พาดูอัพเดทเทรนด์บิวตี้ 2026 ที่งาน House of Sephora✨
งานเปิดบ้าน House of Sephora นี่แทบจะเป็นมหกรรมบิวตี้ที่ยิ่งใหญ่ทุกปีเลยจริงๆค่ะ เพราะนอกจากบตบก. ชื่อดังจะอยู่ที่นี่กันแทบครบทุกคนแล้ว ยังเปิดตัวโปรดักใหม่ๆ เริ่ดๆ ก่อนใคร แบบ #OnlyAtSephora ไม่มีขายที่อื่นแน่นอน
ปี 2026 นี้เค้ามาในคอนเซ็ปต์ #TouchSwatchPlay ซึ่งไอเดียก็คือการให้ลูกค้าได้ลองเล่นกับโปรดักที่มีเนื้อสัมผัสหลากหลาย เพราะผิวเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทุกคนต่างโดดเด่นในแบบของตัวเอง และ Sephora ก็คัดสรรโปรดักมาตอบโจทย์ผิวในทุกสภาพอย่างจัดเต็ม
ไฮไลท์ของวันนี้ก็น่าจะเป็นไอเท็มใหม่ที่วางขายก่อนใคร #FirstAtSephora อย่างแบรนด์ fresh เค้าเปิดตัวลิปแคร์ผลไม้ฉ่ำน่ากินตัวใหม่ที่ไทยก่อนจะวางขายในอเมริกาอีก แบ๊วไปลองมาแล้วชอบม้ากกกกก ถูกใจคนปากแห้งสุดๆ
รวมถึงการเปิดตัวและต้อนรับแบรนด์ใหม่อย่าง ANUA และ Paula’s Choice ที่คนรักสกินแคร์ไม่ควรพลาด ส่วนตัวแบ๊วใช้ Paula’s Choice มาตั้งแต่สมัยเรียนเลยค่ะ BHA ในตำนานของเค้ายังคงขึ้นหิ้งของคนผิวมันหลายๆคนอยู่ ตั้งตารอเดือนหน้าที่เค้าจะเข้าจำหน่ายใน Sephora อย่างเป็นทางการเลย
ส่วนแบรนด์น้องใหม่อย่าง ANUA ก็เปิดตัวมาเก๋ไม่ แพ้กันด้วยการ collabs กับ KPOP Demon Hunter จัดสกินแคร์เซ็ตสุดน่ารัก พร้อมเปิดไลน์สกินแคร์ที่ชูโรงส่วนผสม PDRN ซึ่งเป็นเหมือนรีจูรันในแบบทา แบ๊วรอสอย Capsule Mist ของเค้าเลยค่ะเพราะฉีดแล้วผิวฉ่ำมากๆ คนผิวแห้ง ผิวมันขาดน้ำไม่ควรพลาดจริงๆ
โปรดักน่าสนใจเยอะมากๆ เลยค่ะ เดี๋ยวแบ๊วทะยอยทดลองใช้ก่อนนะคะ แล้วตัวไหนน่าประทับใจ ไว้จะมารีวิวให้ฟังค่า
เผื่อใครกำลังเสิร์ชว่า House of Sephora 2026 มีอะไรใหม่บ้าง แล้วตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปโฟกัสตรงไหน เรารวบรวม “จุดที่ควรแวะลอง” จากในงานแบบอ่านจบแล้ววางแผนเดินได้เลยค่ะ (ธีมปีนี้ Touch Swatch Play คือเดินสนุกมาก เพราะเค้าเน้นให้ลองสัมผัสเนื้อผลิตภัณฑ์จริงๆ) 1) โซนสกินแคร์: ของใหม่ที่คนผิวโทรม/อยากผิวฟูควรดู - ANUA ที่เปิดไลน์เด่นเรื่อง PDRN + Hyaluron (ฟีลเหมือนรีจูรันแบบทา) ถ้าเป็นคนผิวแห้ง หรือผิวมันขาดน้ำ แนะนำให้ลองพวก Serum/Mist หรือ Capsule Mist ในงานก่อนเลย จุดสังเกตคือฉีดแล้วผิวดูฉ่ำไว แต่ให้เช็กด้วยว่าลงทับกันแดด/เมคอัพแล้วเป็นคราบไหม (ทดสอบที่หลังมือแล้วค่อยไปกรอบหน้าค่ะ) - Paula’s Choice อีกแบรนด์ที่หลายคนรอเข้า Sephora แบบเป็นทางการ ถ้าผิวมัน/เป็นสิวง่าย “BHA ในตำนาน” ยังเป็นตัวที่ควรไป swatch เท็กซ์เจอร์ เพราะบางคนแพ้ความรู้สึกมันๆ หรือระคายเคืองง่าย ลองแล้วจะรู้ว่าเหมาะกับรูทีนตัวเองแค่ไหน 2) โซนลิปแคร์/ริมฝีปาก: เน้นปากชุ่มฉ่ำแบบไม่เหนอะ - fresh มีลิปแคร์ผลไม้ที่มาแนวฉ่ำๆ เหมาะกับคนปากแห้งมาก เวลาเลือก ให้ลองสังเกต 3 อย่าง: กลิ่นหวานไหวไหม, ทาแล้วเคลือบปากนานแค่ไหน, และทาทับลิปสติกแล้วทำให้สีไหลหรือเปล่า ถ้าคุณแต่งหน้าออกงานบ่อย อันนี้สำคัญมากค่ะ 3) โซนผม: คนผมหยิก/ผมเสียจากทำสีควรลอง - ในงานมีไอเท็มสาย bond repair อย่าง OUAI Bond Repair Balm ที่เคลมว่าช่วยซ่อมผมเสียแบบเร่งด่วน (ประมาณ 3 นาที) ถ้าผมผ่านเคมี/ความร้อนบ่อย แนะนำให้ลองจับสัมผัสหลังทา: ผมนุ่มแบบเคลือบๆ หรือ “นุ่มจริง” แล้วเช็กว่าหนักผมไหม โดยเฉพาะคนผมหยิกที่ไม่อยากให้ลอนตก - ถ้าเห็น Detox Shampoo แล้วสนใจ ให้ถามวิธีใช้ที่เหมาะกับสภาพผมด้วย เพราะบางคนใช้บ่อยเกินไปแล้วผมแห้งตึงได้ ทริคคือใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งแล้วตามด้วยคอนดิชันเนอร์/มาสก์จะบาลานซ์กว่า 4) เทคนิคเดินงาน House of Sephora 2026 ให้คุ้ม (ไม่หลง ไม่ซื้อพลาด) - เริ่มจากลิสต์ปัญหาผิว/ผมของตัวเอง 1–2 ข้อก่อน เช่น “ผิวมันขาดน้ำ” หรือ “ผมเสียจากทำสี” แล้วไปลองเฉพาะหมวดนั้นก่อน จะไม่โดนเท็กซ์เจอร์/แพ็กเกจล่อตาล่อใจจนงบแตก - เวลาลองเท็กซ์เจอร์ ให้ swatch 2 รอบ: รอบแรกบนหลังมือเพื่อดูความหนืด/การซึม รอบสองแตะเบาๆ แถวกรอบหน้า/ข้อมือเพื่อดูว่ามีกลิ่นรบกวนไหม - ถ้าตั้งใจซื้อของที่มีแค่ที่ Sephora (Only at Sephora/First at Sephora) ข้อดีคือช่วยลดความเสี่ยงของปลอมได้เยอะ เลือกซื้อจากช่องทางทางการอุ่นใจกว่าค่ะ ถ้าใครไปงานมาเหมือนกัน มาป้ายยากันได้นะคะว่าโซนไหน “ลองแล้วว้าว” เพราะปีนี้ของใหม่แน่นจริงๆ และหลายตัวเท็กซ์เจอร์ดีเกินคาด






























anua น่าสนใจมากเลยค่ะ 🤩