สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเขียน Brain Dump

#รีแคป2025 #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #จดสรุป

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเขียน Brain Dump

เราได้แบ่งเป็น 2 กรณีในการเขียน

กรณีที่ 1 เครียดเกินรับไหว เราจะใช้คำว่า overwhelmed เราต้องเขียนให้ช้า ๆ และอยู่กับตัวเองมากขึ้น ถ้าเราเขียนเร็วเราจะยิ่ง overwhelmed เข้าไปใหญ่ เพราะเราพยายามเขียนให้ ทันความคิดแต่จริง ๆ มันเป็นไปไม่ได้ เราเลยต้องชะลอความเร็วเพื่อให้เราค่อย ๆ เคลียร์ทีละเรื่อง คือถ้าเราพยายามวิ่งไปจับแสง คงเป็นไปไม่ได้เราต้องชะลอตัวเพื่อดูว่าแนวโน้มรอยเท้าของแสงมันวิ่งไปทางใด เราจะได้ขับรถเพื่อไปดักมันถูก

กรณีที่ 2 ระดับปกติ เขียนเร็ว ๆ ได้ก็ดี เพราะว่าจะได้สนุกกับการเขียน ไม่ต้องอ่านออกให้เขียนไปเถอะ เราต้องเขียนเร็ว ๆ เพื่อจับปลาให้ทันจับไอเดียให้ทันเพื่อไมให้มันหลุดมือไป การเขียนกับความคิดของเราจะต่อเนื่องกัน

แต่ว่าเราใช้2กรณีรวมกันได้ แล้วแต่สถานการณ์และอารมณ์ของเราบางทีเราเขียนเร็วเกินเราอาจต้องช้าลงหน่อยหรือถ้าเราเขียนช้าเกินเราก็เพิ่มความเร็วในการเขียนก็ได้

📗📗

2025/12/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเขียน Brain Dump หรือที่หลายคนเรียกว่าเขียนถ่ายเทความคิด เป็นวิธีที่ทรงพลังในการช่วยให้สมองปลอดโปร่งและเพิ่มความชัดเจนในการคิด ซึ่งเทคนิคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเขียนสิ่งที่คิดออกมาเท่านั้น แต่ยังต้องรู้จักปรับความเร็วและวิธีการเขียนให้เหมาะสมกับอารมณ์และสภาพจิตใจของแต่ละคน โดยในกรณีแรก สำหรับผู้ที่รู้สึกเครียดเกินรับไหว หรือ overwhelmed การเขียนให้ช้า ๆ จะช่วยให้เราอยู่กับความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น และค่อย ๆ เคลียร์ปัญหาทีละเรื่อง การเขียนช้า ๆ นี้เปรียบเสมือนเราหยุดวิ่งไปรับแสงที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับเลือกชะลอและสังเกตแนวทางรอยเท้าแสงเพื่อที่จะวางแผนให้ถูกต้อง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความรู้สึกว้าวุ่นและเพิ่มความสงบภายในใจ ในกรณีถัดมา คือเมื่ออยู่ในระดับอารมณ์ปกติ หรือไม่มีความเครียดสะสม การเขียน Brain Dump อย่างรวดเร็วจะช่วยให้จับไอเดียได้ทันและส่งเสริมความต่อเนื่องของความคิด การเขียนเร็วเหมือนการจับปลาในแม่น้ำที่ไหลเอื่อย ๆ ทำให้เราไม่พลาดโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในสมองและช่วยสร้างความสนุกกับการบันทึกความคิดได้มากขึ้น นอกจากนี้ เทคนิคสำคัญคือการผสมผสานระหว่างวิธีเขียนช้าและเร็วตามสถานการณ์และอารมณ์ ณ ขณะนั้น ซึ่งความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้การเขียน Brain Dump มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเหมาะสมกับบริบทความคิดของแต่ละวัน สำหรับผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้น ลองแบ่งเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อเขียน Brain Dump สม่ำเสมอในแต่ละวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องหรือความสวยงามของคำเขียน เพราะเป้าหมายหลักคือการช่วยปลดปล่อยความคิด ลดความเครียด และเตรียมพร้อมใจให้กับการทำงานหรือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำหลักการนี้ไปปรับใช้ คุณจะพบว่าการเขียน Brain Dump ไม่ใช่แค่การบันทึกแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการความคิดและความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเสริมสร้างการคิดเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มสมาธิให้กับชีวิตประจำวันอีกด้วย

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Siri.det
Siri.detผู้สร้าง

❤️❤️

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพหน้าปกนำเสนอสรุปวิธีจดโน้ตสำหรับคนเรียนรู้ไว ด้วยเทคนิค Cornell Method โดย Skooldio มีตัวการ์ตูนสีเหลืองถือปากกาและดินสอประกอบ
ภาพแสดงปัญหาการจดโน้ตแบบเดิมที่จดไปแล้วจำไม่ได้หรือต้องเสียเวลาหาใหม่ มีตัวการ์ตูนสีเหลืองแสดงความรู้สึกกังวลใจ
ภาพอธิบายประโยชน์ของ Cornell Method ที่ช่วยให้จดจำข้อมูลได้ระยะยาวและเข้าใจเนื้อหายากๆ พร้อมรูปของ Walter Pauk ผู้คิดค้น
สรุปวิธีจดโน้ต ‘คนเรียนรู้ไว’ 🔥
วิธีจดงานน้อยลง แต่เก็บครบทุกประเด็น! ด้วยเทคนิค Cornell Method . การจดโน๊ตเป็นหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนรู้ของเรา ให้เราจำสิ่งที่เราเรียนไปได้ แต่ปัญหาหลายๆ ครั้งคือ เราจดไปแล้ว แต่จำอะไรไม่ได้เลย จะเอาไปใช้ก็ต้องเสียเวลามานั่งหาใหม่ 🥹 . 📌 ซึ่งวิธีการจดโน้ตแบบ Cornell Method เป็นหนึ่งใน
Skooldio

Skooldio

ถูกใจ 1175 ครั้ง

50 ข้อคิดจาก Second Brain ของ Tiago Forte ที่ไม่ใช่แค่ระบบจดโน้ต
50 ข้อคิดจาก Second Brain ของ Tiago Forte Second Brain ไม่ใช่แค่ระบบจดโน้ต แต่เป็นแนวคิดในการสร้าง “สมองภายนอก” เพื่อเก็บความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา 1–10 : เปลี่ยนมุมมองต่อความรู้ 1. ความรู้ที่ไม่ถูกเรียกใช้ เท่ากับไม่มีอยู่ 2. การจดบันทึกคือการลงทุน ไม่ใช่งานเอกส
NerdDailyDose

NerdDailyDose

ถูกใจ 30 ครั้ง

ภาพแสดง “พีระมิดแห่งการเรียนรู้” ของ National Training Laboratories (1960s) จัดลำดับกิจกรรมการเรียนรู้ตามเปอร์เซ็นต์การจดจำ ตั้งแต่ Passive Learning (5% บรรยาย, 10% อ่าน, 15% ภาพและเสียง, 30% สาธิต) ไปจนถึง Active Learning (50% อภิปรายกลุ่ม, 70% ลงมือทำ, 90% สอนผู้อื่น) โดยมีหญิงสาวมองขึ้นไปที่พีระมิด
‘การเรียนรู้’ ที่ช่วยให้จดจำเก่งแบบไม่รู้ตัว🌤️
"The Learning Pyramid” พีระมิดแห่งการเรียนรู้พัฒนาโดย National Training Laboratories กิจกรรมการเรียนรู้แบบไหน ที่ทำให้จดจำและซึมซับความรู้ได้ดีที่สุด (เป็น % การจำได้ของแต่ละกิจกรรม) 🌱5% Lecture: ฟังการบรรยาย การจด 🌱10% Reading: การอ่าน 🌱20% Audiovisual: ดูภาพและฟังเสียง เช่น ค
MAY I READ

MAY I READ

ถูกใจ 827 ครั้ง

ภาพหน้าจอแสดงหัวข้อ '10 ทักษะอนาคตที่คนทำงาน UX/UI ควรเริ่มพัฒนา' โดยมี แทนพงศ์ สุนทรพาณิชย์ จาก FutureSkill และผู้สรุปเนื้อหาปรากฏอยู่ พร้อมโลโก้ Lemon8
ภาพแสดง 10 ทักษะอนาคตที่คนทำงานต้องมี แบ่งเป็น 3 หมวดหลัก: AI & Digital Foundation Skill, Essential Human Skill และ Self-Leadership พร้อมรายการทักษะย่อย
ภาพอธิบายทักษะ AI & Digital Foundation Skill สองข้อแรก: AI Collaboration Literacy และ Workflow Automation Mindset พร้อม Mini Action Plan และมีผู้บรรยายอยู่ด้านขวา
ทักษะอนาคตนี้ UXUI ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง 🥹✨👩🏻‍💻
จากงาน work life festival 2025 เรายังอยู่สาย UX/UI ในยุคนี้ เราไม่ได้แข่งขันกันที่ “ออกแบบสวย” อย่างเดียวแล้ว 👩🏻‍🎨 แต่คือ “เราออกแบบ + ทำงานร่วมกับ AI + ใช้ข้อมูล + เข้าใจมนุษย์ได้ลึกแค่ไหน” “Tech Skills” as well “Humen Skills” เมื่อวานเราได้ฟัง session หนึ่ง แล้วรู้สึกว่า นี่คือทักษะที่คน
Pimtee

Pimtee

ถูกใจ 41 ครั้ง

ชีวิตที่ดูแพง… เริ่มจากการใช้ชีวิตแบบ ‘ตั้งใจ’ ในทุกวัน ✨
top1% woman routine 🧠 1. Brain Dump 👉 เขียนทุกอย่างในหัวออกมา เพื่อลด mental overload และทำให้สมองโล่งขึ้น 📋 2. วางแผนแบบ Strategic 👉 ใช้ Eisenhower Matrix แยกงาน “สำคัญ” กับ “เร่งด่วน” เพื่อลด decision fatigue 🏃‍♀️ 3. Morning Movement 👉 ออกกำลังกาย 20–30 นาที เพื่อปลุกสมองและเพิ่มพลังงา
YananVelvet69

YananVelvet69

ถูกใจ 40 ครั้ง

ภาพสมุดบันทึกที่เปิดอยู่ แสดงหน้ากระดาษที่เขียนหัวข้อว่า "JAN, 2026 LEARNING" พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้และข้อคิดต่างๆ ในเดือนมกราคม 2026
มาเขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในเดือน Jan, 2026 กัน! :)
#BUJOWITHTONN วันนี้อยากชวนทุกคนมาเขียน ”สิ่งที่ได้เรียนรู้ในเดือนนี้“ ปิดท้ายเดือนแรกของปีที่กำลังจะผ่านไปแล้ว :) เดือนนี้ของต้น งานและสิ่งที่ต้องทำมีเข้ามาเยอะมากๆ ครับ — เลยจะต้อง Handle กับความเครียด/ความกังวล/ความคิดมากของตัวเอง + การที่ตัวต้นเองก็ยังมีความเป็น Perfectionist 🥹 อยู่ เลยท
allthingsproductive

allthingsproductive

ถูกใจ 48 ครั้ง

หน้าปกหนังสือ 'เพราะทุกสิ่งต่างหมุนเวียน เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะยอมรับ' โดยเจ้าป่า แสดงภาพฤดูกาลต่างๆ พร้อมข้อความปลอบประโลมใจและคำแนะนำว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน
หน้ากระดาษในหนังสือที่เปิดอยู่ แสดงข้อความเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิต การขึ้นลง และการยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้คือจังห�วะของชะตาชีวิต พร้อมหัวข้อ 'Stillness', 'Renewal', 'Blooming', 'Letting Go'
หน้ากระดาษในหนังสือที่เปิดอยู่ แสดงข้อความแนะนำวิธีเชื่อมโยงตนเองกับปัจจุบันในฤดูหนาว เช่น การวางเท้า การรับรู้ลมหายใจ และข้อคิดเรื่องการไม่ทอดทิ้งตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เพราะทุกสิ่งต่างหมุนเวียน เพื่อให้เราเรียนรู้
เพราะทุกสิ่งต่างหมุนเวียน เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะยอมรับ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พยายามสอนให้เรา... “เข้มแข็งตลอดเวลา” แต่กำลังบอกอย่างอ่อนโยนว่า… “บางช่วงของชีวิต เราแค่ต้องยอมรับว่า...ตอนนี้คือฤดูที่ควรพัก” ผู้เขียนได้เปรียบชีวิตมนุษย์เหมือนฤดูกาล มีทั้งวันที่ผลิบาน วันที่เหน็บหนาว วันที่ต
วันว่างมีเรื่องเล่า

วันว่างมีเรื่องเล่า

ถูกใจ 6 ครั้ง

ไม่ได้สอบ HSK3-4 เรียนรู้เรื่องไหม? เริ่มจาก 0 รอดไหม
เท้าความก่อนนะคะ เราเรียนแลกเปลี่ยนที่ SPU เป็นโครงการ 2+2 Xi’an และ ไม่ได้สอบวัดระดับภาษาจีนมาก่อน แล้วถ้าไม่มีพื้นฐานภาษาจีน เรียนได้ไหม⁉️ 📝 คำตอบคือ ได้ แต่ไม่ง่าย เพราะคนจีนส่วนใหญ่ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ รวมถึงอาจารย์ด้วย ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ภาษาอังกฤษ ถึงพูดได้ ส่วนใหญ่ก็ยังสอนเป็นภาษาจีนอยู
saiparnhaipainai

saiparnhaipainai

ถูกใจ 246 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม