีสมดุลและมั่นคงขึ้น นอกจากนี้ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคนที่เข้าใจคุณก็ช่วยลดความกลัวและเสริมสร้างความมั่นใจได้ดี แม้ภายนอกโลกนี้จะมีผีหรือพลังงานจริง แต่เราไม่จำเป็นต้องยกตำแหน่งหรืออำนาจให้กับสิ่งเหล่านั้น การไม่ยอมให้ความกลัวครอบงำคือการรักษาศูนย์กลางจิตใจให้มั่นคง และเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความไม่แน่นอนในชีวิตอย่างสงบสุข ดังนั้น การรู้และยอมรับว่ามีผีหรือพลังงานลบนั้นโอเค แต่การไม่ปล่อยให้ความกลัวอาศัยในใจเราคือสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพครับ


