Want to have, want until there is nothing left, only need to pay debt until 40 +
In his late 20s and early 30s.
It's when you think you're "making good money."
Income keeps coming in until it feels like it's not all used.
Start with a small thing.
I bought it because I wanted it, not because I needed it.
Then it moves big.
The car, the house of the brand name, travel, eat, live without thinking.
Have money = spend money
There's no "just in case" in my head.
And then started "investing."
But not invested in knowledge.
Invest from craving... want to get rich fast Want to have many ways
Doing many businesses at the same time because of thinking of yourself
The last is
Expenditure runs faster than revenue.
Debt began to form unconsciously.
Credit cards, more loans, keep rotating.
"We have a lot."
Become "We are unconsciously negative."
The day it broke
It doesn't break gradually.
But it was pretty broken. Fell and stood.
Everything that ever had
Didn't help with the debt.
10 million.
Not the scariest number.
But the fact that
All of that... we built it ourselves.
When we have money, we use it as we please.
But when I was in debt,
There's nothing to choose from.
# 40 plus playing lemon # 40 is still cool # 40 plus is not convenient # 40 plus must meet # Tell stories in the past
ในช่วงวัย 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ หลายคนมักรู้สึกว่าตัวเองหาเงินเก่งและมีรายได้มากพอ จึงเริ่มใช้จ่ายตามความปรารถนาโดยไม่วางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงของใหญ่ เช่น รถ บ้าน หรือของแบรนด์เนม รวมถึงการเที่ยวและกินใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือยโดยไม่เผื่อใจสำหรับอนาคต จากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมาของผม ผมเคยเชื่อว่าการมีเงินหมายถึงการใช้เงินได้อย่างไร้ข้อจำกัดจนลืมคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา จนสุดท้ายมีหนี้สินกองพะเนินโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งหลายคนก็พบกับสถานการณ์เดียวกันนี้ หนี้ที่สะสมจากบัตรเครดิตและการกู้ยืมเพิ่ม หมุนเวียนได้สักพักก็กลายเป็นภาระหนักที่ทำให้ชีวิตและจิตใจพังลงในที่สุด สิ่งที่สำคัญคือการรู้จักวางแผนทางการเงินและรับผิดชอบกับสิ่งที่ใช้ไป ไม่ใช่ใช้เงินด้วยความอยากเพียงอย่างเดียวโดยไร้ความรู้ในการลงทุนหรือการบริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสม เพราะแม้จะมีรายได้หลายทางหรือทำธุรกิจหลายอย่างพร้อมกัน ถ้าการใช้จ่ายและการลงทุนไม่มีการวางแผนและศึกษาข้อมูลอย่างดี ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จทางการเงินอย่างยั่งยืน ผมแนะนำให้ทุกคนลองเขียนรายการรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมและปรับพฤติกรรมการใช้เงินโดยเน้นความจำเป็นแทนสิ่งที่อยากได้ นอกจากนี้ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินและเรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างถูกวิธี ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกับรายได้และเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว จากบทเรียนที่เจ็บปวด การมีเงินไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ชีวิตมั่นคงถ้าขาดการบริหารจัดการที่ดี ผมหวังว่าเรื่องราวและคำแนะนำนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้หลายคนตระหนักถึงการใช้เงินอย่างมีสติ และป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในภาวะหนี้สินหนักอย่างที่ผมเคยเผชิญมาก่อน

