Automatically translated.View original post

How to boil the sago to be soft, not messy. 🥣✨

Who likes to eat Thai snacks? Sago is our favorite.

In the past, I liked the menu of boiled sago and Helz Blue Boy red water. I ate it in a pot. 😂

Many people may not know that there are two types of sago tablets.

🤍 sago from cassava flour.

🤍 sago tree (made from flour obtained from sago tree)

This recipe, we use sago tree. Not difficult to buy. According to the shopping app, there are a lot of sales.

🥣 * * How to do * *

1. Boil water to boil (use 8-10 times as much water as sago)

2. Put the sago on it. People gently. Just the first period.

3. Boil for 15-20 minutes until the pellets become clear, leaving a little white core.

4. Close the lid. Rest for 10-15 minutes to cook yourself.

5. Wash through cold water and rest.

Our recipe is with coconut milk and young coconut milk. It's very fragrant. 🥥 Anyone with roasted white or black sesame seeds can sprinkle more.

💡 Trick.

* Do not soak the sago before boiling, because the pellets are easy to smudge.

* Don't need to be often, because the sago pellets will slowly release the dough, causing the water to thicken and the pellets to mess up.

* Boil near the serving time to get the softest, most delicious texture.

# Thai snacks # Lemon 8 Howtoo # Make dessert, don't use the oven # Sago # Easy kitchen

6/29 Edited to

... Read moreสำหรับใครที่ชื่นชอบขนมไทยอย่างสาคูต้น การเตรียมสาคูให้นุ่มหนึบโดยไม่เละนั้นถือเป็นความท้าทายที่หลายคนเจอมาก่อน จากประสบการณ์ตรงของผม การเลือกใช้สาคูต้นที่มีคุณภาพดีจะช่วยให้ง่ายต่อการควบคุมเนื้อสัมผัส ซึ่งสาคูต้นที่ดีจะมีเม็ดค่อนข้างใสและไม่หลุดลุ่ยเวลาต้ม นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และหมั่นสังเกตวันที่ผลิตเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สดใหม่ เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยอีกอย่างคือ การเติมกะทิสดและเนื้อมะพร้าวอ่อนหลังจากสาคูสุกแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมของหวานไทยแบบดั้งเดิม และความหอมมันของกะทิจะทำให้ทุกคำที่กินเต็มไปด้วยความสุข ในด้านการลงมือทำ การใช้ปริมาณน้ำมากกว่าปกติ (8–10 เท่าของเม็ดสาคู) แล้วต้มด้วยไฟกลางจนเม็ดสาคูเริ่มใสและยังมีแกนขาวเล็กน้อย จะช่วยรักษาเนื้อสัมผัสได้ดี ไม่ควรคนบ่อยระหว่างต้ม เพราะจะทำให้เม็ดสาคูปล่อยแป้งออกมาเกินไปจนเนื้อเละ หลังจากต้มเสร็จแล้ว ปิดฝาและพักให้สุกเองด้วยความร้อนตกค้างประมาณ 10–15 นาที ซึ่งขั้นตอนนี้ช่วยให้เนื้อสาคูนุ่มขึ้นและทุกเม็ดสุกสม่ำเสมอกัน แล้วล้างผ่านน้ำเย็นเพื่อหยุดการสุกและช่วยให้เม็ดสาคูไม่ติดกัน เมื่อสะเด็ดน้ำก็พร้อมนำไปใช้จัดเสิร์ฟ ถ้าต้องการเพิ่มความน่าสนใจ สามารถโรยงาขาวหรืองาดำคั่ว เพื่อเพิ่มความหอมและสัมผัสกรุบกรอบเล็กๆ ช่วยเสริมรสชาติให้สาคูต้นจากธรรมชาติอย่างลงตัว สุดท้าย การต้มสาคูต้นให้นุ่มและไม่เละต้องทำใกล้เวลาจะรับประทาน เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบที่สุด รสชาติจะสดใหม่ และอร่อยเหมือนทำในร้านขนมชื่อดัง ที่สำคัญคือความรักและความตั้งใจในการทำอาหารเองช่วยเติมเต็มความสุขยิ่งขึ้นเมื่อลิ้มรสชาติขนมไทยแบบนี้