“ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดี และเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทย
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใด คนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทยเสมอ”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านไปประทับอยู่ด้วยกันบนท้องฟ้า เหมือนที่ข้าพเจ้าเคยเห็น ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ ในทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามที่จะทำ ข้าพเจ้ามีค วามสุขเล็กๆอยู่ในหัวใจและมีช่วงเวลาในความทรงจำที่จะเป็นแรงบรรดาลใจให้ข้าพเจ้าพยายามทำอยู่เสมอ #ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยด้วยวัฒนธรรม #ป้าปุ๋ยนางรําพาเที่ยว #คณะไทยมีดี #thaimedee #ป้าปุ๋ยสะดวกฟ้อนทุกที่
“...จะทำงานทำการอะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยร่างกายมันก็เมื่อยกาย แต่ถ้าทำด้วยใจจะว่าเมื่อยใจ มันหนักใจ มันเหนื่อยใจ มันเป็นไปได้
ฉะนั้น การทำงานทำการ ถ้าทำด้วยความร่าเริงใจที่จะทำงานทำการ ความเมื่อยนั้นจะหมดไป ความเหนื่อยจะไม่มี หรือมีแล้วเราก็ไม่รับ
เพราะว่าความเมื่อยของกายความเหนื่อยของใจนั้นมันมีเสมอ แต่ถ้าเราไม่รับมันจะไปไหน มันก็ไม่มี มันเ กิดเมื่อยขึ้นมาแล้วก็หายไป
ฉะนั้น การที่จะทำงานให้ดีก็ต้องมีความร่าเริง ความตั้งใจที่จะทำ เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ต้องมีความอดทนเหนียวแน่น...”
พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2523�
”...ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จ ลุล่วงด้วยความรู้ความสามารถด้วยความจริงใจ พร้อมใจ และความเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน ผลการปฏิบัติของแต่ละคน แต่ละฝ่าย จักได้ ประกอบ และส่งเสริมกัน เป็นความมั่นคงวัฒนา ของ ประเทศชาติ...“
”... ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ ผู้ใดมี ภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลัง ความ สามารถ ความบริสุทธิ์ใจ และด้วยความปรารถนาดีต่อกัน“
ความตอนหนึ่ง ในพระราชดำรัส
@nalinthakittiwan
@nalinthakittiwan
@nalinthakittiwan
พระบรมราโชวาทที่ได้รับการถ่ายทอดไว้ในบทความนี้ ถือเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งและทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับคนไทยทุกคนที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติให้ยั่งยืนและมั่นคง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลกนี้ก็ต้องระลึกเสมอถึงความสำคัญของความเป็นไทยและรับผิดชอบในการส่งต่อคุณค่าดังกล่าวอย่างเต็มที่ นอกจากการรักษาความเป็นไทยแล้ว พระราชดำรัสยังเน้นถึงแนวทางในการทำงานด้วยจิตใจที่ร่าเริงและตั้งใจทำอย่างเต็มกำลัง ซึ่งเป็นหลักการที่นำไปสู่ผลสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ทั้งนี้เนื่องจากความเหนื่อยล้าเมื่อทำงานด้วยใจสามารถบรรเทาได้หากเราปฏิบัติงานด้วยความสุขและความตั้งใจจริง ความอดทนจึงเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้สามารภผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ในยุคสมัยที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้ความสามารถและความเมตตาต่อกันจึงเป็นหัวใจสำคัญในการร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์ความมั่นคงและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า นอกจากจะต้องเร่งรีบทำงานให้สำเร็จแล้ว แนวคิดความบริสุทธิ์ใจและความปรารถนาดีต่อกันจะช่วยหนุนเสริมให้ผลการปฏิบัติงานของแต่ละคนรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ดังนั้น เป็นต้นแบบจากพระบรมราโชวาทนี้จึงไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตและทำงานตามหน้าที่ แต่ยังเป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยกระตุ้นให้คนไทยทุกคนมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและของชาติในระยะยาว พร้อมทั้งรักษาเสน่ห์และศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ให้สูญหายไปกับกาลเวลา การนำคำสอนดังกล่าวไปใช้จริงในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือ ความเมตตา และความตั้งใจ ทำให้บุคคลและสังคมก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็งและมั่นคงอย่างแท้จริง



