Checklist BMI. Where's the body?
Many people like to set the goal of "losing weight" or "skinny little" to be called shapely, but you know, thin-looking people may have high abdominal fat, also called "skinny fat," which is dangerous to fat people because they lack muscle mass to burn!
How do you know that we are now "really healthy" and not just?
The answer is to start with BMI or Body Mass Index!
🧮 What is the BMI? (simplest to understand explanation)
BMI is a "weight-height balance tool" to see where our bodies are now, thin, obese, or healthy.
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยคิดว่าการผอมคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับรูปร่าง แต่เมื่อได้ลองวัด BMI และศึกษาข้อมูล ผมก็ได้รู้ว่าแค่ผอมไม่ได้แปลว่าสุขภาพดีเสมอไป โดยเฉพาะคนที่มีภาวะ "ผอมแต่ลงพุง" หรือ Skinny Fat ซึ่งหมายถึงแม้ว่ารูปร่างดูผอม แต่อัตราส่วนไขมันในร่างกายสูง และกล้ามเนื้อน้อยนั่นเอง การวัด BMI จึงเป็นเครื่องมือที่ง่ายและช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสุขภาพร่างกายได้ดี โดยมีสูตรคำนวณ BMI = น้ำหนัก(กิโลกรัม) / ส่วนสูง(เมตร)² ซึ่งค่า BMI ของคนเอเชียมีเกณฑ์แยกตามนี้ - ต่ำกว่า 18.5: น้ำหนักต่ำกว่าปกติ - 18.5-22.9: น้ำหนักปกติ สมส่วน - 23.0-24.9: น้ำหนักเกินมาตรฐาน - 25.0-29.9: โรคอ้วนระดับ 1 - 30.0 ขึ้นไป: โรคอ้วนระดับ 2 นอกจาก BMI เราควรจะสังเกตสัดส่วนรอบเอวด้วย เพราะไขมันที่สะสมบริเวณช่องท้องสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ สำหรับใครที่มีค่า BMI อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน หรือมีรูปร่างผอมแต่ลงพุง ควรเน้นการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การฝึกเวทเทรนนิ่ง และควบคุมอาหารโดยเลือกทานโปรตีนดี ๆ ควบคู่กับผักผลไม้หลากสี จะช่วยลดไขมันและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุป การวัด BMI เป็นตัวช่วยเบื้องต้นในการประเมินสุขภาพร่างกาย แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ควรดูแลสุขภาพโดยรวมผ่านโภชนาการที่เหมาะสมและกิจกรรมทางกายที่สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดีอย่างแท้จริง



