เตือนภัย เมื่อโดนโกงเงิน😡

เตือน!🚨

อยากเตือนภัยจากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะโดนมาโดนเข้าจนได้เสียเกือบ 7แสน เริ่มจากแค่การกด like

ตามหัวข้อเลยค่ะเราไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าเราจะมาโดนอะไรแบบนี้เพราะเราเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินพอสมควรแต่นี่โดนมิจไป รวมรวมแล้วประมาณ 700,000เป็นหนี้จากบัตรเครดิตที่เรากดเงินสดเพื่อโอนเข้าธนาคารไปจ่ายให้มิจ

ขอเล่าคร่าวๆแทนนะคะต้องขอเกริ่นก่อนว่าอาจจะพูดจา ดูสับสนวกไปวนมาบ้างนะคะ เพราะว่าบอกตามตรงว่าตอนนี้ก็ยังคงไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ไม่มีทั้งแรงกายแรงใจเรื่องเกิดวันที่ 14/7168 น่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่droprich ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าไปลงทุนใดใดแต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงหลงคารมณ์ จากตอนแรก ก็เริ่มแค่การกด like โฆษณาแล้วได้รับผลิตภัณฑ์ทดลองฟรีแล้วก็เริ่มถูกชักจูงให้ลงทุนจากยอด

น้อยหลักร้อยหลักพันเริ่มไปเป็นหลักหมื่นค่อยๆมากขึ้นทาง มิจฉาชีพก็อ้าง ว่าถอนเงินไม่ได้บ้างแล้วทำผิดเงื่อนไขต่างๆ บ้างต้องต้องโอนเงินสมทบเข้าไปถึงจะถอนได้สารพัดวิธีบ้าง ด้วยความที่เราอยากได้เงินคืนหรืออะไรก็แล้วแต่บวกกับสมอง ที่ไม่ค่อยทำงานเท่าไหร่ยอมรับตรงๆว่าตอนนั้นก็เบลอมากไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปรู้แค่ว่าใจอยากได้เงินคืนก็เลยโอนหาสารพัดวิธีได้เงินมาทั้ง จำนำบ้าง ยืมคนอื่นบ้าง กดเงินสดจาก บัตรเครดิตทำให้ตอนนี้เป็นหนี้บัตรเครดิตมากมายจนเครียด ด้วยเหตุผล ที่ว่าเราตกงานอยู่แล้วด้วยไม่มีรายได้และสารพัดความกดดัน ทั้งจากคนรอบตัวที่ไม่มีความช่วยเหลือใดๆแม้แต่คำปรึกษาเราตัวคนเดียว ไหนจะโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว ค่อนข้างหนัก ที่ตอนนี้สมองเรามันไม่เดินมีแต่อาการเบลอโอนให้มิจฉาชีพจนไม่มีจะโอนให้แต่ก็ยังไม่วายบอกว่ายังต้องโอน อีก 10% ประมาณอีก 70,000 บาทเพื่อปิดบัญชีแล้วเราจะได้เงินคืนทั้งหมด ซึ่งเราไม่มีแล้ว แล้วก็ไม่คิดจะโอนให้แล้วด้วยเรารู้สึกเราโง่เองโง่มากๆว่าตัวเองทำอะไรลงไปยิ่งต้องมาอ่านหรือมาเล่าเรื่องเล่าซ้ำๆยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่มากๆจริงๆเรา เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วและยิ่งรู้สึกผิดบวกกับความเครียด เราเข้าโรงพยาบาลแอดมิดไป 2อาทิตย์ (จิตเวชจากโรคซึมเศร้า) ไม่ได้จับโทรศัพท์เพราะด้วยหน่วยจิตเวชที่งดใช้โทรศัพท์และงดติดต่อโลกภายนอกทำให้กว่าเราจะดำเนินคดีก็ล่าช้าออกไปอีกกว่าร่างกายจะฟื้นตัวลุกขึ้นมาไหว เรียบเรียงไทม์ไลน์เข้าแจ้งความก็วันที่ 14/8/68 โน่นแล้ว ระยะเวลาล่วงเลยไปเป็นเดือน

แต่ระหว่างนั้นมิจฉาชีพ ก็ยังคงติดต่อมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันอยากรู้นางจะมาไม้ไหนซึ่ง ก็ยังคงติดต่อมาทุกช่องทางนะคะให้มาโอนปิดยอดเราเครียดมากๆ

จะคิดทำอะไรก็สับสนไปหมดกลัวว่าคดีก็ไม่คืบหน้าเงินก็ไม่ได้คืน (ก็อย่างที่รู้กันว่า ถ้าไม่มีเส้นก็คงยากที่จะได้คืนไม่ใช่คน ดังไม่ได้ออกสื่อ)

เราเองก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่างหมดแล้วแจ้ง AOC ไปลง บันทึกประจำวันเหลือรอแค่ตำรวจเรียกสอบปากคำซึ่งตำรวจก็ให้รอไปก่อน (อยากจะเร่งเค้าแต่จะทำอย่างไรได้)

อัตราดอกเบี้ยก็เดินอยู่ทุกวัน จากบัตรเครดิต ปรึกษาทางแบงค์ชาติขอคำแนะนำก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง (สมองมัน

มึนๆงงๆ)

กลัวไปหมดทั้งภาระหนี้สินที่ไม่มีปัญญาจะจ่าย ไหนจะต้องติดเครดิตบูโร ปัญหาครอบครัวรอบครัว กับพี่สาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็แตกหักกันแถมยังติดเงินเค้าอยู่อีก ใจเราก็ไม่อยากแตกหักกับพี่สาวเพราะรู้สึกผิดกับแม่ที่เสียไปแล้ว ญาติพี่น้อง มีก็เหมือนไม่มีค่ะ ทุกอย่างเราตัวคนเดียวมันเลยยิ่งเครียด

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของแบงค์ชาติเองก็แนะนำดีมากแต่เราเองที่ไม่ค่อยเข้าใจ(สมองมันไม่เดินจริงๆ ) แล้วเค้าก็บอกเองว่าโอกาส ที่จะได้คืนก็น้อยมากๆ

ยิ่งทำให้เราเครียดไปใหญ่เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายหนี้สินมากมายพยายามขายของใช้ที่มี ทั้งbrandname บ้าง ของอื่นๆบ้าง ก็ขายแทบไม่ได้แม้แต่เงินค่ารถที่จะไปสน. ยังแทบจะไม่มี มันเครียดไปหมดจริงๆค่ะ

ตอนนี้ได้แค่รอตำรวจเรียกไปให้ปากคำแล้วก็รอ statement จากแบงค์ แล้วก็หาทางประนีประนอมหนี้

แต่ระหว่างที่รอใจมันแทบจะขาด ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหน ไม่รู้ว่าจะทำยังไง อยู่คนเดียวปรึกษาใครก็ไม่ได้ ไหนจะสภาพ ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง 100% เพิ่งได้รับการปรับยา จิตเวชใหม่ก็มี effect หลายอย่าง ยิ่งเครียดร่างกายก็ยิ่งแย่ panic กำเริบตลอดเวลา แต่จะไม่ให้เครียดก็คงทำไม่ได้บอกตามตรงว่าของที่ไปจำนำก็เป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจที่ย่าและแม่ เหลือทิ้งไว้ให้ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ไม่อยู่แล้วมันทำให้เรา รู้สึกว่าเราโง่มากๆและเราทำผิดมากๆทำไมถึงโอนไปให้ตั้งมากมายขนาดนี้ไม่รู้จักหยุดตั้งแต่แรก เราไม่มีปัญญาจะไปไถ่ของคืน เรารู้ว่ามันคือของนอกกาย แต่กำลังใจจากย่าและแม่เหมือนเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจเรา

ตอนนี้ก็ได้แค่รอแล้วก็หาทางหาเงินมาใช้หนี้โดยที่ไม่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนดี เดือนนึงพบหมอก็หลายโรค ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆอีก

สุดท้ายเราไม่เคยคิดเลยว่าเราจะเจอเรื่องนี้เข้ากับตัวเพราะเราเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินพอสมควร คิดมาตลอดว่าไม่น่าหลงกลกับพวกมิจฉาชีพ จะทำอะไรก็ระวังตัวตลอด แต่ไม่รู้เพราะอะไรอาจจะเป็นเวรกรรมที่เคยไปโกงใครเค้าไว้บวกกับสมองที่มันเบลอมากๆของโรคซึมเศร้าที่มันแย่ลงสุดๆจากการเสียแม่ผู้ที่เป็นทุกอย่าง เป็นเพื่อนเป็นครอบครัวเพียงคนเดียว ทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด (ไม่ได้อยากจะโทษสภาวะโรค แต่สมองเราเป็นหนักมากจริงๆ) พอมาเจอเรื่องแบบนี้อาการของโรคเราคูณ 10 เข้าไปเลยค่ะ

เราเหนื่อยเหลือเกินแล้วก็ไม่รู้จะสู้กับปัญหายังไงแล้ว เหนื่อยที่ต้องสู้เพียงลำพังคนเดียวด้วยค่ะ

แค่เห็นข่าวคนที่ได้คืนเวลาโดนโกงออนไลน์เรารู้สึกยินดีกับเค้าจังแต่ความหวังของเราคงแทบไม่มี คิดในใจขำๆถ้าเกิดเป็นคนรวยจะถือซะว่าทำบุญทำทานไม่เก็บมารกสมองแล้วปล่อยไปเลย แต่เผอิญไม่ใช่ แค่อยากได้เงินคืนมาใช้หนี้เร็วๆ#โดนโกงเงิน #โกงเงินออนไลน์ #โดนหลอกโอนเงิน #โกงเงิน

2025/8/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลัง “โดนโกง” หรือเพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกโอนเงิน/ลงทุนแล้ว “ถอนเงินไม่ได้” สิ่งแรกที่อยากบอกคือ หยุดโอนทันทีค่ะ ต่อให้ปลายทางอ้างว่าโอนเพิ่มอีก 10% แล้วจะ “ปิดบัญชี” หรือ “ปลดล็อกการถอน” ให้ อย่าเชื่อ เพราะนี่เป็นแพทเทิร์นเดิมๆ ที่มิจฉาชีพใช้ยื้อให้เราโอนเพิ่ม (ยิ่งเราอยากได้คืน ยิ่งตกหลุมง่าย) จากประสบการณ์ที่เจอมากับตัว สิ่งที่ทำแล้วช่วย “ตั้งสติ” และเพิ่มโอกาสในการตามเงิน/ตัดวงจรการถูกหลอก มีประมาณนี้ค่ะ 1) รวบรวมหลักฐานให้ครบแบบเป็นชุด - สลิปโอนเงินทุกครั้ง, เลขบัญชีปลายทาง, ชื่อบัญชี, วันเวลา - แชททั้งหมด (ไลน์/เฟซ/เทเลแกรม), ข้อความที่บอกให้โอนเพิ่ม/ถอนเงินไม่ได้ - ลิงก์เว็บไซต์/ชื่อแพลตฟอร์ม/หน้าเพจโฆษณา (แคปหน้าจอไว้) ทริคของเราคือทำเป็นโฟลเดอร์ตาม “วัน” และพิมพ์ไทม์ไลน์สั้นๆ ว่าเริ่มจากอะไร (เช่น กดไลก์ → ชวนลงทุน → ถอนเงินไม่ได้ → ให้โอนเพิ่ม) 2) ติดต่อธนาคารทันทีและขอให้ช่วย “อายัด/ติดตามรายการ” โทรคอลเซ็นเตอร์ธนาคารที่โอนออก และถ้าทันให้แจ้งว่าถูกโกง ขอให้ทำเรื่องเร่งด่วน (บางเคสอาจช่วยประสานปลายทางได้ แม้ไม่ได้การันตีว่าจะได้เงินคืน) เก็บเลขเคส/ชื่อเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย 3) แจ้งความ + บันทึกประจำวัน และขอเอกสารให้ครบ ตอนเราไป สน. ขอสำเนาบันทึกประจำวัน/ใบแจ้งความไว้ใช้ติดต่อธนาคารและหน่วยงานอื่นๆ และอย่าลืมขอ “คำแนะนำเรื่องการขอ statement/รายการเดินบัญชี” ให้ชัดเจนว่าต้องใช้ช่วงวันไหนบ้าง 4) แจ้ง AOC/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบล็อกทุกช่องทาง หลังแจ้งเรื่องแล้ว แนะนำให้บล็อกเบอร์/ไลน์/ทุกแอคเคานต์ที่ติดต่อมา เพราะเขาจะพยายามกดดันให้เราโอนเพิ่มเรื่อยๆ (บางทีใช้คำขู่เรื่องคดี/ค่าปรับ/ผิดเงื่อนไข) ยิ่งคุยต่อยิ่งเสียสุขภาพจิต 5) ถ้ามีหนี้บัตรเครดิตจากการกดเงินสด: รีบคุยเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ อันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะดอกเบี้ยมันเดินทุกวัน ให้ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ ขอทางเลือกเช่น ผ่อนปรน/ปรับแผนชำระ/รวมหนี้ และขอให้สรุปเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร (หรืออีเมล) กันสับสน 6) ระวัง “มิจซ้ำ” ที่อ้างว่าช่วยตามเงินคืน หลังโพสต์เตือนภัยหรือหลังแจ้งความ มักมีคนทักมาบอกช่วยกู้คืนเงินได้ คิดค่าดำเนินการก่อน อันนี้เสี่ยงโดนโกงซ้ำมากๆ ถ้าต้องโอนค่าทำเรื่องก่อน = ให้สงสัยไว้ก่อน สุดท้ายอยากย้ำว่า การโดนโกงไม่ใช่เรื่องน่าอาย มิจฉาชีพใช้จิตวิทยาเล่นกับความหวังและความกลัว โดยเฉพาะตอนเราเครียดหรือสภาพจิตใจไม่พร้อม ถ้าตอนนี้คุณเริ่มสับสน ให้ทำทีละอย่างตามลำดับ “หยุดโอน → เก็บหลักฐาน → ติดต่อธนาคาร → แจ้งความ/AOC → วางแผนหนี้” แค่นี้ก็ถือว่าก้าวผ่านจุดที่อันตรายที่สุดแล้วค่ะ

ค้นหา ·
โดนหลอกให้โอนเงิน มิจฉาชีพ

103 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Praphaphan Kaew
Praphaphan Kaew

จากใจนะคะเราทำงานแบงค์ รับเรื่องมิจฉาชีพมากกว่า 100เคส เห็นมีคนได้คืน 0คนค่ะ ตัดใจ เริ่มใหม่หาเงินใหม่ได้เลยนะคะ ปล่อยเครดิตพังไป...🥺

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ jbwan
jbwan

โดนเหมือนกันคะ...โดนไป 7 หลัก 2 นำหน้า ตอนนี้หมดตัวและเป็นหนี้ ร้องไห้ทุกวัน..จอเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นไปได้นะคะ

ดูเพิ่มเติม(9)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม