ทำงานยังไงไม่ให้เป็นบ้าซะก่อน

.

.

.

1. เริ่มวันให้ใจนิ่ง

การหายใจลึกๆ สิบนาทีตอนเช้าช่วยให้หัวใจพร้อมรับงานได้ดีขึ้น ฉันเคยลองทำในวันที่ทุกอย่างวุ่นมาก ผลคือหัวไม่ฟุ้งจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนวันก่อนเลย

2. ทำทีละเรื่องพอ

หยุดไล่จับทุกงานในหัวจนเหนื่อยก่อนเริ่ม ลองจัดลำดับง่ายๆ แล้วทำทีละอย่างให้เสร็จ ใจเราจะโล่งมากขึ้นจนรู้สึกได้เลย

3. ห่างจากพลังลบ

บางครั้งงานไม่ได้หนัก แต่คนรอบตัวต่างหากที่ทำให้หมดแรง ฉันเคยย้ายโต๊ะออกจากคนบั่นทอนแค่หนึ่งเมตร ชีวิตการทำงานดีขึ้นทันที

4. ระบายบ้างอย่าเก็บหมด

การแบกทุกอย่างไว้คนเดียวทำให้ใจพังง่าย ลองเล่าให้คนไว้ใจฟัง หรือเขียนลงโน้ตสักนิด แค่ปล่อยออกบ้างใจก็เบาขึ้นเยอะ

5. อย่าเป็นฮีโร่ทุกเรื่อง

เราไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมด ลองยอมรับว่าบางงานต้อง

ขอความช่วยเหลือ ชีวิตในออฟฟิศจะเบาลงกว่าที่คิดมาก

6. พักสั้นๆ ให้สมองหายล้า

งานหนักแค่ไหนก็ลุกยืดตัวหรือเดินออกไปหนึ่งนาทีได้ฉันเคยทำตอนหัวร้อนจัด แล้วกลับมาทำงานได้ดีขึ้นกว่าก่อนพัก

7. ใส่ใจตัวเองให้มากกว่าองค์กร

อย่าสัญญากับงานมากกว่าที่สัญญากับหัวใจ ลองปิดเครื่องจริงๆ หลังเลิกงาน แล้วให้เวลาตัวเองกลับมามีชีวิตบ้าง

8. แยกงานออกจากชีวิต

งานเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเส้นทางไม่ใช่ทั้งชีวิต

ถ้าเรามองแบบนี้ เราจะไม่พังทุกครั้งที่งานพัง

9. จัดโต๊ะให้ใจโล่ง

โต๊ะรกคือภาพสะท้อนใจที่สับสน ลองจัดโต๊ะ

ห้านาที แล้วดูว่าหัวเรามีพื้นที่คิดมากขึ้นขนาดไหน

10. ให้รางวัลวันยากๆ

ฉันเคยซื้อชานมให้ตัวเองหลังโดนงานถาโถม มันไม่ได้แพง แต่ทำให้รู้สึกว่า “เฮ้ ฉันรอดอีกวันนะ“ ความสุขเล็กๆ ช่วยต่อพลังได้เสมอ

11. เลิกคาดหวังว่าจะต้องเพอร์เฟกต์

การกดตัวเองให้สมบูรณ์แบบทุกงานทำให้หมดไฟเร็ว

ลองยอมให้ตัวเองผิดพลาดบ้าง แล้วเก็บเป็นบทเรียน

ไม่ใช่โทษตัวเอง

12. ปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็น

บางงานเรารู้ตั้งแต่แรกว่าไม่ควรรับ แต่ฝืนเพราะเกรงใจ

ลองปฏิเสธอย่างสุภาพ ชีวิตจะไม่พังแถมยังดีขึ้นด้วยซ้ำ

13. เติมพลังด้วยสิ่งเล็กๆ

เปิดเพลงเบาๆ หรือกินของโปรดหนึ่งอย่างก็ช่วยให้วัน

หนักกลายเป็นวันอุ่นได้ ฉันทำประจำเวลารู้สึกหมดแรง

14. แพ้ได้แต่ไม่ต้องด่าตัวเอง

วันที่งานพังไม่ได้บอกว่าเราไร้ค่า การล้มเป็นเรื่อง

ธรรมดาของมนุษย์ ไม่ใช่สัญญาณว่าเราไม่เก่ง

15. ตั้งเส้นแบ่งงานกับชีวิตจริง

ปิดแจ้งเตือนตามเวลาที่กำหนด หยุดตอบงานหลัง

เวลางาน พอเรามีขอบเขต ใจเราจะปลอดภัยมากขึ้น

16. มองหาความสำเร็จเล็กๆ ทุกวัน

แทนที่จะโฟกัสแต่ความผิดพลาด ลองหาสิ่งดีๆที่เรา

ทำได้ในวันนี้ แล้วชื่นชมตัวเองสักหน่อย ใจจะมีกำลังมากขึ้น

17. หยุดเมื่อไม่ไหวจริงๆ

ไม่ต้องฝืนทุกวัน การพักไม่ใช่ความอ่อนแอ

แต่คือการเติมพลังเพื่อให้เดินต่อได้ไกลขึ้นกว่าเดิม

18. จำไว้ว่าชีวิตมีค่ามากกว่างาน

แม้วันนี้งานจะหนักจนอยากร้องไห้ แต่ชีวิตเรายังมีคนที่รัก ความฝัน และอนาคตที่รออยู่ อย่าให้ความเครียดชั่วคราวทำลายสิ่งสำคัญที่สุด

#ทำงานยังไงไม่ให้เป็นบ้าซะก่อน

#ทํางานให้มีความสุข

#ทํางานวนไป

#ทํางานที่เรารัก

#ทํางาน

2025/11/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานในแต่ละวันอาจสร้างความเครียดและความกดดันได้มาก หลายคนจึงมองหาวิธีจัดการกับความเครียดและความเหนื่อยล้าจากงาน เพื่อไม่ให้จิตใจพังหรือล้มเหลวจนเกินไป วิธีเริ่มต้นง่ายๆ คือการตั้งสติด้วยการหายใจลึกๆ และให้เวลาตัวเองได้มีเวลาพักใจ เช่น การหยุดยืดเส้นยืดสายหรือเดินออกไปนอกพื้นที่ทำงานสักหนึ่งนาที ทุกครั้งที่รู้สึกหมดแรงจะช่วยรีเซ็ตสมองได้ดี นอกจากนี้ การจัดลำดับงานและทำทีละอย่างช่วยลดความสับสนในหัว ทำให้รู้สึกใจโล่งและควบคุมงานได้ดีขึ้น อย่าละเลยการเล่าเรื่องความกังวล หรือระบายกับคนที่ไว้ใจ หรือจดบันทึกปัญหาเหล่านั้นออกมา เพราะการเก็บไว้คนเดียว จะทำให้เมื่อต้องเจองานหนัก หรือเจอสภาพแวดล้อมที่มีพลังลบรอบตัว เช่น เพื่อนร่วมงานที่บั่นทอนใจ จะทำให้เหนื่อยล้าเร็วขึ้น เทคนิคง่าย ๆ เช่น การจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ แทนที่จะปล่อยให้รกและสับสน โต๊ะที่สะอาดสดใสช่วยให้มีพื้นที่ในใจคิดและจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตั้งเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว เช่น ปิดแจ้งเตือนหลังเลิกงาน และไม่ต้องตอบอีเมลหรืองานทันที จะช่วยปกป้องใจให้ปลอดภัย และมีพลังพร้อมทำงานในวันรุ่งขึ้น การยอมรับว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ และกล้าที่จะปฏิเสธงานที่เกินกำลังอย่างสุภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเครียดและทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งอย่าลืมให้รางวัลตัวเองหลังผ่านวันที่ยากลำบาก แม้เป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น การซื้อชานมดื่มหรือฟังเพลงโปรด ก็ช่วยเติมพลังและสร้างความสุขเล็กน้อยให้กับจิตใจ สุดท้าย เมื่อรู้สึกว่าหมดแรงหรือเครียดเกินไป อย่าฝืนตัวเอง ให้หยุดพักเพื่อเติมพลัง ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการรักษาสุขภาพจิตใจให้พร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน เพราะชีวิตนั้นมีค่ามากกว่างาน อย่าปล่อยให้ความเครียดชั่วคราวทำลายความสุขและความสำเร็จในระยะยาว

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพหน้าปกรีวิวการทำงานที่ CJ แสดงชื่อเรื่อง \"รีวิวทำงานที่ CJ ฉบับคนที่เก็บรายละเอียดยิบ!!!\" พร้อมคำถาม \"สมัครยังไง?\" และ \"ทำอะไรบ้าง?\" มีอีโมจิรูปมะนาวปิดหน้าพนักงานในชุดยูนิฟอร์ม CJ.
ภาพแสดงรายละเอียดขั้นตอนการสมัครงานที่ CJ และสิ่งที่ต้องเตรียม เช่น เอกสารและข้อมูลการสัมภาษณ์งาน รวมถึงอัตราค่าจ้างต่อวัน โดยมีพนักงานในชุดยูนิฟอร์ม CJ อยู่ด้านล่าง.
ภาพอธิบายสิ่งที่ต้องทำเมื่อเริ่มงานที่ CJ เช่น การเติมของ การตั้งชื่อเข้าเครื่องคิดเงิน ระบบลงเวลา และชุดยูนิฟอร์มช่วงแรก พร้อมภาพชามก๋วยเตี๋ยวบนเคาน์เตอร์.
ทำงานที่ CJ ฉบับคนที่เก็บรายละเอียดยิบ!!!
#รีวิวอาชีพ #cj #ทำงานที่cj #สมัครงาน #หางาน
🌷HEARTOPY 🌷

🌷HEARTOPY 🌷

ถูกใจ 756 ครั้ง

พวกทำงานเก่งแม่งใช้สูตรนี้
1 เขียนแผนตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นมาจะได้ลุยเลย ไม่ใช่มายืนเอ๋อแดกตอนเช้าว่าจะทำอะไรดี เสียเวลา 2 โฟกัส 3 อย่างพอ เลือกงานที่สำคัญสุดมา 3 อย่าง ทำให้เสร็จ ที่เหลือช่างหัวมัน ถือว่าวันนี้รอดแล้ว 3 เลิกบ้าเช็กเมลทั้งวัน กำหนดเวลาไปเลย เช้ารอบ บ่ายรอบ พอ! ไม่ต้องเฝ้าจอเหมือนหมาเฝ้าบ้าน 4 หัดปฏ
HRBP wingspan

HRBP wingspan

ถูกใจ 766 ครั้ง

สาวๆ ที่อยากทำงานบาร์ มาฟังก่อนแม่!!
มาค่ะสาวๆ ใครที่สนใจอยากทำงานบาร์ เราจะมาเล่าให้ฟัง เป็นมุมของเราเองที่ไปประสบพบเจอมานะคะ เริ่มเลอ~~~ 🍷Q : อะไรคือจุดเริ่มต้นในการไปทำงานนี้? A : อ่าาา เรื่องมีอยู่ว่าเราอยู่ในช่วงตกงาน เนื่องจากพื้นที่ที่เราอยู่เป็นเขตโรงงานซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราลองไปทำมาหลายโรงงานละ จนสรุปได้ว่าเราไม่ชอบงานโรงงาน
Moddang

Moddang

ถูกใจ 30 ครั้ง

หน้าปกหนังสือ 'How to Make Work Not Suck' พร้อมข้อคิด '15 ข้อคิดจาก 120 สำหรับคนทำงานทุกคน' และคำโปรย 'มีคนเฮงซวยทุกที่ แต่อย่าเป็นเองก็พอ' โดยมีมือถือหนังสืออยู่
หน้าหนังสือเปิดเผยเนื้อหาหัวข้อ 'ฉันกำลังทำอะไรกับชีวิตตัวเอง' ซึ่งกล่าวถึงการไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่คู่ม�ือพัฒนาตนเองทั่วไป
หน้าหนังสือแสดงหัวข้อ 'ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และคุณเองก็คงไม่รู้เช่นกัน' พร้อมภาพประกอบเวทีที่มีไมโครโฟนและเก้าอี้ว่างเปล่า สื่อถึงการแสร้งทำเป็นรู้
รีวิวหนังสือและ 15 ข้อคิด สำหรับคนที่ต้องทำงานกับคน จนกว่าจะออก
#รีวิวหนังสือ เล่มที่ 6 ของ ส.ค. / 27 ของปี 2568 เห็นชื่อหนังสือ "เมื่อเส้นทางการทำงานโรยไปด้วยเปลือกทุเรียน" ครั้งแรก แบบยังไม่อ่านชื่อคนเขียน คิดว่านักเขียนเป็นคนไทย แต่เปล่าเลย คนแปลเอามาปรับภาษาให้เข้ากับคนไทยเฉยๆ แต่ถือว่าแปลให้เข้าจริตคนทำงานแต่ยังสะท้อนสไตล์ภาษาเขียนเดิมได้ดี แ
A Little Story Me

A Little Story Me

ถูกใจ 41 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม