การยกระดับความต้องการขั้นต่ำของระบบปฏิบัติการ (iOS/Android) เป็นมาตรการจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทย เพื่อจัดการปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะเรื่อง "แอปดูดเงิน" และ "มัลแวร์"
iOS 14+ และ Android 10+: ระบบเวอร์ชันใหม่ๆ จะมีฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ปิดช่องโหว่ (Security Patch) ได้ดีกว่า ทำให้มิจฉาชีพเจาะระบบหรือรีโมทเข้ามาควบคุมเครื่องได้ยากขึ้น
ป้องกันแอปปลอม: ระบบใหม่ช่วยคัดกรองการติดตั้งแอปนอก Store (Sideload) ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการโดนแฮก
1. ฝั่ง iPhone (iOS)
ต้องใช้ iOS 14 ขึ้นไป
✅ รุ่นที่ไปต่อได้ (รองรับ iOS 14):
iPhone 6s และ 6s Plus
iPhone SE (รุ่น 1, 2, 3)
iPhone 7 / 7 Plus
iPhone 8 / 8 Plus
iPhone X, XR, XS, XS Max
iPhone 11 Series ขึ้นไปทุกรุ่น
❌ รุ่นที่ไม่ได้ไปต่อ (ตันที่ iOS 12/13):
iPhone 6 / 6 Plus ลงมา (iPhone 5s, 5, 4s...)
2. ฝั่ง Android
ต้องใช้ Android 10 ขึ้นไป
มือถือ Android มีหลากหลายยี่ห้อ (Samsung, Oppo, Vivo, Xiaomi ฯลฯ)
โดยทั่วไป มือถือที่ผลิตตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา มักจะมาพร้อม Android 10 หรืออัปเดตได้
❌ รุ่นที่เสี่ยง: มือถือราคาประหยัดที่ซื้อก่อนปี 2019 หรือรุ่นที่ผู้ผลิตลอยแพ (ไม่อัปเดตซอฟต์แวร์ให้แล้ว)
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ (How-to)
เพื่อความชัวร์ ให้คุณเช็คเวอร์ชันมือถือของตัวเองและคนในครอบครัว (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ) ดังนี้ครับ:
สำหรับ iPhone:
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > เกี่ยวกับ (About)
ดูที่บรรทัด "เวอร์ชันซอฟต์แวร์" (Software Version)
สำหรับ Android:
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone) > ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software Info)
ดูที่บรรทัด "เวอร์ชัน Android" (Android Version)
หากเวอร์ชันต่ำกว่ากำหนด: ให้ลองกด "รายการอัปเดตซอฟต์แวร์" (Software Update) ดูก่อนครับว่าเครื่องยังอัปเดตต่อได้ไหม ถ้าเครื่องแจ้งว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วแต่ตัวเลขยังต่ำกว่าเกณฑ์ แสดงว่าเครื่องนั้น "ตกรุ่น" แล้วครับ อาจต้องวางแผนเปลี่ยนเครื่องใหม่
การยกระดับความต้องการขั้นต่ำของระบบปฏิบัติการสำหรับแอพธนาคารครั้งนี้เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคที่มิจฉาชีพหันมาใช้ช่องโหว่ของมือถือรุ่นเก่าเพื่อโจมตี เช่น แอปดูดเงินหรือมัลแวร์ที่สามารถเข้าควบคุมเครื่องได้ การใช้ iOS 14 ขึ้นไปและ Android 10 ขึ้นไปมีประโยชน์ในแง่ของการได้รับฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น Security Patch ที่ช่วยปิดช่องโหว่ได้ดีกว่า รวมถึงการกรองแอปที่ติดตั้งจากภายนอก Store (Sideload) ซึ่งเป็นหนทางหลักที่แฮกเกอร์ใช้ในการแพร่มัลแวร์ มือถือที่ยังใช้เวอร์ชันต่ำกว่าที่กำหนดจะไม่สามารถใช้แอพธนาคารเพื่อทำธุรกรรมได้อีกต่อไป ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีโดยตรงผ่านแอพธนาคารปลอม หรือแอพที่ถูกดัดแปลง นอกจากนี้ การจำกัดเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้มือถืออัปเกรดหรือเปลี่ยนเครื่อง เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัยและเสถียร สำหรับผู้ใช้ iPhone เริ่มต้นที่ iPhone 6s ขึ้นไปสามารถอัปเดตเป็น iOS 14 หรือใหม่กว่าได้ ส่วนรุ่นเก่ากว่านั้นตกรุ่นและจะไม่รองรับการใช้งานแอพธนาคาร ส่วนในฝั่ง Android มือถือที่ผลิตตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไปหรือที่ยังได้รับการอัปเดตไป Android 10 แล้ว สามารถใช้งานแอพธนาคารได้ตามปกติ มือถือราคาประหยัดหรือรุ่นเก่าก่อนปี 2019 ที่ไม่ได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์อาจเสี่ยงและควรวางแผนเปลี่ยนอุปกรณ์ วิธีตรวจสอบเวอร์ชันมือถือก็ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่การตั้งค่าแล้วดูเวอร์ชันซอฟต์แวร์หรือเวอร์ชัน Android ตามลำดับ หากยังไม่ถึงเกณฑ์แนะนำให้เช็คการอัปเดตซอฟต์แวร์ หากไม่ได้รับการอัปเดตแล้ว ก็ควรตัดสินใจเปลี่ยนมือถือเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรมออนไลน์ของตนเองและคนในครอบครัว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การบังคับเวอร์ชันมือถือเท่านั้นแต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความปลอดภัยทางการเงินและลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัลที่ต้องการความมั่นใจในการใช้งานแอพพลิเคชันธนาคารบนมือถือทุกวันอย่างปลอดภัย














