ปีนี้ต้องดูแล้ผิวหน้า แนะนำเซรั่ม&ครีม ที่ใช้ 💪

6/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึง “ครีมปรับสภาพผิวหน้า” สำหรับเรา ความหมายจริงๆ คือครีม/สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวกลับมาสมดุลและแข็งแรง โดยเฉพาะช่วงที่รู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อน มีริ้วรอยมา หรือผิวดูโทรมง่ายจากนอนน้อย/เจอแดด/อยู่ห้องแอร์นานๆ สิ่งที่เราโฟกัสปีนี้คือ “ฟื้นฟูเกราะผิว (skin barrier)” ให้แน่นก่อน เพราะพอผิวแข็งแรง การแต่งหน้า การบำรุงตัวอื่นๆ ก็เห็นผลดีขึ้นตามไปด้วย ทริคที่เราใช้ตอนเลือกครีมปรับสภาพผิวหน้า 1) เลือกเนื้อที่เหมาะกับผิว: ถ้าผิวผสม-มัน เราจะชอบเนื้อเจลครีมหรือครีมที่ซึมไว ไม่ทิ้งความมัน แต่ถ้าผิวแห้ง/ลอกง่าย ให้เลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแน่นขึ้น 2) มองหากลุ่มที่ช่วย barrier recovery: พวกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เน้นฟื้นฟูผิวจะช่วยลดอาการผิวอ่อนแอ แสบง่าย และทำให้ผิวดูฟูขึ้น 3) ถ้าเน้นริ้วรอย/ผิวหย่อน: เราชอบใช้คู่ “เซรั่ม + ครีม” เพราะเซรั่มช่วยลงลึกกว่า แล้วครีมช่วยซีลความชุ่มชื้นและเสริมการฟื้นฟู รูทีนที่เราทำ (ทาได้ทั้งเช้า-เย็น) - เช้า: ล้างหน้าอ่อนโยน > เซรั่ม (เราใช้แนว Microcapsule Serum เพราะฟีลเหมือนเม็ดแคปซูลแตกแล้วซึมลงผิว) > ครีมฟื้นฟูผิว (แนว recovery firming cream) > กันแดด - เย็น: ทำความสะอาด > เซรั่ม > ครีม แล้วบางวันที่ผิวแห้งมากจะทาซ้ำบางๆ เฉพาะจุด สิ่งที่เราสังเกตหลังใช้ต่อเนื่องคือผิวดูอิ่มน้ำขึ้นก่อนเป็นอย่างแรก แล้วค่อยๆ รู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น แต่งหน้าติดขึ้น และช่วงที่ผิวเคยแห้งกร้านจะลดลง สำหรับเรื่องริ้วรอย/ความหย่อน เรามองว่าเป็นผลระยะยาว ต้องให้เวลาสักหน่อย แต่ถ้าทำสม่ำเสมอเช้า-เย็น จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ข้อแนะนำเล็กๆ ให้ครีมปรับสภาพผิวหน้าเห็นผล - อย่าลืมกันแดดทุกวัน เพราะแดดทำให้ริ้วรอยมาไวมาก - อย่าทาหนักจนผิวอุดตัน โดยเฉพาะถ้าผิวมัน ให้เริ่มทีละน้อย - ถ้าผิวกำลังอ่อนแอ ให้ลดการใช้สกินแคร์แรงๆ ชั่วคราว แล้วโฟกัสที่การฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงก่อน โดยรวมถ้าเป้าหมายปีนี้คือ “ผิวแข็งแรง” เหมือนเรา การเลือกเซรั่มแบบไมโครแคปซูลคู่กับครีมสาย barrier recovery/firming แล้วทาเช้า-เย็น เป็นทางลัดที่ช่วยให้รูทีนดูแลง่ายขึ้นและทำต่อเนื่องได้จริง

ค้นหา ·
ครีมบำรุงผิวหน้าแนะนำ