自動翻訳されています。元の投稿を表示する

Ep 2.31歳で脳卒中!アイデンティティ病と前症状

Ep 2.脳卒中前のアイデンティティ病

昨年の中頃、私たちは食物アレルギーで病院に行きました。

そして医者は異常に高い圧力があることを見ました。

専門医に相談することをお勧めします。

その後医者を見つけて死体を調べる

それ以来、私は圧力薬を飲んでいます。

私たちはそれ以来、生活と食生活を調整しようとしています。

体重が10 kg減少し、価値が向上しました

糖分を減らしたLDL

しかし、私たちの家族の歴史では、以前は脳卒中でした

お父さん+お母さんは糖尿病で脂肪が圧迫されています

その後、医者はもっと脂肪を減らす薬を服用しました。

しかし、私たちの両親が食べた量に比べると、それは少量です。

今まで脳卒中になるとは思っていませんでした。

振る舞い

私は遅く寝る人です。私は遅く寝ます。私は早く寝ます。

卒業以来フリーランド+在宅勤務

静かなので夜に働くのが好きです

いつも夜を生きていた。

+ハードスリーパー。異なる方法で眠ることはまったく眠っていません。

敏感でカフェインが多い。お茶を食べる。午後のコーヒーは朝食です。

したがって、ここ数年間、紅茶やコーヒーを控えてきました。

そして、異なる眠り方、音波、祈りを見つけてください。

瞑想、アートセラピー、ビタミンを摂取し、自分に合った方法を見つけてください。

しかし、脳卒中の数週間前、私は眠れませんでした。

短時間寝ることができます、2時間寝ることができます、常に目が覚めます

累積ストレス

私たちはストレスを感じていないと思います!しかし、それはストレスです。

就業年齢によっては、蓄積して不眠症を引き起こす可能性があると思います。

脳卒中前の症状

短時間寝て、2時間寝て、目を覚ます。

しびれた腕で目を覚ます、お茶を一杯、足を二本かもしれません。

一瞬が消えた

-片頭痛+めまい頭痛

私たちは通常、運動ウォーキングに行きますが、少し寝てから外出することはありません。

#トレンド #レモン8日記 #レモンでヘルシー8 #病気の経験を共有する #ストローク

7/20 に編集しました

... もっと見るจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่ต้องเผชิญกับสโตรกในวัย 31 ปี ถือเป็นการเตือนใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับความสำคัญของการดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะไม่มีประวัติส่วนตัวโดยตรง แต่การมีโรคประจำตัวอย่างความดันสูงและหน้าที่การงานที่เป็นฟรีแลนซ์ ทำให้เกิดความเครียดสะสมและรูปแบบการนอนที่ไม่สม่ำเสมอ สิ่งนี้ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม ผู้เขียนเล่าว่าการนอนไม่หลับเรื้อรัง นอนได้น้อยและหลับไม่ลึก ร่วมกับอาการชาแขนขาสลับซ้ายขวา และปวดหัวไมเกรนเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดสโตรกอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงการผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันสโตรก เช่น การควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด ดื่มน้ำเพียงพอ งดชา กาแฟหลังเที่ยงวัน เพราะคาเฟอีนส่งผลต่อการนอนหลับ นอกจากนี้ ผู้เขียนยังค้นหาวิธีการบำบัดแบบธรรมชาติ เช่น การฟังคลื่นเสียง สวดมนต์นั่งสมาธิ และศิลปะบำบัด เพื่อช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับและความเครียดสะสม เรียกได้ว่าการดูแลสุขภาพจึงต้องครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ จากประสบการณ์นี้ขอแนะนำว่า แม้จะยังอายุน้อย แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรือประวัติครอบครัว เช่น ความดัน ไขมัน เบาหวาน หรือสโตรก ควรใส่ใจตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และฟังเสียงเตือนจากร่างกายอย่างละเอียด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การดูแลตนเองอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพบแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก สุดท้ายนี้ ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารความเครียดและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน เพราะสโตรกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้ในวัยหนุ่มสาว การมีข้อมูลความรู้และเตรียมตัวล่วงหน้าย่อมดีกว่าการต้องมาเผชิญหน้ากับภาวะสุขภาพรุนแรงโดยไม่พร้อม