สรุป 5 ข้อคิดจากหนังสือ the art of spending money 🕊️💸

สวัสดีชาว lemon8 ทุกท่านด้วยนะครับ ช่วงนี้ผมห่างหายจากมาลงโพสต์ไปยาวนานมาก (ซุ่มอ่านนส.อยู่ 555+) ก็เลยมีหนังสือที่น่าสนใจมาแนะนำให้อ่านของ Morgan Housen ที่เพิ่งจะถูกแปลโดย โค้ชหนุ่ม The Money Coach และผมก็กดสั่ง pre-order ทันที ได้ทั้งหนังสือและ Keynote ของโค้ชหนุ่มที่สรุปเนื้อหาภายในอย่างครบครันไว้ ซึ่งผมคิดว่า หนังสือเล่มนี้แม่งอ่านสนุกกว่าเล่มแรก The Psycology of money อีก (แต่เล่มแรกก็มันส์ไม่แพ้กัน) ที่ผมมองว่า ดีกว่า เพราะ เนื้อหาในเล่มมันถูกจริตความเป็นไทยของเรา ที่มันพูดถึงการโอ้อวดสิ่งของที่เราไม่ชอบมันเลย ต่อคนที่เราก็ไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่นัก (ติดแกรมจัด) นั่นเป็นแค่เนื้อหาส่วนหนึ่งเล่มเท่านั้น ผมจึงจะมาสรุป 5 ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ the art of spending money กันครับ

1. ทุกพฤติกรรมล้วนมีเหตุผลเสมอ หากมีข้อมูลมากพอ

โดย Morgan Housen จะสื่อว่า การใช้เงินมันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลสุดๆ คุณไม่สามารถตัดสินใครได้เลยว่า “ทำไมคนนี้ใช้เงินแบบนี้ ไม่ยอมเก็บออม ไม่ยอมลงทุนล่ะ”ซึ่งมันไม่มีผิดไม่มีถูกเลยในเรื่องนี้ เพราะคนที่เคยเกิดมาจน เมื่อเค้ามีเงินอาจจะกำลังใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายเพื่อเยียวยาบาดแผลทางด้านจิตใจในอดีตของเค้าอยู่ กลับกันคนที่เคยรวยมากๆกลับล้มละลาย อาจจะใช้เงินอย่างประหยัดมัธยัสถ์ เพื่อไม่ให้ตนเองกลับไปสู่สถานการณ์เลวร้ายนั่นอีก เพราะเราแต่ละคนผ่านวิถีการใช้ชีวิตมาที่ไม่เหมือนกัน จึงอย่าพยายามตัดสินชีวิตคนอื่นในรูปแบบการใช้เงินของตนเองเด็ดขาด

2. สินทรัพย์ทางการเงินที่มีค่าที่สุด คือ การไม่ต้องพยายามทำให้คนอื่นประทับใจ

น่าจะเป็นกันบ่อยๆ สำหรับคนไทย และรวมถึงผม ที่มักจะซื้อของบางอย่างที่เราก็ไม่ค่อยชอบมัน แต่คนอื่นบอกว่ามีแล้วดี อย่างเช่น มีบ้าน มีรถ มีสิดี อายุเท่านี้แล้วควรมีได้แล้วนะ (เจอบ่อยชิบหายเลยคำนี้) ซึ่งมันไม่ได้วัดจากความสำเร็จภายในของเราจริงๆ (เช่น สิ่งที่อยากได้จริงๆ ความสงบภายในจิตใจของเรา) มันเป็นวัดจากความสำเร็จภายนอก (เช่น รถ บ้าน สิ่งของฟุ่มเฟือย) Morgan Housen จึงบอกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่ต้อง “พิสูจน์” ความสำเร็จต่างๆ ต่อหน้าคนแปลกหน้าอีกต่อไป การใช้เงินของคุณ จะลดลงทันที และความพอใจต่อสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าจะเพิ่มขึ้น นั่นคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด

3. ประโยชน์ใช้สอย vs. สถานะ

Morgan Housen เปรียบเทียบรถ Toyota ระดับ Hi-End ที่มีประโยชน์ใช้สอยที่ดีกว่า BMW รุ่นเริ่มต้น ทั้งที่รถ Toyota น่าจะดีกว่าในแง่การใช้แท้ๆ แต่คนก็มักจะเลือก BMW ที่สามารถแสดงสถานะทางสังคมต่อผู้อื่นได้ว่า ฉันเป็นคนรวย มีคลาส ใช้ของแพง ไม่ใช่การแสดงสถานะเป็นสิ่งที่ไม่ดี มันดีในแง่การเข้าสังคม แต่คนมักจะเอาสองเรื่องนี้รวมกัน ทำให้เรามักใช้เงินติดแกรมมากกว่าจะใช้เงินเพื่อประโยชน์จากมันเอง ประโยชน์ใช้สอยมักจะให้ความสุขที่ยั่งยืน แต่สถานะให้ความสุขแค่ชั่วคราวเท่านั้น

4. มองดูพวกเขาสิ

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณจะมองคนอื่นด้วยความอิจฉา แล้วอยากได้อยากมีแบบเค้าเพื่อวัดค่าของตัวเอง พอเค้ามีรถ มีบ้าน ก็อยากมีแบบเค้าบ้าง แต่ใจลึกๆจริงๆ มีเพื่อวัดคุณค่าของตัวเอง โดยที่ไม่รู้จักตัวเองด้วยซ้ำว่า มันเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆหรือเปล่า แต่ขอมีไว้ก่อน แล้วทึกทักเอาเองว่า มีแล้ว ฉันมีความสุขมากขึ้น แต่เปล่าเลย มันไม่ได้จากสิ่งที่คุณอยากจะมีมันจริง แถมต้องแบกภาระทางการเงินที่เป็นหนี้อีกด้วย

5. หนี้ทางสังคม

ต้นทุนแฝงทุกครั้งที่คุณใช้เงิน มันมาพร้อมกับ ความคาดหวังจากคนอื่น การต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีเสมอ และความกลัวที่จะถูกลดระดับความสำคัญลงมา อย่างเช่น เมื่อก่อน มีบ้านประมาณ 2 ล้านบาท ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง แต่เมื่อคุณเปลี่ยนสังคมใหม่ๆ ที่รายล้อมด้วยคนที่รวยขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนบ้านจาก 2 ล้านเป็น 10 ล้านบาท จากความคาดหวังของคนอื่น คงรักษาภาพลักษณ์ให้อยู่ในระดับเดียวกัน และต้องใช้จ่ายตามกลุ่มคนที่คุณรู้จักเพื่อไม่ให้ถูกระดับความสำคัญลงมา สิ่งที่ดีที่สุดจากคำกล่าวของ รวีกันต์ (หนังสือ Almanack of Naval Ravikant นส. ดีต้องลองอ่าน) รวยแต่ไม่มีใครรู้ คือดีที่สุดแล้ว

จบไปแล้วกับ 5 ข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีหลายๆข้อมากเลยที่อยากจะนำเสนอเพราะมันถูกจริตผมจริงๆ แต่ก็ขอสงวนไว้ 5 ข้อเน้นๆ เพื่อให้เหล่านักอ่าน lemon8 ได้สลักจิตสะกิดใจเล็กๆบ้างว่า ”จงใช้เงินเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความสุข อย่าใช้เงินเพื่อให้เราเป็นทาสของเงิน“ เป็นยังไงกันบ้างครับ คอมเม้นท์กันมาเลยครับ 💰💵

📍พิกัดนส. : https://s.shopee.co.th/2LUQACnRcI

#รีวิวหนังสือการเงิน #theartofspendingmoney #การเงิน #การลงทุน #ติดเทรนด์

4/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผมอยากแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้เงินหลังจากที่ได้อ่านหนังสือ The Art of Spending Money เล่มนี้ ซึ่งช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของผมไปมากเลยครับ ก่อนหน้านี้ ผมเคยมีความรู้สึกว่าการมีของดีๆ หรือสถานะสูงในสังคม จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น เช่น การซื้อรถแพงหรือบ้านหลังใหญ่ แต่พอได้อ่านหนังสือนี้ ผมเริ่มเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงมาจากการใช้เงินเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะอยากให้คนอื่นประทับใจ หรือแค่เพราะกลัวการถูกวิจารณ์ สิ่งที่ประทับใจมาก คือข้อคิดเกี่ยวกับ "หนี้ทางสังคม" หรือความกดดันจากสังคมที่ทำให้เราต้องใช้เงินตามมาตรฐานที่คนรอบข้างคาดหวัง บางทีเราอาจเสียเงินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วอาจไม่มีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นเท่าไหร่ ผมจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งไหนคือความต้องการแท้จริงของผม ที่ไม่ใช่แค่การตอบสนองความคาดหวังของคนอื่น ในชีวิตจริง ผมลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินโดยเน้นไปที่ประโยชน์ใช้สอยและการสร้างความสุขระยะยาว แทนที่จะซื้อของที่แสดงสถานะในสังคม เช่น เลือกซื้อของที่ใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ดีกว่าซื้อของแพงแต่แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก ผลลัพธ์ที่พบก็คือรู้สึกพอใจมากขึ้น และใช้เงินอย่างมีความหมายและสบายใจ อยากจะบอกว่าถ้าใครกำลังรู้สึกสับสนเรื่องการเงิน หรือเคยมีความกดดันจากสิ่งรอบตัว ลองเปิดใจอ่านหนังสือเล่มนี้ดูครับ เพราะมันไม่ได้แค่เป็นคู่มือการเงินธรรมดา แต่เป็นบทเรียนลึกซึ้งที่ช่วยให้เราเข้าใจจิตใจตัวเองมากขึ้น ตบท้ายด้วยคำแนะนำสำคัญว่า "ใช้เงินเป็นเครื่องมือสร้างความสุข อย่าให้เงินเป็นทาสของเรา" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าถูกต้องและมีคุณค่ามาก ๆ สำหรับการบริหารจัดการชีวิตในยุคนี้

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

สรุปข้อคิดจากหนังสือ “The Life Lecture”📝
ภาษาไทย: ถ้าชีวิตนี้เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียว ✋🏻ฟังอาจารย์”นภดล“ทุกวัน จากช่องพอดแคสท์ Nopadol’s Story พออาจารย์ออกหนังสือเล่มใหม่แล้วก็รีบไปหามาอ่านเลยย🥰 📌ใครชอบอ่านแนวปรัชญา ข้อคิดชีวิต แนะนำเล่มนี้เลยค่ะ #อ่านหนังสือ #รีวิวหนังสือ #หนังสือพัฒนาตัวเอง #พัฒนาตัวเอง #หน
Tuktoooook

Tuktoooook

ถูกใจ 108 ครั้ง

สรุปข้อคิดหนังสือมนุษย์ตัวเบา ♡♡
น่าจะเป็นหนังสือที่เขียนมาเพื่อฉันเลยมั้ง🧸🌷 ไม่รู้เป็นอะไรช่วงปีหลังๆมานี้รู้สึกว่าอยากมีพลังงานที่เบา สบาย สุข สงบ ใครอยู่ด้วยก็มีความสุข ไม่วิ่งตาม ไม่โหยหา ทุกอย่างจะมาในเวลาของมัน และใช้ชีวิตตามความรู้สึกในแต่ละวัน 🤣 และที่สำคัญที่แปลกมากคือ ฉันทิ้งของทุกวันมาเกือบ 2 ปีแล้ว อะไรไม่ใช้ก็ขา
P E A R

P E A R

ถูกใจ 19 ครั้ง

สรุปข้อคิดจากหนังสือ No new thing 🐢💗
หนังสือที่ฉันตั้งอก ตั้งใจซื้อ และตั้งใจอ่านมากๆ 🙈 เป็นอีกหนึ่งเล่มที่เปลี่ยนชีวิตฉันไปเลย และที่สำคัญมันตอบโจทย์ชีวิตฉันตอนนี้มากๆ ให้คะแนน 100/10 เลย 🌟🌟🌟🌟🌟 อยากให้ทุกคนลองซื้อมาอ่านนะคะ จริงๆแล้ว “ของไม่จำเป็นต้องมีบ้างก็ได้” ไม่มีก็ไม่เสียหายอะไรเลย อย่าให้สิ่งของต่างๆมันสูบพลังงาน พลังเงิ
P E A R

P E A R

ถูกใจ 64 ครั้ง

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือเรื่องLET THEM | ทฤษฎีปล่อยเขา📗💫
เป็นอีกหนึ่งเล่มที่ให้5ดาวเลยย🌟 ทฤษฎีปล่อยเขา เป็นยังไงบ้างนะ? วันนี้หลินสรุปข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้มาให้เเล้ว ! อย่าลืมกดfollow เพื่อให้ไม่พลาดโพสต์ใหม่ๆน้า~ 🪴🥝🍏🧩🌵🐢 #หนังสือพัฒนาตนเอง #หนังสือจิตวิทยา #อ่านหนังสือ #รีวิวหนังสือ
👒Lin.peony🌸𐙚⋆˚

👒Lin.peony🌸𐙚⋆˚

ถูกใจ 63 ครั้ง

สรุปข้อคิด จากหนังสือกินกบตัวนั้นซะ!
หนังสือดีๆ ที่ช่วยให้เราไม่ผัดวันประกันพรุ่งและทำงานให้ได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง ในหนังสือมีทั้งหมด 21 วิธี แต่เราสรุปมาได้สั้นๆ 7ข้อ✨ #หนังสือดีบอกต่อ 🐸
Mookky💫

Mookky💫

ถูกใจ 6 ครั้ง

ภาพมือถือหนังสือ The Wealth Architect ที่มีชื่อเรื่องว่า 'ศิลปะการออกแบบชีวิตให้มั่งคั่งและมีความสุข แต่ไม่ต้องหาเงินจนเป็นบ้า' พร้อมข้อคิดเรื่องเงินจาก Private Banker
รวมข้อคิดเรื่องเงิน 💵 จากหนังสือ The Wealth Architect
📖 The Wealth Architect ศิลปะการออกแบบชีวิตให้มั่งคั่งและมีความสุข แต่ไม่ต้องหาเงินจนเป็นบ้า 💡ผลงานของ Annabel - Your Wealth Architect 🏦Private Banker สาวไทยในต่างแดน (สิงคโปร์-ลอนดอน-เจนีวา) ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การดูแลพอร์ตเงินพันล้านของมหาเศรษฐี ผสมผสานกับจิตวิทยาการเงินและการพัฒนาตนเอง โดยหัว
Jamsai

Jamsai

ถูกใจ 29 ครั้ง

✨สรุป ข้อคิด จากหนังสือ ทำงานกับคน GEN Z ต้องรู้
ถ้าคุณยังใช้วิธีเดิม…คุณจะ “แพ้” คน GEN Z แบบไม่รู้ตัว คนรุ่นนี้ ไม่ได้อยาก “ทำงานหนัก” แต่เขาอยาก “ทำงานที่มีความหมาย” ❌ สั่งอย่างเดียว = พัง ❌ คุมทุกอย่าง = ลาออก ❌ ไม่ฟัง = จบเกม แต่ถ้าคุณเข้าใจเขา… ทีมจะ “โคตรไปไกล” ✨ 6 อย่างที่ต้องมี ถ้าอยากชนะใจ GEN Z * เข้าใจตัวตน (เขาไม่
อ่านไปเรื่อยๆ

อ่านไปเรื่อยๆ

ถูกใจ 5 ครั้ง

สรุป5 ข้อคิดที่ได้จาหนังสือ Good Vibe Good Life✨
1. กฎแห่งแรงสั่นสะเทือน (The Law of Vibration) คนส่วนใหญ่รู้จัก "กฎแห่งแรงดึงดูด" แต่ Vex King บอกว่า แรงสั่นสะเทือน (Vibe) สำคัญกว่า • คุณไม่ได้ดึงดูดสิ่งที่คุณ "ต้องการ" แต่คุณดึงดูดสิ่งที่ "คู่ควร" กับระดับพลังงานของคุณในตอนนั้น "อยากได้สิ่งดีๆ ต้องทำตัวให้เป็นคลื
แซนดี้อยากรีวิว🛒🎧

แซนดี้อยากรีวิว🛒🎧

ถูกใจ 17 ครั้ง

📖 สรุปข้อคิดที่ได้จากหนังสือ ”วิชาเก่งปุบปับ“
"ไม่ต้องเก่งที่สุด แค่เก่งพอตัว (7/10)" หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไล่ล่าความสมบูรณ์แบบ แต่หนังสือเล่มนี้บอกว่า การเก่งระดับ 7/10 ก็เพียงพอที่จะสร้างคุณค่า สร้างรายได้ และประสบความสำเร็จได้แล้ว บางครั้งการเก่งพอตัวในหลายทักษะ อาจมีค่ามากกว่าการเก่งที่สุดในเรื่องเดียว #รีวิวหนังสือ
Tuktoooook

Tuktoooook

ถูกใจ 6 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม