ในวันที่ความเครียดวัดได้ 100%
ก่อนออกไปสวนสาธารณะฉันลองประเมินสภาวะจิตใจของตัวเอง
ตัวเลขขึ้นไปแตะที่ 100%
ฉันพยายามดึงมันลงมาให้อยู่ที่ 70%
แต่สุดท้าย… ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็น 100% เหมือนเดิม
ฉันอดถามตัวเองไม่ได้ว่า
ก่อนที่เธอจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้
ฉันเคยใช้ชีวิตยังไงนะ
ระหว่างนั่งลง และเริ่มค่อยๆคลายทุกอย่างลงและจ้องมองแค่
น้ำผุที่ไต่ไล่สี ไปตามแนวของแสงที่ฉันพอจ ะมองเห็นได้
ความเย็นบางอย่างเริ่มปกคลุมบริเวณศีรษะ
ความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ข้างในศรีษะค่อย ๆ ทุเลาลง กลายเป็นความเย็นทั่วบริเวณที่ฉันรู้สึกเจ็บปวด
สถานที่แห่งนี้มักจะช่วยชีวิตฉันไว้อยู่เสมอ
เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันพยายามมองหาเธอ
ป้าเข้าไปนอนในห้องแต่งตัวและล็อกประตู
ฉันเคาะประตูอยู่นานมาก แต่เธอก็คงไม่ได้ยิน
จนน้องสาวต้องมาช่วยเคาะอีกแรง
เธอร้องไห้ และช่วงนี้เธอร้องไห้บ่อยขึ้น
เธอคงรู้ตัวว่าเธอกำลังทำในเรื่องที่ฉันไม่ชอบใจนัก
ฉันสงสารเธอ
เพราะสภาวะ “การว่างงาน” ไม่ได้เป็นสวรรค์สำหรับทุกคน
สำหรับบางคน มันคือความทุกข์ทรมานใจอย่างสุดขั้ว
ฉันเคยเผชิญสภาวะแบบนี้มาก่อน
และฉันคือหนึ่งในคนที่ไม่สามารถอยู่กับมันได้ง่ายนัก
โดยเ ฉพาะในวันที่ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง
แม่ทำ น้องทำ ทุกอย่างเดินต่อไป
เหลือเพียงฉัน… ที่ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และดูแลป้า
มันทำให้ฉันต้องเผชิญกับแรงโน้มถ่วงบางอย่าง
แรงเดียวกับที่กำลังเล่นงานเธออยู่ในตอนนี้
ก่อนหน้านี้
ตอนที่เธอยังมีหน้าที่ มีบทบาทในบ้าน
เธอดูเป็นเหมือนแม่บ้าน
เป็นคนที่ช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในร้านได้อย่างขันแข็ง
แต่หลังจากทะเลาะกับแม่
เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานใด ๆ อีก
เพราะเธอไปบอกกับคนอื่นว่า
พวกเราใช้งานเธอหนัก
บางอย่างที่หนักอึ้งเริ่มไหลกลับเข้ามาในใจฉัน
พลังงานของความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจเริ่มจางหาย
เย็นวันนี้
ฉันกลับมาเห็นเธอนอน
แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
ฉันแค่บอกกับน้องว่า
“ฉันไม่ไหวในการดูแลเธอแล้ว”
การบอกออกไปแบบนั้นและในวินาทีนั้น
ใจฉันกลับรู้สึกโล่ง… อย่างบอกไม่ถูก
ฉันเข้าใจเธอในระดับหนึ่ง
เมื่อคืนเธอตื่นราวตีหนึ่ง เดินเข้าห้องจนแม่ตื่น
น้องบอกว่าเห็นเธอตื่นอีกครั้งช่วงตีสาม
เหมือนเธอไม่ได้นอนทั้งกลางวันและกลางคืน
และสามารถหลับได้จริง ๆ แค่ช่วงเย็นของวัน
ฉันพยายามสลัดความคิดบางอย่างออกไป
แต่ก็รู้ว่านั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด
เพราะเธอเคยหลับตอนกลางคืนได้มาก่อน
ในช่วงที่ฉันปรับทุกอย่างให้เธอ
อาการของเธอไม่คงที่
และจะมีวันที่ดีบ้าง แย่บ้าง
ฉันเชื่อว่าวันที่เธอหลับได้ในตอนกลางคืน
อาจจะมีมากกว่าที่ฉันคิด
แต่ตอนนี้
ฉันแค่รู้สึกว่า… ฉันไม่อินไปกับเธอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
บางที
ฉันอาจเริ่มปล่อยเธอไปได้บ้าง
ปล่อยให้เธอเผชิญทุกสภาวะความทุกข์
ทั้งสภาวะทางจิตเวช และ สภาวะทางอัลไซเมอร์
ทั้งในตอนนี้ และในอนาคต
ส่วนฉัน
จะไม่แสดงความคิดเห็น
จะไม่พยายามแก้ไข
จะไม่คาดหวังผลลัพธ์ใด ๆ
ฉันปล่อยมือเธอมาสักพักแล้วในความคิด
แม้จะยังปล่อยวางไม่ได้ทั้งหมด
แต่ฉันรับรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ฉันรับทราบถึงความทุกข์ที่เธอเผชิญ
และรู้ว่าเธอจะต้องเผชิญมันต่อไป
ฉันไม่รู้ว่าชะตากรรมนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด
แต่ฉันพร้อมที่จะยืนอยู่กับความจริงนั้น
วันนี้
ฉันเลือกวางใจไว้ในที่ที่สงบที่สุดในตัวเอง
มองเธอด้วยการรับรู้ ไม่ใช่การแบกรับ
ฉันสัมผัสถึงแรงกดดัน ความเหนื่อยล้า ความไม่สงบ
