แจ่วบองแม่ถวิน
ถ้าใครกำลังหา “แจ่วบอง วิธีทำ” แบบบ้านๆ สไตล์อีสาน (แนวเดียวกับแจ่วบองแม่ถวินที่หลายคนชอบ) อันนี้เป็นวิธีที่ฉันทำกินเองบ่อย เพราะได้รสปลาร้าสับหอมๆ เผ็ดนัว กินกับข้าวเหนียวคือหยุดไม่ได้ วัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ - ปลาร้าสับ/ปลาร้าบอง (เลือกแบบสุกหรือผ่านการปรุงแล้วจะปลอดภัยและกลิ่นนุ่มกว่า) - พริกแห้ง + พริกสด (ปรับความเผ็ดตามชอบ) - หอมแดง กระเทียม (ช่วยให้หอมและกลบกลิ่นคาว) - ตะไคร้ซอย (ใส่นิดเดียวแล้วหอมมาก) - น้ำมะนาวหรือน้ำมะขามเปียก (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) - น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทรายเล็กน้อย (ตัดรส) - ผงชูรส/ผงนัว (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ตามสไตล์บ้าน) วิธีทำแจ่วบองแบบง่ายๆ (ฉบับทำกินเอง) 1) คั่ว/ย่างพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม และตะไคร้พอหอม ระวังอย่าให้ไหม้ เพราะจะขม 2) โขลกของย่างให้ละเอียดตามที่ชอบ แล้วใส่ปลาร้าสับลงไปตำให้เข้ากัน 3) ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำมะขาม เติมหวานนิดเดียว ชิมให้ได้ “เผ็ด-เค็ม-เปรี้ยว-นัว” 4) ถ้าชอบเนื้อแจ่วบองขลุกขลิก ให้เอาไปคั่วในกระทะไฟอ่อน 3–5 นาที จะหอมขึ้นและเก็บได้นานขึ้น (คนตลอด กันไหม้) เคล็ดลับที่ทำแล้วเวิร์ก - ลดกลิ่นคาว: ย่างหอมกระเทียมให้หอมจริง + ใส่ตะไคร้นิดเดียว กลิ่นจะละมุนขึ้น - ความนัว: ถ้าปลาร้าสับเค็มมาก ให้ใส่หอม/กระเทียมเพิ่ม แทนการเติมน้ำ จะไม่จืด - เนื้อสัมผัส: ชอบละเอียดให้ตำยาวหน่อย ชอบเป็นชิ้นให้ตำแค่พอแตก กินกับอะไรอร่อยสุด - ข้าวเหนียวร้อนๆ + ผักลวก (ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ฟักทอง) หรือผักสด (แตงกวา ใบชะพลู) - ไข่ต้ม/ไข่เจียว หรือหมูย่าง ไก่ย่าง คือเข้ากันมาก การเก็บรักษา - ถ้าคั่วจนแห้งพอสมควร ใส่ขวดสะอาด แช่ตู้เย็นอยู่ได้หลายวันถึงเป็นสัปดาห์ (ขึ้นกับความสะอาดและความชื้น) - ตักด้วยช้อนแห้งทุกครั้ง จะช่วยไม่ให้เสียง่าย ใครอยากได้รสแบบ “สูตรอีสาน จ้ำยามได้กะแซ่บ” แนะนำให้เริ่มจากเผ็ดกลางก่อน แล้วค่อยเพิ่มพริกทีหลัง ชิมไปปรับไป รับรองได้แจ่วบองหอมๆ นัวๆ แบบทำเองกินได้บ่อยแน่นอน




