Automatically translated.View original post

The placement of goods in the store affects this much?!😍

Retail KPI Series Ep.27

You know, the placement of the store wasn't random.

It affects sales and "profit per SKU" directly!

📍 "eye level" position is called the Golden Zone.

→ Easy Seeing Customer → Easy Picking → Best Selling + No Sale

So the brand paid more to get this placement rack.

💡 Nielsen said...

Of "below the knee" placements, sales are 40% + less than the middle class.

It means...

Organize a good shelf = No need to promote, can sell

Putting a little miss = losing both chances of profit

Have you ever noticed when walking? We always pick things up from "eye level" first.

Have your friends ever bought something because it's "in front of you"? Let's share it. 👇

# Drug sign with Lemon8 # Trending # Lemon 8 Howtoo # Marketing # Business

2025/8/5 Edited to

... Read moreถ้าอยาก “จัดวางสินค้าให้โดดเด่นสะดุดตา” แบบเห็นผลไวๆ ในร้านค้าปลีก/มินิมาร์ท/บูธขายของ สิ่งที่ฉันใช้เป็นเช็กลิสต์ประจำคือทำให้ลูกค้า “เห็นก่อน-หยิบง่าย-ตัดสินใจเร็ว” โดยไม่ต้องพึ่งโปรฯ ตลอดเวลา 1) เริ่มจาก Golden Zone (ระดับสายตา) ให้ชัด ชั้น “EYE-LEVEL = GOLDEN ZONE” คือพื้นที่ทำเงิน เพราะเป็นตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นก่อนแบบอัตโนมัติ ถ้าคุณมีสินค้าตัวทำกำไรหรืออยากดัน SKU ใหม่ ให้ดันขึ้นระดับสายตาก่อนเสมอ ฉันมักจัดให้สินค้าตัวเด่นอยู่ช่วงกลางชั้น และเว้นพื้นที่หน้าสินค้า (facing) ให้กว้างขึ้นอีกนิดเพื่อให้ดู “เด่น” กว่าเพื่อนข้างๆ 2) ใช้ป้ายช่วยสะกิดสายตา (แต่ไม่รก) ป้ายเล็กๆ แบบ “BEST SELLER”, “ขายดี”, “แนะนำ” ช่วยให้สินค้าสะดุดตาโดยไม่ต้องลดราคา แนะนำให้ใช้คำสั้น ตัวใหญ่ คอนทราสต์ชัด และวางป้ายระดับเดียวกับสินค้า ไม่ต้องติดเต็มชั้น เพราะจะกลายเป็นรบกวนสายตาแทน 3) หลีกเลี่ยงโซนมองไม่เห็น (Low Visibility) จากประสบการณ์ สินค้าที่วางต่ำกว่าเข่ามักกลายเป็น “LOW VISIBILITY” คือคนเดินผ่านแล้วไม่เห็นจริงๆ โซนนี้เหมาะกับของหนัก/ของที่ลูกค้าตั้งใจซื้ออยู่แล้ว (เช่น น้ำแพ็ก กระดาษทิชชู่แพ็กใหญ่) มากกว่าของที่ต้องการ impulse buy ถ้าเป็นสินค้ากำไรดีแต่ถูกดันไปชั้นล่าง ฉันจะย้ายขึ้นมาอยู่ระดับสายตาหรืออย่างน้อยระดับมือหยิบ 4) จัดเป็นบล็อกสี/แบรนด์ เพื่อให้ “โดดเด่น” ง่ายขึ้น เทคนิคที่ช่วยมากคือการทำ “Color block” หรือ “Brand block” ให้สินค้ากลุ่มเดียวกันอยู่ติดกันเป็นก้อนใหญ่ ลูกค้าจะเห็นเป็นกองเดียวชัดๆ ดูเป็นระเบียบและน่าเชื่อถือกว่าแบบวางสลับมั่วๆ แถมยังช่วยให้เลือกเทียบรุ่น/รสได้เร็ว 5) วางของเร่งตัดสินใจไว้ใกล้เส้นทางเดิน ถ้าร้านมีทางเดินหลัก ให้เอาสินค้าที่อยากดันไปอยู่จุดที่คนต้องผ่าน เช่น ปลายแถว (endcap) หรือจุดเลี้ยวหัวมุม เพราะเป็นตำแหน่งที่สายตากวาดเจอก่อนเสมอ แล้วค่อยเสริมด้วยป้าย “แนะนำ/ขายดี” ระดับสายตาอีกชั้น 6) เพิ่มกำไรต่อ SKU ด้วยการจัดคู่สินค้า (cross-merchandising) ฉันชอบจับคู่ของที่ใช้ร่วมกันให้อยู่ใกล้กัน เช่น ขนม+เครื่องดื่ม หรือซอส+เส้น/วัตถุดิบ วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสหยิบเพิ่มโดยไม่ต้องโปรฯ หนักๆ และทำให้ชั้นวางดูมีเหตุผล ลูกค้ารู้สึก “หยิบครบในที่เดียว” สรุปสั้นๆ: ถ้าอยากให้สินค้าโดดเด่นสะดุดตา ให้เริ่มจากย้ายตัวทำกำไรไป Golden Zone ระดับสายตา ใช้ป้ายให้น้อยแต่คม เลี่ยงโซนต่ำกว่าเข่า และจัดบล็อกให้เห็นเป็นก้อนชัดๆ แค่ปรับตำแหน่งกับการมองเห็นให้ถูก จุดเดียวก็เพิ่มยอดได้แบบไม่ต้องลดราคาเยอะจริงๆ