คุณคุยเรื่องความตายกับครอบครัวบ้างไหม?🥀🦋

บ้านแบ๊วคุยกันเรื่องความตายได้เป็นปกติค่ะ ไม่ถือเป็นการแช่ง ไม่ถือเป็นลางร้าย พ่อแม่จะพูดกับเราตั้งแต่เด็กๆว่า

“ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า”

“ถ้าวันนึงป๊าม้าป่วยมาก ไม่ต้องยื้อนะ ให้ป๊าม้าได้ไปโดยสงบนะ“

“ฝึกทำนั่นนี่ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองดีๆ ป๊าม้าตายไปจะได้อยู่ได้”

ตอนเด็กๆก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าพูดถึงเรื่องตายบ่อยๆ แต่พอโตมา แบ๊วได้เจอเพื่อนที่ทางบ้านเค้าไม่พูดเรื่องความตายเลยและถือเป็นเรื่องต้องห้ามในบ้านมากๆ พอวันนึงที่พ่อแม่แก่มาก สุขภาพทรุดโทรม เพื่อนไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้โดยไม่ร้องไห้ หรือแม้แต่เรื่องการจัดการทรัพย์สินก็กลายเป็นเรื่องรับไม่ได้เพราะทำใจไม่ได้ที่จะพูดถึงการจากไปของพ่อแม่ มาตอนนี้ถึงเข้าใจว่าการพูดคุยเรื่องความตายกันได้อย่างเปิดเผยมันช่วยเราอย่างไร

• เราพูดถึงวันตายได้โดยไม่รู้สึกผิดแปลกหรือกลัว

• เราเตรียมใจล่วงหน้า ยอมรับมันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์

• เราตกลงเรื่องแผนการรักษา ความยินยอมทางการแพทย์ได้

• เราตกลงกันว่าหากยื้อไว้แล้วทรมาน ไม่ต้องยื้อ

• เราตกลงกันได้ว่าถ้าตื่นมาแล้วใช้ชีวิตเองไม่ได้ ให้ปล่อยไป

• เราตกลงจัดการทรัพย์สินได้โดยไม่ต้องรอเหตุไม่คาดฝัน

• เราใช้ชีวิตกันบนพื้นฐานความจริง มีพบ ก็มีจากเป็นปกติ

แบ๊วเคยถามแม่ว่าถ้าแบ๊วเป็นตายเท่ากัน แม่ต้องตัดสินใจ แม่จะยื้อแบ๊วมั้ย? แม่ตอบเลยว่าถ้าแบ๊วตื่นมาไม่เหมือนเดิม ใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้ สมองตาย หรือเป็นผัก แม่ยอมปล่อยแบ๊วไปดีกว่าเพราะแบ๊วคงทรมานใจมาก ถ้าไม่เหลือพ่อแม่แล้ว แบ๊วจะเป็นยังไงต่อไป? ใครจะมาดูแล? … เราคุยกันได้โดยไม่รู้สึกแปลกเลยค่ะ

แน่นอนค่ะ แบ๊วไม่อยากให้ถึงวันนั้นหรอก ถ้าความตายมาเคาะประตูบ้านจริงๆ ยังไงเราในฐานะลูกก็คงเสียใจมากๆ การพูดคุยเรื่องความตายไม่ได้ทำให้เราเสียใจน้อยลง แต่ช่วยให้เราทำใจยอมรับความจริงอันเป็นสรณะของชีวิตได้เร็วขึ้น และจัดการความรู้สึกของตัวเองบนความจริงได้ดีขึ้นค่ะ

แล้วทุกคนละคะ?

เริ่มคุยเรื่องความตายกับครอบครัวกันเมื่อไหร่?

#เรื่องเล่าครอบครัว #คุยเรื่องเงิน #เรื่องพีค #ถามมาตอบไป #โตแล้วอยากรีวิว

กรุงเทพมหานคร
2025/8/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการพูดคุยเรื่องความตายกับครอบครัวเป็นประเด็นที่หลายคนอาจหลีกเลี่ยงเพราะกลัวความทุกข์หรือกลัวว่ามันจะนำมาซึ่งลางร้าย แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้เปิดใจพูดคุยเรื่องนี้ช่วยให้เรามีความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับกับช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ดีขึ้นมาก เมื่อครอบครัวคุยกันเรื่องนี้อย่างเปิดเผยและจริงใจ เราจะสามารถแบ่งปันความรู้สึกและวางแผนการดูแลสุขภาพล่วงหน้า รวมถึงเรื่องการช่วยกันตัดสินใจในวันที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เช่น การตกลงไม่ยื้อชีวิต หรือการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับความกดดันในยามวิกฤต นอกจากนี้ การพูดคุยแบบนี้ยังช่วยลดความกลัวเรื่องความตาย เพราะเรามองเห็นว่ามันเป็นสิ่งธรรมดาที่ทุกคนต้องเผชิญ และไม่ใช่เรื่องต้องห้ามในครอบครัว การยอมรับความจริงนี้ช่วยให้เรามีชีวิตที่มีคุณค่าและใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายมากขึ้น หากใครยังไม่เคยเริ่มต้น ลองเริ่มจากการถามง่าย ๆ กับคนที่บ้านเกี่ยวกับความรู้สึกและความคิดเรื่องความตาย หรือการวางแผนอนาคต เช่น คำถามเกี่ยวกับแผนการรักษาพยาบาลหรือการจัดการทรัพย์สิน ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดคุยกันอย่างสบายใจมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการสร้างบรรยากาศที่ไม่มีการตัดสินหรือกลัวที่จะพูดคุย ให้ครอบครัวเป็นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้สึก ความสุขและความสงบใจจากการเตรียมตัวล่วงหน้าเหล่านี้จะเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับทุกคนในครอบครัวค่ะ

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ꕀ ᴀɪᴡᴘᴀᴅᴋᴜʟ ♡︎ 🍅
ꕀ ᴀɪᴡᴘᴀᴅᴋᴜʟ ♡︎ 🍅

บ้านเราคุยกันค่ะ แม่ก็จะบอกเสมอ ถ้าต้องเจาะ ปั๊มหัวใจ ไม่ต้องนะ ไม่อยากทรมานตัวเอง และคนดูแล ส่วนเรา ก็บอกครอบครัวไว้แบบนี้เหมือนกันค่ะ และไม่ต้องเสียใจนะคะ ถ้าวันนึงเราไปก่อน

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Angie‘s Closet
Angie‘s Closet

ดีจังเลยค่ะ เป็นครอบครัวที่ mentally healthy มากๆ นับถือคุณพ่อคุณแม่น้องแบ๊วเลยค่ะ 👍 ความตายอยู่ใกล้เราทุกคนตลอดเวลาแต่มีน้อยคนที่ยอมรับหรือรู้สึกโอเคกับการคุยกันเรื่องนี้ ที่บ้านพี่~ พ่อกับแม่ไม่มีการคุยเรื่องนี้กันเลยค่ะ ผู้ใหญ่ยุค baby boomers คือไม่ได้เปิดกว้างในการสนทนาแลกเปลี่ยนสักเท่าไหร่ กับสามีพี่ก็คุยกันคร่าวๆ แต่เราจัดการเรื่องเอกสารทรัพย์สินเรียบร้อยหมดแล้ว ขอบคุณโพสต์นี้นะคะ alert ให้พี่อยากนั่งคุยเรื่องนี้จริงจังกับสามีเลยค่ะ 🙂

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม