Category: Living Art l Eastern Philosophy (China) l Yin Yang (Yin Yang)
Why would you smile inside and cry?
Let's learn how to embrace sadness with the core.
"Yin Yang" and Mimi.
Who's getting tired of making a picture of "I'm okay."
"I'm happy" all the time?
Trying to be positive all the time (Toxic Positivity)
May be hurting us
Today, Mimi takes a look at the view of Chinese philosophy on
"Yin Yang" (Yin Yang)
There is nothing white or black in this world.
In the darkest...There's still a light point.
In the bright light...There's still a little black spot hidden.
(Scroll through the picture of Nong Mimi hugging his own dark side in the album)
Sadness, fear, weakness...Not "culprit."
That must be disposed of, but part of "humanity."
Complete.
Without night, how do we know how beautiful the day is?
Allow yourself some "not okay."
A rainy day in my heart...Just spread the umbrella and wait for it to pass.
You don't have to force yourself to sunshine all the time.
Hold yourself tightly on both good and bad days.
Mimi believes in everyone ^ _ _ _ _ _ ^
การฝืนยิ้มทั้งที่ภายในอยากร้องไห้บ่อยครั้งเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเจอ การยิ้มอย่างเต็มใจอาจช่วยให้ดูเข้มแข็ง แต่ถ้าเราพยายามปิดบังความรู้สึกเศร้า กลัว หรือความเจ็บปวดทางใจไว้ตลอดเวลา ก็จะกลายเป็นกับดักของพลังบวกที่เป็นพิษ (Toxic Positivity) ที่ทำให้เราไม่สามารถดูแลใจของตัวเองได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันพบว่าการยอมรับความเป็นมนุษย์ที่มีทั้งด้านสว่างและมืดนั้นช่วยให้ความรู้สึกหนักหน่วงภายในใจเบาบางลงมาก ปรัชญาหยิน-หยางสอนว่าในแสงสว่างยังมีความมืด และในความมืดยังมีแสงสว่างเสมอ ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าความเศร้าไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์แบบในชีวิต เมื่อครั้งที่ฉันรู้สึกเหนื่อยกับการพยายามแสร้งทำเป็นว่า "ฉันโอเค" อยู่ตลอดเวลา การนำแนวคิดหยิน-หยางมาปรับใช้ช่วยให้ฉันเลิกกดดันตัวเองและอนุญาตให้รู้สึก "ไม่โอเค" ได้โดยไม่ต้องมีความรู้สึกผิด การโอบกอด "เงามืด" ในจิตใจไม่ใช่การแพ้ แต่เป็นการรักตัวเองในแบบที่แท้จริง ทั้งในวันที่สุขและวันที่ทุกข์ ปรัชญานี้ทำให้ฉันตระหนักว่าการยอมให้ตัวเองเจ็บปวดบ้างเป็นเรื่องธรรมชาติ และไม่ต้องรีบร้อนหรือพยายามปกปิด นอกจากนี้ ฉันยังได้เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดและความเศร้านั้นเปรียบเหมือน "ฝนตก" ซึ่งจะนำมาซึ่ง "รุ้ง" หรือช่วงเวลาที่สดใสในชีวิตถัดไป การกางร่มให้ตัวเองในวันที่ฝนตกและอดทนรอให้ผ่านพ้นไปด้วยความใจเย็นเป็นการฝึกฝนที่จะทำให้สมดุลใจดีขึ้น จากนี้ไป ฉันเชื่อว่าการรู้จักหยินหยาง จะช่วยสร้างความเข้าใจและสมดุลทางอารมณ์ได้ดีขึ้น ทั้งยังเป็นศิลปะการใช้ชีวิตที่ช่วยให้เราอยู่ร่วมกับความเปราะบางและความเข้มแข็งของตัวเองได้อย่างมีความสุขมากขึ้น





