ขุดลึกเทรนด์ Recommerce: ทำไมตลาดมือสองไทยถึงโตแรง
ทำไมตลาดมือสอง (Recommerce) กำลังมาแรง?
- เติบโตอย่างก้าวกระโดด: รายงานปี 2025 ระบุว่าตลาดรีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตต่อปีประมาณ 14.5% และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 (ประมาณ 64 พันล้านบาท) นช่วงปี 2020–2024 มูลค่าตลาดโตเฉลี่ย 17.8% ต่อปี และยังคาดว่าจะโตต่อไปถึงปี 2029
- ตลาดหรูมือสองโตต่อเนื่อง: ตลาดแฟชั่นมือสองระดับลักซ์ชัวรีในไทยมีการขยายตัวปีละ 12% และมูลค่าประมาณ 40 พันล้านบาทในปี 2024 โดยได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา
- กระแสโลกดันให้โดดเด่น: รายงานระดับโลกชี้ว่ามูลค่าตลาดเสื้อผ้ามือสองทั่วโลกมีโอกาสแตะ 367 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 โดยแรงขับหลักมาจากความต้องการแฟชั่นราคาจับต้องได้และยั่งยืน รวมถึงการที่แบรนด์เริ่มมีนโยบายรับคืนหรือรีเซลสินค้า
ปัจจัยที่ทำให้ Recommerce บูม
- ความคุ้มค่าและความยั่งยืน: ผู้บริโภครุ่นใหม่มองว่าซื้อของมือสองคือการได้ของดีราคาย่อมเยา และช่วยลดขยะเสื้อผ้า—ข้อมูลชี้ว่าทั่วโลกมีเสื้อผ้าถูกทิ้งปีละกว่า 92 ล้านตัน และน้อยกว่า 1% ถูกรีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าใหม่การนำสินค้ามือสองมาปรับสภาพยังช่วยลดคาร์บอน การใช้น้ำ และพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
- แบรนด์และผู้ค้าร่วมขบวน: ในไทย บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Saha Group จับมือกับเครือมือสองญี่ปุ่น Komehyo และ Ragtag เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ขณะที่ห้างดังอย่าง Siam Piwat เปิด “Circular of Lux” ที่สยามดิสคัฟเวอรี ให้ลูกค้า “ซื้อ-ขาย” สินค้าลักซ์มือสองได้ในที่เดียว
- ประสบการณ์ดิจิทัลที่ง่ายและเร็ว: นักช้อปไทยราว 78% ให้ความสำคัญกับความง่ายและสะดวกเป็นอันดับแรก 68% ต้องการเว็บไซต์/แอปที่ใช้งานง่ายและชำระเงินไว และฟีเจอร์ “แตะเพื่อซื้อ” บนอี‑คอมเมิร์ซมีอัตราการซื้อสูงกว่าปกติถึง 40% เมื่อแพลตฟอร์มรีคอมเมิร์ซพัฒนาให้เลือก–จ่าย–รับของแบบไร้สะดุดก็จึงตรงใจผู้บริโภคยุคนี้
- การยอมรับในกลุ่มคนรุ่นใหม่: คนรุ่น Gen Z และมิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่รวดเร็วและเรียบง่าย และมองว่าการซื้อของมือสองช่ วยแสดงตัวตนด้านความยั่งยืนและความพิเศษของสินค้า—ทั้งยังได้รับแรงเชียร์จากกระแสแฟชั่นรีโทรและกระเป๋า vintage
แล้วผู้เล่นแต่ละฝ่ายได้อะไร?
- ผู้บริโภค: ได้สินค้าคุณภาพดีราคาย่อมเยา มีความแปลกใหม่ และรู้สึกได้มีส่วนช่วยโลก.
- ร้านค้าและแบรนด์: สามารถสร้างรายได้จากสินค้ารีเซล เพิ่ม traffic เข้า shop และขยายฐานลูกค้าใหม่; ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนทิ้งสินค้า.
- สิ่งแวดล้อม: การขยายอายุการใช้งานเสื้อผ้าและสินค้า ลดขยะสิ่งทอที่กำลังล้นโลก และช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ
ชวนคุย
คุณเคยซื้อของมือสองหรือส่งของให้รีเซลบ้างไหม? แพลตฟอร์มหรือร้านไหนที่คุณรู้สึกประทับใจเรื่องคุณภาพและความสะดวก? มาแชร์ประสบการณ์หรือของลูกรักที่ได้จากตลาด Recommerce กันหน่อย! 👇
ตลาด Recommerce หรือที่เรารู้จักกันในชื่อการซื้อขายสินค้ามือสอง กำลังกลายเป็นแนวโน้มสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในไทยที่ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากร้านค้ามากมายที่นำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ อย่างที่ได้กล่าวในบทความ ตลาดหรูมือสองในไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูก แต่เป็นการซื้อเพื่อความยั่งยืน คนรุ่นใหม่และคนที่สนใจแฟชั่นยุคใหม่ต่างมองหาวิธีที่จะสร้างความพิเศษในสไตล์ตัวเองโดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม จากภาพในร้าน 2nd STREET ที่แสดงราวแขวนเสื้อผ้ามือสองหลากหลายสไตล์ จะเห็นได้ว่ามีความหลากหลายสูง สมกับที่ได้รับความนิยมในตลาด และยังพิสูจน์ถึงคุณภาพของสินค้า ซึ่งช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการเลือกซื้อ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าการซื้อขายสินค้ามือสองจะประสบความสำเร็จได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก คำตอบคือการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักช้อปยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองซื้อสินค้ามือสอง ควรเลือกแพลตฟอร์มหรือร้านค้าที่มีรีวิวดี มีนโยบายรับประกันคุณภาพ และบริการที่เป็นมิตรเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนขาย นอกจากนี้ การร่วมมือระหว่างแบรนด์และร้านค้าในตลาดรีคอมเมิร์ซยังช่วยให้ผู้บริโภคได้เลือกสินค้ามีคุณภาพและมีประวัติชัดเจน ในมุมของผู้ขาย ก็เป็นโอกาสดีที่สามารถเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงช่วยลดขยะสิ่งทอที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นับว่า Recommerce ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สะท้อนความตระหนักต่อความยั่งยืนในสังคมไทยปัจจุบันอย่างแท้จริง
