Automatically translated.View original post

Drink Secrets Ep.8: How did this name cappuccino come?

3/27 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชว่า “cappuccino แปลว่าอะไร” แล้วมักได้คำตอบสั้นๆ ว่าเป็น “กาแฟนมมีฟอง” ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ยังไม่ครบค่ะ เพราะคำว่า Cappuccino จริงๆ แล้วมีที่มาจากคำว่า “Capuchin friars” (นักบวชนิกายคาปูชิน) ที่สวมชุดคลุมสีน้ำตาลอ่อนๆ โทนเดียวกับ “สีของคาปูชิโน่” เวลาเอาเอสเพรสโซผสมกับนมและโฟมนม จึงตั้งชื่อเครื่องดื่มให้โยงกับภาพจำของชุดนักบวช ถ้าให้แปลแบบจับใจความง่ายที่สุดในมุมคนดื่มกาแฟ: Cappuccino = กาแฟนมที่เน้น “โฟมนม (foam)” เด่นกว่าเมนูลาเต้ เลยทำให้เวลายกดื่มจะได้สัมผัสนุ่มๆ ฟูๆ ที่ปาก และกลิ่นกาแฟยังชัดอยู่พอสมควร แล้วทำไมคาปูชิโน่บางร้านมีฟองบ้าง ไม่มีฟองบ้าง? จากที่เคยลองสั่งหลายที่ เราพบว่ามันเกิดได้จาก 3 เหตุผลหลักๆ 1) สไตล์ร้าน: บางร้านทำคาปูแนวอิตาเลียน จะเน้นฟองหนา เนื้อโฟมแน่น (microfoam) บางร้านทำแนวสมัยใหม่อาจใกล้ลาเต้ขึ้น ฟองบางลง 2) การสตีมนม: ถ้าช่วง “เติมอากาศ” (stretching) ทำเยอะ ฟองจะหนา ถ้าทำสั้นๆ หรือคุมอุณหภูมิ/มุมหัวสตีมต่างกัน ฟองจะบาง 3) ชนิดนม: นมวัวโปรตีนสูงจะขึ้นฟองสวยกว่า นมพืชบางชนิดขึ้นฟองยากหรือแตกตัวง่าย ทำให้ดูเหมือนไม่มีฟอง ทริคเล็กๆ ถ้าอยากเช็กว่าแก้วนั้น “คาปูชิโน่” ในความหมายที่คนส่วนใหญ่คาดหวังไหม: ดูชั้นโฟมด้านบนว่ามีความหนาและเนียนหรือเปล่า (ไม่ใช่ฟองหยาบๆ ใหญ่ๆ) และเวลาจิบควรรู้สึกถึงความนุ่มของโฟมนำมาก่อน สุดท้าย ถ้าถามว่า cappuccino แปลว่าอะไรในชีวิตจริงสำหรับเรา: มันคือกาแฟที่บาลานซ์ระหว่างความเข้มของเอสเพรสโซกับความนุ่มของนม โดยมี “ฟอง” เป็นพระเอก และชื่อที่ได้แรงบันดาลใจจากนักบวช Capuchin นี่แหละ ทำให้เมนูนี้ยิ่งมีเสน่ห์กว่าแค่กาแฟนมธรรมดาค่ะ