เงาใต้ม่านเมฆ นิยาย
'นิวาริน' เด็กอุปการะในบ้านเศรษฐีถูกนำตัวไปแลกกับหนี้ แต่กลับเกิดพลิกผัน ตกกระไดพลอยโจนไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเข้ากับ 'ปวรรัชดล' พ่อหม้ายไฮโซ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น 'ของเขา' มีหรือจะปล่อยให้ใครแย่งไป
.
“เราเป็น…”
.
“อย่ามาเจ้าเล่ห์อีกค่ะ” เธอดักทางเขา ตอนนี้ความน่าเชื่อถือของปวรรัชดลแทบจะเป็นศูนย์!
.
ปวรรัชดลที่เงียบขรึม ปวรรัชด ลที่ไว้ตัว คนนั้นหายไปไหนหมด?!
.
“…บางทีคุณอาจจะท้องอยู่นะ” เหมือนมุมปากของเขายกยิ้ม
ไม่จริงหรอก คนบ้า!
.
“วันนั้นคุณป้องกัน อีกอย่าง…” ครั้งนี้เธอรู้สึกเป็นฝ่ายเหนือกว่า “ประจำเดือนของฉันมาแล้วค่ะ”
.
ปากของคนที่คิดจะใช้ความอำนาจครอบงำจึงต้องคว่ำ แม้จะรู้สึกอยากขำ แต่นิวารินก็พยายามเก็บอารมณ์ขันเพื่อไว้ท่าที
.
“นอนพักผ่อนได้แล้วค่ะ ถ้าไม่หลับ ฉันจะหนีไปจริงๆ นะ”
.
“งั้นผมขอจับมือคุณนะ” เขาเปลี่ยนมือที่จับมาประสานนิ้วมือกับเธอ
,
“ไม่ค่ะ” ถึงปากจะปฏิเสธ แต่นิวารินจะทำอะไรได้ ในเมื่อเขาสอดนิ้วเข้าไปล็อคระหว่างร่องนิ้วของเธอจนสลัดไม่ออก
ถ้าใครชอบแนว “นิยายคาใจ” อ่านแล้วต้องตั้งคำถามตลอดว่าใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกม เรื่องนี้จะให้ฟีลนั้นเลยค่ะ เพราะแกนหลักมันไม่ใช่แค่โรแมนติก แต่เป็นดราม่าความสัมพันธ์ที่เริ่มจาก “การถูกใช้เป็นเครื่องมือใช้หนี้” แล้วค่อยๆ กลายเป็นพันธะที่ตัดไม่ขาด สิ่งที่ทำให้ฉันอินมากคือความรู้สึกของนางเอกที่เหมือนโดนผลักให้ตกอยู่ในสถานะ “ของขวัญ” ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เต็มใจ พออ่านไปจะรู้สึกอึดอัดแทน แต่ก็หยุดอ่านไม่ได้ เพราะมันมีจังหวะพลิกไปมาระหว่างความกลัวกับความหวั่นไหว โดยเฉพาะตอนที่พระเอกแสดงออกว่าหวงและไม่ยอมให้ใครมาแย่งไป คำพูดและการกระทำมันเหมือนจะปกป้อง แต่ในเวลาเดียวกันก็ดูครอบงำ ทำให้ความสัมพันธ์มันยิ่งคาใจว่า…นี่คือความรัก หรือการครอบครองกันแน่ อีกพอยต์ที่ทำให้เรื่องนี้น่าติดตามคือ “อดีตที่พระเอกเคยรู้จักนางเอกมาก่อน” และเหมือนเคยแอบปลื้มเธอเงียบๆ ตรงนี้แหละที่เพิ่มความลึกให้ตัวละคร เพราะมันทำให้เราเดาไม่ออกว่าเขาเข้าหาเธอด้วยเหตุผลอะไรจริงๆ เป็นแค่แรงปรารถนา? ความรู้สึกผิด? หรือเขาวางแผนมานานแล้ว? อ่านแล้วจะเกิดความรู้สึกแบบนิยายคาร่อง (คาใจเป็นร่องๆ) คือยิ่งอ่านยิ่งมีคำถามเพิ่มขึ้น ส่วนฉากที่คนอ่านชอบพูดถึงกันบ่อยคือประเด็น “ท้อง/ไม่ท้อง” ที่ถูกหยิบมาเป็นแรงกดดันในความสัมพันธ์ ฉันชอบที่มันมีความจริงจังปนความเขินๆ เพราะนางเอกพยายามตั้งสติ เอาข้อเท็จจริงมาคุมสถานการณ์ (เช่นเรื่องป้องกันและประจำเดือนมาแล้ว) ทำให้เห็นความเข้มแข็งของเธอ ไม่ได้เป็นฝ่ายยอมอย่างเดียว ถ้าจะให้แนะนำสำหรับคนกำลังลังเล: เรื่องนี้เหมาะกับสายดราม่าโรแมนติกที่ชอบความสัมพันธ์แบบผลัก-ดึง มีความลับ มีอำนาจต่อรอง และมีปม “ถูกส่งมาเป็นของขวัญ” ที่ทำให้ใจหวิวตลอดเวลา อ่านแล้วอยากรู้ว่าท้ายที่สุด นางเอกจะได้กลับมาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองไหม หรือจะถูกคำว่า “ของเขา” ผูกไว้ไปตลอด










