Automatically translated.View original post

Tempo Front squat

2025/10/21 Edited to

... Read moreTempo Front Squat เป็นเวอร์ชันของ Front Squat ที่ “ตั้งใจคุมจังหวะ” โดยเฉพาะตอนลง (eccentric) ซึ่งในโพสต์นี้คือการนับ 3-2-1 ตอนย่อลง ทำให้กล้ามเนื้อทำงานนานขึ้น (time under tension) และช่วยฝึกคอนโทรลท่า เหมาะมากถ้าอยากเพิ่มความแข็งแรงแบบฟอร์มสวย ๆ ไม่รีบเด้งขึ้นค่ะ วิธีนับ 3-2-1 (แนะนำให้ทำตามนี้ให้เป๊ะก่อนเพิ่มน้ำหนัก) - 3 = ย่อลงช้า ๆ 3 วินาที รักษาลำตัวตั้ง ไม่ทิ้งอก - 2 = ค้างที่ก้นล่าง 1–2 วินาที (ถ้าเข่าหรือหลังยังไม่มั่นใจ ลดเวลาค้างได้) - 1 = ขึ้นด้วยแรงที่ควบคุมได้ ไม่ดีด ไม่เด้งจากก้น คิวท่าที่ช่วยให้ Tempo Front Squat ไม่หลุดฟอร์ม - วางบาร์บน “ไหล่หน้า/เดลต์หน้า” ไม่ใช่ที่คอ ยกศอกให้สูง (คิดว่า “ศอกชี้ไปข้างหน้า”) จะช่วยให้ลำตัวตั้ง - เกร็งแกนกลางก่อนย่อลง: สูดลมหายใจเข้าท้อง/ซี่โครง แล้วล็อกลำตัวให้แน่นตลอด 1 rep - เข่าเปิดตามแนวปลายเท้า น้ำหนักลงกลางเท้าถึงส้น ไม่ลอยปลายเท้า - ลงลึกเท่าที่หลังยังเป็นกลาง (neutral) ไม่งอหลัง ไม่ยกส้น ตัวอย่างโปรแกรมตามที่ใช้: 5 sets x 4 reps @70% - วอร์มอัพ 2–4 เซ็ตก่อน (เช่น บาร์เปล่า 8–10 ครั้ง, 40–50% 5 ครั้ง, 60% 3 ครั้ง) - ทำงานจริง 5x4 ที่ประมาณ 70% ของ 1RM โดยทุก rep ใช้จังหวะ 3-2-1 เหมือนเดิม - พัก 2–3 นาที/เซ็ต ถ้าคุมเทมโปไม่ไหวให้ลดน้ำหนักลงก่อน ดีกว่าฝืนจนจังหวะหลุด ถ้าเจอปัญหายอดฮิต ลองแก้แบบนี้ - ศอกตก/อกพับ: ลดน้ำหนัก + โฟกัสยกศอก, เสริม upper back (face pull, row) - ข้อมือเจ็บ: ใช้ท่า cross-arm, ใช้ lifting straps ช่วยจับบาร์ หรือยืดข้อมือก่อน - หลุดบาลานซ์ไปหน้า: คุมการย่อลงให้ช้าลงอีกนิด และเช็กว่าลมหายใจ/แกนกลางเกร็งพอไหม ทิปส่วนตัว: ฉันชอบเริ่มจาก 70% แบบนี้ 3–4 สัปดาห์ พอคุมเทมโปได้ชัวร์ค่อยเพิ่มน้ำหนัก หรือเพิ่มเป็น 6 เซ็ตแทนการเพิ่มกิโลทันที จะรู้สึกว่าแรงขึ้นและท่านิ่งขึ้นแบบเห็นได้ชัดค่ะ