✨รีวิวหนังสือ The Gap and The Gain​ 🌟

เลิกวัดระยะทางที่เหลือ แล้วหันมามอง "ระยะทางที่เดินมา"

.

ช่วงปีใหม่แบบนี้ หลายคนคงกำลังกางลิสต์ New Year Resolution ของปี 2025 ออกมาดู แล้วก็ถอนหายใจยาวๆ เพราะมีหลายข้อที่ยัง "ทำไม่สำเร็จ" จนเริ่มรู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเราทำอะไรอยู่? ทำไมคนอื่นไปไกลกว่าเราจัง?

หนังสือเล่มนี้บอกเราว่า ความทุกข์นั้นไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราทำได้น้อยหรอกครับ แต่มันเกิดจาก "ไม้บรรทัด" ที่เราเลือกใช้ต่างหาก

.

📌 หัวใจของเล่มนี้คือการเปรียบเทียบแนวคิดสองแบบ

The Gap and The Gain ผมขอสรุปมุมมองเป็นข้อๆให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ ลองอ่านและค่อยๆ คิดทบทวนตัวเองดู บางทีนี่อาจจะเป็นคืนข้ามปีที่พลิกชีวิตคุณก็ได้

.

1. อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับ "อุดมคติ" (The Gap)

The Gap คือตอนที่เราเอาตัวเองในวันนี้ไปเทียบกับ "ภาพในอุดมคติ" หรือความสมบูรณ์แบบที่ตั้งไว้ เช่น "ปีนี้ฉันต้องรวย 10 ล้าน" แต่ทำได้แค่ 1 ล้าน แล้วเราก็ทุกข์ใจ

แต่ความจริงคือ อุดมคติ นั้นเหมือนเส้นขอบฟ้าครับ เรามองเห็นแต่วิ่งไปไม่เคยถึง มันมีไว้เพื่อ "บอกทิศทาง" แต่ไม่ใช่มีไว้เพื่อ "วัดผล" ถ้าคุณใช้มันวัดผล คุณจะรู้สึกแพ้ตลอดเวลา

.

2. วัดความสำเร็จจาก "จุดเริ่มต้น" (The Gain)

The Gain คือการหมุนตัวกลับหลัง 180 องศา แล้วมองกลับไปที่จุดเริ่มต้น (Starting Point) ของปีที่ผ่านมา

ลองลิสต์ออกมาครับว่า เมื่อเดือนมกราคมคุณอยู่ตรงไหน แล้ววันนี้คุณมาถึงตรงไหนแล้ว? แม้เป้าหมาย 10 ล้านจะยังไม่ถึง แต่ 1 ล้านที่คุณทำได้ คือการเติบโตมหาศาลจากวันที่ไม่มีอะไรเลย

สมองคนเราเสพติดความก้าวหน้าครับ เมื่อคุณโฟกัสที่ "The Gain" สมองจะหลั่งสารความสุข และสร้างแรงผลักดันให้เดินต่อได้ไกลขึ้น

.

3. "The 3 Wins" ของทุกวัน

ก่อนนอนคืนนี้ หรือ ทุกๆคืน ให้ลองจด "3 ชัยชนะ" ที่เกิดขึ้นในวันนั้นๆ หรือในปีนั้นๆ ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตครับ แค่การที่คุณรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้ หรือการกล้าตัดสินใจเรื่องยากๆ หนึ่งเรื่อง ก็นับเป็น Win แล้ว

การทำแบบนี้คือการฝึกสมองให้คุ้นชินกับการเป็นคนที่มองหาความก้าวหน้าในทุกสถานการณ์ (Gain-Oriented)

และ เลิกที่จะเอาตัวเองไปเทียบกับอุดมคติครับ

.

📋 จดหมายส่งท้ายปี ถึงมนุษย์วัยทำงานทุกคน

หากคุณรู้สึกล้มเหลวกับงานในปีนี้ ลองใช้เทคนิคนี้ดูครับ:

- Performance Review กับตัวเอง:

แทนที่จะนอยด์ว่าไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ลองดูว่า "ทักษะ" อะไรที่คุณทำได้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วบ้าง? คุณแก้ปัญหาที่เมื่อก่อนเคยทำไม่ได้ได้หรือยัง? นั่นแหละคือสิ่งที่คุณจะเอาไปต่อยอดในปีหน้า

- Team Appreciation:

หากคุณเป็นหัวหน้า อย่าเอาแต่จี้ว่างานยังไม่ถึงเป้า (The Gap) แต่ให้ชื่นชมทีมในสิ่งที่พวกเขาฝ่าฟันมาได้จนถึงสิ้นปี (The Gain) มันคือการสร้างขวัญและกำลังใจที่ทรงพลังที่สุดครับ

.

❣️ จดหมายส่งท้ายปี ถึงเพื่อนๆ ที่กำลังตัดพ้อตัวเอง...

ผมอยากบอกทุกคนว่า

"คุณเก่งมากแล้วที่พาตัวเองมาถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้ได้"

ปีที่ผ่านมาโลกไม่ได้ใจดีกับเราเสมอไป มีทั้งเรื่องที่คุมได้และคุมไม่ได้ การที่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ ยังอยากพัฒนาตัวเอง ยังอยากตั้งเป้าหมายใหม่ นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วครับ

เลิกมองว่าเหลือระยะทางอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงเป้าหมาย แต่ขอให้ภูมิใจกับทุกก้าวที่เดินมาตลอด 365 วันนี้

พักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มด่ำกับสิ่งที่ทำได้สำเร็จ แล้วปีหน้าเรามาลุยกันต่อ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเดินทางสู่ปีใหม่ ด้วยมุมมองใหม่ที่ใฉไลกว่าเดิมม 😉

#รีวิวหนังสือ

#พัฒนาตัวเอง

#NewYearNewMe

#ต้อนรับ2026

#ติดเทรนด์

1/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเสิร์ชหา The Gap and The Gain เพราะกำลังรู้สึกว่า “ทำไมเรายังไปไม่ถึงไหน” บอกเลยว่าเล่มนี้เหมือนมีคนมายกมือจับไหล่แล้วพาเราหันกลับไปมองเส้นทางที่เดินมา แบบใจเย็นขึ้นทันที หลัก ๆ คือหยุดใช้ “ไม้บรรทัดผิดอัน” ที่วัดเราให้แพ้ตลอดเวลา สิ่งที่ผมเอาไปใช้จริงหลังอ่าน (และอยากแชร์เพิ่มจากในโพสต์) คือทำให้แนวคิด Gap/Gain กลายเป็นกิจวัตร ไม่ใช่แค่อ่านแล้วรู้สึกดีวันเดียว 1) ตั้ง “Ideal” ได้ แต่ต้องเปลี่ยนหน้าที่ของมัน อุดมคติไม่ผิดเลยครับ เช่น อยากมีเงินเก็บ 10 ล้าน อยากเปลี่ยนงาน อยากหุ่นดี แต่ให้ใช้มันเป็น “เข็มทิศ” ไม่ใช่ “คำพิพากษา” เวลาเช็กผล ถ้าเรายังไม่ถึง แล้วสรุปว่าเราไม่เก่ง นั่นคือเริ่มตกหลุม The Gap ทริคที่ผมใช้: เวลาเขียนเป้าหมายให้เติมประโยคต่อท้ายว่า - “เป้านี้มีไว้บอกทิศทาง ไม่ได้มีไว้ตัดสินคุณค่าเรา” อ่านซ้ำ ๆ แล้วมันช่วยลดความกดดันแปลก ๆ 2) ทำ Performance Review แบบ Gain-Oriented (15 นาที) เหมาะมากกับช่วงปลายปี/ต้นปี หรือทุกสิ้นเดือน - Starting Point: ตอนเริ่มปี/เริ่มเดือน เราอยู่ตรงไหน (ทักษะ งาน สุขภาพ เงิน ความสัมพันธ์) - Gains: เราดีขึ้นอะไรบ้าง แม้เล็กมากก็เขียน เช่น กล้าพูดในที่ประชุมขึ้น 1 ครั้ง, กลับมาออกกำลังกายได้ 2 วัน/สัปดาห์ - Next Step: ก้าวเล็กที่สุดที่จะทำต่อในเดือนหน้า มันทำให้เห็นว่า “ความสำเร็จของคนไม่สมบูรณ์แบบ” คือชนะตัวเองเมื่อวาน ไม่ใช่ชนะใครทั้งนั้น 3) เทคนิค “3 Wins” แบบไม่หลอกตัวเอง หลายคนติดตรงเขียน 3 Wins แล้วรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าภูมิใจ ผมใช้กติกานี้ช่วย: - 1 Win ต้องเป็นเรื่องเล็ก (เพื่อให้ทำได้ทุกวัน) - 1 Win ต้องเกี่ยวกับความพยายาม ไม่ใช่ผลลัพธ์ (เช่น วันนี้ไม่ไถมือถือก่อนนอน) - 1 Win ให้เกี่ยวกับคนอื่น/ความสัมพันธ์ (ขอบคุณทีม ช่วยเพื่อน รับฟังคนในบ้าน) พอทำไปสักพัก สมองจะเริ่ม “มองหา Gain” อัตโนมัติ และความสุขมันมาแบบไม่ต้องรอเป้าหมายใหญ่ 4) ถ้าคุณเป็นหัวหน้า/ทำงานเป็นทีม: เปลี่ยนคำถามในทีมมีพลังมาก แทนที่จะถามว่า “ทำไมยังไม่ถึงเป้า?” (Gap) ลองเริ่มด้วย - “ไตรมาสนี้เราแก้ปัญหาอะไรได้บ้างที่เมื่อก่อนทำไม่ได้?” - “ใครมีพัฒนาการอะไรที่อยากแชร์?” แล้วค่อยคุยเรื่องเป้าหมายต่อ มันไม่ใช่การปลอบใจ แต่เป็นการสร้างแรงส่งให้ทีมไปต่อ สุดท้าย ถ้าตอนนี้คุณยังรู้สึกว่าตัวเองไปช้า ลองนึกภาพคนกำลังปีนบันไดขึ้นจากหลุม (เหมือนภาพปก) บางวันเราปีนได้แค่ 1 ขั้น แต่ 1 ขั้นนั้นก็พาเราออกจากที่เดิมแล้วครับ

13 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Paintin.q
Paintin.q

ชอบอ่านสรุปยาวๆแบบนี้มากเลยค่ะ 👍

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Bittery Soury
Bittery Soury

ขอบคุณสำหรับรีวิวดี ๆ นะคะ ชอบที่บอกว่าอุดมคติเหมือนเส้นขอบฟ้าที่เรามองเห็นแต่วิ่งไปไม่ถึง รู้สึกจุกเลย เรามักถูกบอกให้มองไปข้างหน้า มองไปที่เป้าหมาย จนหลายครั้งก็ลืมที่จะหันหลังกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมาว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ลืมที่จะขอบคุณความพยายามของตัวเองที่นำพาเรามาถึงจุดนี้

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

หน้าปกหนังสือ The Gap and The Gain (นิสัยแห่งความสำเร็จของคนไม่สมบูรณ์แบบ) แสดงภาพคนกำลังปีนบันไดจากจุดต่ำไปสู่จุดสูง พร้อมชื่อผู้แต่ง Dan Sullivan & Dr. Benjamin Hardy และข้อความเกี่ยวกับความสุขและความสำเร็จ
✨ รีวิวหนังสือ The Gap and Gain 🌟
💡 ทำไมคนส่วนใหญ่ถึง "ไม่มีความสุข" ทั้งที่ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ? หลายครั้งผมเองก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น ที่รู้สึกว่าชีวิตขาดความสุข พยายามออกไปแสวงหาจากภายนอก เช่น กินของอร่อย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แน่นอนว่ามันช่วยเติมเต็มความสุขได้ชั่วขณะที่โดปามีนทำงาน แต่หลังจากนั้น... ความรู้สึกเด
หมีช้มรี้ดเด้อออ - Reader Bear

หมีช้มรี้ดเด้อออ - Reader Bear

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพรวมของหนังสือเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น JLPT N4 หลายเล่ม พร้อมข้อความระบุว่าเป็นการรีวิวหนังสือที่ใช้ติว N4 โดยมีหนังสือเกี่ยวกับการฟัง ไวยากรณ์ คันจิ และแนวข้อสอบปรากฏอยู่
หนังสือเตรียมสอบ JLPT N4 สามเล่ม ได้แก่ การฟัง ไวยากรณ์ และคันจิ/คำศัพท์ โดยมีคำอธิบายว่าเนื้อหาแน่น มีโจทย์และคำอธิบาย�ครบถ้วน เล่มไวยากรณ์หนาที่สุด และเล่มคันจิมีคันจิเยอะพร้อมเฉลย
หนังสือแนวข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N4 สีฟ้าเขียว มีคำอธิบายว่าเล่มนี้ค่อนข้างง่าย มีโจทย์เยอะ ครบทุกพาร์ท มีซีดีสำหรับการฟัง และมีเฉลยพร้อมคำอธิบายที่ไม่ละเอียดมาก
รีวิวหนังสือที่ใช้ติวJLPT N4 📚
เป็นการรีวิวที่เราค่อนข้างหลงๆ ลืมๆ แล้ว แต่เราใช้ติวหนักๆ มีประมาณนี้ค่ะ แล้วก็มีดูติวตามยูทูปเอาค่ะ😹😹😹 ทุกเล่มเป็นเพียงความคิดเห็นของเราเท่านั้นนะคะ🙇🏻‍♀️🙇🏻‍♀️🙇🏻‍♀️ #เรียนญี่ปุ่น #japanese #มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ #ภาษาญี่ปุ่น #JLPT
カニ

カニ

ถูกใจ 247 ครั้ง

ภาพหน้าปกหนังสือ The Unofficial Studio Ghibli Cookbook โดย Jessica Yun แสดงเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอนิเมะ Ghibli พร้อมตัวละครและอาหารประกอบ
ภาพสารบัญของหนังสือ The Unofficial Ghibli Cook Book แสดงหมวดหมู่เมนูอาหารเช้า กลางวัน และเย็น พร้อมชื่อเมนูต่างๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอนิเมะ
ภาพเมนู Skillet Bacon and Eggs จากเรื่อง Howl's Moving Castle แสดงภาพอาหารจริงที่ทำเสร็จแล้วเทียบกับฉากในอนิเมะ พร้อมสูตรอาหาร
รีวิว✨หนังสือสอนทำอาหาร GHIBLI🧑‍🍳🩵
ขอมาเปิดตัวอย่างของหนังสือสอนทำอาหาร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก อนิเมชั่นค่าย Studio Ghibli ให้รับชมค่ะ ชื่อหนังสือ : The Unofficial studio Ghibli Cookbook ผู้เขียน : Jessica Yun รวมเมนูอาหารญี่ปุ่น 50+ เมนู ที่รังสรรค์ออกมาใกล้เคียงมากๆกับอาหารในอนิเมะ ! ใน Content เราเอาภาพอาหารในอนิเมะ เ
Mookm☻ ☻ k

Mookm☻ ☻ k

ถูกใจ 1940 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม