Automatically translated.View original post

Take a look at the 2026 beauty trend update at the House of Sephora event.✨

The House of Sephora Open House is almost a great beauty extravaganza every year, because besides the famous B.A., almost everyone is here, launching new and fabulous productions before anyone else.# OnlyAtSephoraAbsolutely not sold anywhere else.

This year 2026 is in concept.# TouchSwatchPlayThe idea was to give customers a chance to play with a variety of textures, because each of our skin was different, everyone stood out in their own way, and Sephora fully selected all skin types.

Today's highlight is also likely to be a new item on sale before anyone else.# FirstAtSephoraLike a fresh brand, he launched a new succulent and delicious fruit lip care in Thailand before going on sale in America again.

Including the launch and reception of new brands like ANUA and Paula's Choice that skin care lovers can't miss. I've been using Paula's Choice since school days. His legendary BHA is still on the shelf of many oily people. I'm looking forward to the next month that he will officially be available on Sephora.

As for the new brand like ANUA, it's launched equally chic by collabs with KPOP Demon Hunter. It's a cute skin care set. With PDRN Ingredient Skin Care Line opening, it's like a rejuerun in his own Capsule Mist. Because it's injected, the skin is very juicy. The skin is dry. The skin is dehydrated. It really shouldn't be missed.

The production is very interesting. I'll try it out first. Which one is impressive to review?

# HouseofSephoraTH # HOSTHSpring26

2/16 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังเสิร์ชว่า House of Sephora 2026 มีอะไรใหม่บ้าง แล้วตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปโฟกัสตรงไหน เรารวบรวม “จุดที่ควรแวะลอง” จากในงานแบบอ่านจบแล้ววางแผนเดินได้เลยค่ะ (ธีมปีนี้ Touch Swatch Play คือเดินสนุกมาก เพราะเค้าเน้นให้ลองสัมผัสเนื้อผลิตภัณฑ์จริงๆ) 1) โซนสกินแคร์: ของใหม่ที่คนผิวโทรม/อยากผิวฟูควรดู - ANUA ที่เปิดไลน์เด่นเรื่อง PDRN + Hyaluron (ฟีลเหมือนรีจูรันแบบทา) ถ้าเป็นคนผิวแห้ง หรือผิวมันขาดน้ำ แนะนำให้ลองพวก Serum/Mist หรือ Capsule Mist ในงานก่อนเลย จุดสังเกตคือฉีดแล้วผิวดูฉ่ำไว แต่ให้เช็กด้วยว่าลงทับกันแดด/เมคอัพแล้วเป็นคราบไหม (ทดสอบที่หลังมือแล้วค่อยไปกรอบหน้าค่ะ) - Paula’s Choice อีกแบรนด์ที่หลายคนรอเข้า Sephora แบบเป็นทางการ ถ้าผิวมัน/เป็นสิวง่าย “BHA ในตำนาน” ยังเป็นตัวที่ควรไป swatch เท็กซ์เจอร์ เพราะบางคนแพ้ความรู้สึกมันๆ หรือระคายเคืองง่าย ลองแล้วจะรู้ว่าเหมาะกับรูทีนตัวเองแค่ไหน 2) โซนลิปแคร์/ริมฝีปาก: เน้นปากชุ่มฉ่ำแบบไม่เหนอะ - fresh มีลิปแคร์ผลไม้ที่มาแนวฉ่ำๆ เหมาะกับคนปากแห้งมาก เวลาเลือก ให้ลองสังเกต 3 อย่าง: กลิ่นหวานไหวไหม, ทาแล้วเคลือบปากนานแค่ไหน, และทาทับลิปสติกแล้วทำให้สีไหลหรือเปล่า ถ้าคุณแต่งหน้าออกงานบ่อย อันนี้สำคัญมากค่ะ 3) โซนผม: คนผมหยิก/ผมเสียจากทำสีควรลอง - ในงานมีไอเท็มสาย bond repair อย่าง OUAI Bond Repair Balm ที่เคลมว่าช่วยซ่อมผมเสียแบบเร่งด่วน (ประมาณ 3 นาที) ถ้าผมผ่านเคมี/ความร้อนบ่อย แนะนำให้ลองจับสัมผัสหลังทา: ผมนุ่มแบบเคลือบๆ หรือ “นุ่มจริง” แล้วเช็กว่าหนักผมไหม โดยเฉพาะคนผมหยิกที่ไม่อยากให้ลอนตก - ถ้าเห็น Detox Shampoo แล้วสนใจ ให้ถามวิธีใช้ที่เหมาะกับสภาพผมด้วย เพราะบางคนใช้บ่อยเกินไปแล้วผมแห้งตึงได้ ทริคคือใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งแล้วตามด้วยคอนดิชันเนอร์/มาสก์จะบาลานซ์กว่า 4) เทคนิคเดินงาน House of Sephora 2026 ให้คุ้ม (ไม่หลง ไม่ซื้อพลาด) - เริ่มจากลิสต์ปัญหาผิว/ผมของตัวเอง 1–2 ข้อก่อน เช่น “ผิวมันขาดน้ำ” หรือ “ผมเสียจากทำสี” แล้วไปลองเฉพาะหมวดนั้นก่อน จะไม่โดนเท็กซ์เจอร์/แพ็กเกจล่อตาล่อใจจนงบแตก - เวลาลองเท็กซ์เจอร์ ให้ swatch 2 รอบ: รอบแรกบนหลังมือเพื่อดูความหนืด/การซึม รอบสองแตะเบาๆ แถวกรอบหน้า/ข้อมือเพื่อดูว่ามีกลิ่นรบกวนไหม - ถ้าตั้งใจซื้อของที่มีแค่ที่ Sephora (Only at Sephora/First at Sephora) ข้อดีคือช่วยลดความเสี่ยงของปลอมได้เยอะ เลือกซื้อจากช่องทางทางการอุ่นใจกว่าค่ะ ถ้าใครไปงานมาเหมือนกัน มาป้ายยากันได้นะคะว่าโซนไหน “ลองแล้วว้าว” เพราะปีนี้ของใหม่แน่นจริงๆ และหลายตัวเท็กซ์เจอร์ดีเกินคาด