จัดระเบียบชีวิตรับปีใหม่ ด้วย Plan Joy

ฮัลโหลวทุกคน 😍 ห่างหายไปนาน วันนี้กลับมาพร้อมกับ ตัวช่วยจัดการงาน กิจกรรม อีเว้นท์ต่างๆ ให้ง่ายขึ้น กับ Plan Joy ค่ะ 😍 บอกเลยว่าคนที่ตกเป็นทาสให้กับความน่ารักหนีไม่พ้นแน่นอนค่ะ 😆

✨เหมาะสำหรับ:

Plan Joy เป็นแอพลิเคชัน To do list ที่รวมเอาฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการเรื่องงาน เพิ่มการโฟกัส👍🏻 เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แถมฟีเจอร์หลายๆตัว ก็เปิดให้ใช้ฟรี โดยไม่ต้องเสียเงินกด subscrib เลย 😍 ซึ่งส่วนตัวจากที่ใช้มา ก็มองว่าค่อนข้างครอบคลุมการใช้งานหลักๆ แล้วละคะ

ซึ่งทั้งหมดนั้นทำให้ Plan Joy เหมาะกับทุกคนเลย

ไม่ว่าจะเป็น

✅นักเรียน

✅วัยทำงาน

หรือวัยไหนๆ ก็ใช้งานได้ง่ายมากๆเลยละค่ะ

😍ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีแรกๆเลยที่มาเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น ฟีเจอร์ตัวช่วยการทำงานที่มาอัดแน่น 👍🏻 ชนิดที่ว่าแอพเดียวจบได้เลย เพราะมีทั้ง Pomodoro 🍅,To do list🗒️, Reminder ไปจนถึงปฏิทิน📅 ที่สามารถเชื่อมต่อกับปฏิทินหลักที่เราใช้ ทำให้ไม่พลาดทุกนัดสำคัญ และวันพิเศษ ที่สำคัญมีไดอารี่ด้วยนะ 📖 สายชอบเก็บบันทึกเรื่องราวต่างๆ ก็จดกันได้แบบมันส์ๆเลย 👍🏻

นอกจากนั้นตัวแอพ ยังช่วยจัดลำดับความสำคัญให้เราอีกด้วยนะ โดยแอพจะแบ่งออกเป็น 4 ช่อง ประกอบด้วย

🟡 ด่วน-ไม่สำคัญ

🔴ด่วน-สำคัญ

🟢ไม่ด่วน-ไม่สำคัญ

🟣 ไม่ด่วน-สำคัญ

ซึ่งพอมีอันนี้แล้วเนี่ย ทำให้เรามองเห็นภาพรวม และจัดลำดับงาน หรือกิจกรรมต่างๆได้ง่ายขึ้น

🎨 Plan Joy มีตัวเลือก Widgets และ app icon ให้เลือก สำหรับสายแต่งหน้าจอ ให้สามารถปรับใช้ได้แบบ สวยๆ

💵 ราคา:

ตัวแอพเป็นแอพฟรีค่ะ 😍สามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้เลย ส่วนใครที่อยากจะใช้งานฟีเจอร์อื่นๆมากขึ้น ทั้ง ai หรือการเข้าถึงธีมไลน์ สำหรับการตกแต่ง และฟังก์ชันอื่นๆ ก็สามารถเลือกกด subscribe ได้เลยค่ะ 👍🏻 โดยราคาจะอยู่ที่ 89 บาทต่อเดือน โดยต้องจ่ายเป็นแบบรายปี ปีละ 999 บาท

นอกจากที่เล่ามาเนี่ย ตัวแอพเค้ามีฟีเจอร์ที่จะทำให้เรา productive อีกเยอะเลย ใครสนใจ ก็ลองไปหาโหลดมาใช้กันได้นะคะ ใครใช้แล้วเป็นยังไง คอมเม้นคุยกันข้างล่างน๊า

#planer #todolistapp #แอพดีบอกต่อ #ป้ายยากับเลมอน8 #planjoyapp

2025/12/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “Plan Joy” เพราะอยากรู้ว่าแอปนี้ช่วยอะไรได้บ้าง เราสรุปจากการใช้งานจริงแบบเข้าใจง่ายให้ค่ะ (เผื่อกำลังตัดสินใจว่าจะโหลดดีไหม) 1) เริ่มต้นตั้งค่าให้ใช้งานลื่น ๆ ตั้งแต่วันแรก - เปิดแอปแล้วแนะนำให้ทำ 3 อย่างก่อน: เชื่อมต่อปฏิทินหลักที่ใช้อยู่ (เช่น Google/Apple Calendar), เปิด Reminder/การแจ้งเตือน, และเลือกวิดเจ็ตที่อยากใช้บนหน้าจอ - จุดที่ช่วยมากคือพอเชื่อมปฏิทินแล้ว “นัดสำคัญ/วันพิเศษ” จะไม่หลุด เพราะเห็นทั้งในแอปและปฏิทินหลัก 2) วิธีใช้ Plan Joy ให้โฟกัสขึ้น: To‑do + Pomodoro คู่กัน - เราชอบใช้แบบนี้: เขียนงานใน To‑do list ให้เป็นชิ้นเล็กที่สุด (เช่น “อ่านชีทบท 1 20 นาที” แทน “อ่านหนังสือ”) แล้วกด Pomodoro 25:00 นาทีทำทีละอย่าง - ทำครบ 1 รอบค่อยติ๊กงานเสร็จ จะรู้สึกว่าคืบหน้าจริง ๆ และลดอาการเปิดแอปมองรายการยาว ๆ แล้วท้อ 3) ฟีเจอร์จัดลำดับความสำคัญ 4 ช่อง ใช้ยังไงให้เวิร์ก ในแอปจะมีการแบ่งงานเป็น 4 ช่อง: ด่วน-สำคัญ, ด่วน-ไม่สำคัญ, ไม่ด่วน-สำคัญ, ไม่ด่วน-ไม่สำคัญ - ทริคของเรา: ให้เริ่มจาก “ไม่ด่วน-สำคัญ” ก่อนเสมอ เช่น อ่านสอบล่วงหน้า วางแผนงาน โปรเจกต์ระยะยาว เพราะช่องนี้ถ้าดองไว้จะกลายเป็น “ด่วน-สำคัญ” แบบเครียด ๆ - “ด่วน-ไม่สำคัญ” ถ้าเป็นงานจุกจิกให้ทำรวดเดียวเป็นรอบ ๆ เช่นช่วงเย็น 15 นาที 4) วิดเจ็ต/ไอคอน/ธีม น่ารักแต่มีประโยชน์จริง นอกจากความคิ้วท์ (ตัวการ์ตูนเป็ดน่ารัก ๆ) เราว่าวิดเจ็ตช่วยให้ไม่ลืมงานมาก เพราะไม่ต้องกดเข้าแอปก็เห็น “แผนประจำวัน/การนับถอยหลัง/รายการวันนี้” ได้เลย เหมาะกับคนที่ต้องการแรงกระตุ้นเบา ๆ ตลอดวัน 5) ใช้โหมดปฏิทิน + งานทำซ้ำ สำหรับคนเรียน/ทำงาน - ถ้ามีคลาส/ประชุมประจำ แนะนำตั้งค่า “ทำซ้ำ” จะประหยัดเวลามาก - มุมมองแบบปฏิทินเดือนทำให้เห็นว่างานแน่นวันไหน แล้วเลี่ยงการนัดซ้อนง่ายขึ้น 6) เรื่องราคา: ใช้ฟรีพอไหม และ Pro เหมาะกับใคร โดยรวมฟีเจอร์หลักอย่าง To‑do list, Pomodoro, Reminder, ปฏิทิน, วิดเจ็ต และไดอารี่ ใช้ฟรีก็ครอบคลุมสำหรับการจัดระเบียบชีวิตแล้ว - ถ้าชอบแต่งธีม/อยากได้ฟีเจอร์เสริม (เช่น AI หรือธีมไลน์) ค่อยพิจารณา Pro ที่ 89 บาท/เดือน (จ่ายรายปี 999 บาท) สรุปความรู้สึก: Plan Joy เหมาะมากกับคนที่อยากได้แอป “ครบในอันเดียว” ทั้งจดงาน โฟกัส และเห็นภาพรวมแบบปฏิทิน แถมยังสนุกเพราะแต่งหน้าจอได้ ถ้าโหลดมาแล้วลองใช้ 1 สัปดาห์ แนะนำให้ตั้งวิดเจ็ต + ใช้ Pomodoro คู่กับ To‑do จะเห็นผลชัดสุดค่ะ

ค้นหา ·
to do list ปีใหม่