Automatically translated.View original post

He never got a chance to talk again.

He left Tit in between until it was too late.

He doesn't even remember what he was fighting about.

But he remembered that no one was willing.

Each person is waiting for the other person to come back first.

Until one day his lover left the world.

He regrets that the lover left the world.

He can only blame himself that

What's blocking is between him and his lover.

Not the problem that day.

But it's my own

# Tit

# The lover who left

# Don't talk again

# Guilt

# Not reconciled

6/18 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงที่เคยเผชิญกับเรื่องราวที่มีทิฐิเป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์ ผมอยากแชร์ความรู้สึกที่หลายคนอาจเผชิญเหมือนกัน ทิฐิไม่ได้เป็นเพียงแค่ความดื้อรั้น แต่คือกำแพงที่ทำให้เราไม่สามารถสื่อสารหรือแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ หลายครั้งที่ผมและคนรอบข้างปล่อยให้ความรู้สึกผิดและความดื้อรั้นเอาชนะความรัก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วปัญหาที่แท้จริงอาจเล็กน้อยกว่าที่คิด การรอคอยให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายยอมกลับมาก่อน จริง ๆ แล้วคือการสร้างช่องว่างให้ความสัมพันธ์ห่างกันออกไปเรื่อย ๆ และเป็นเหตุให้เกิดความเสียใจในภายหลัง เมื่อคนที่เรารักจากไปโดยไม่มีโอกาสได้รับคำขอโทษ หรือแก้ไขความเข้าใจกัน เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่าการเปิดใจและการให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิต เพราะมันช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ให้ยาวนานและแข็งแรง นอกจากนี้ ผมยังพบว่า การพูดคุยอย่างจริงใจและลดทิฐิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความกล้าหาญและความเข้าใจในใจของแต่ละฝ่าย หากเราปล่อยให้ความภาคภูมิใจมาครอบงำ บางครั้งผลที่จะตามมาคือความเจ็บปวดเกินกว่าจะทนรับได้ ผมหวังว่าเรื่องราวนี้จะช่วยให้หลายคนตระหนักถึงคุณค่าของการลดทิฐิ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียใจเหมือนที่ผมเคยเจอ สุดท้ายนี้ อยากฝากว่าความรักและความสัมพันธ์ที่ดีเกิดจากการให้เกียรติและเปิดใจรับฟังกันเสมอ อย่าปล่อยให้ความหยิ่งยโสหรือทิฐิมาขวางกั้นเพราะบางครั้งโอกาสดี ๆ อาจหมดไปโดยไม่ทันตั้งตัว