ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2568
------------------------
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในห้วงเวลา 0600 ดังนี้
- เวลา 0300 น. ปรากฏภาพข่าวฝ่ายกัมพูชากำหนดเป้าหมายของอาวุธยิงสนับสนุนมายังฝั่งไทยในพื้นที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์
- เวลา 0500 น. ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงมายังแนวการวางกำลังของฝ่ายเราในพื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายเราทำการยิงตอบโต้ตามกฎการปะทะ กำลังพลฝ่ายเราปลอดภัย
- เวลา 0600 น. ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงวิถีโค้งระดมยิงต่อฝ่ายเราในพื้นที่ช่องอานม้า
การอพยพประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน มีประชาชนในพื้นที่อำเภอตามแนวชายแดน อพยพออกจากพื้นที่แล้วประมาณร้อยละ 70 มีผู้ที่ลงทะเบียนเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว จำนวน 35,623 ราย คาดว่าประชาชนบางส่วนเดินทางไปพักอาศัยที่บ้านญาติ และที่เหลืออยู่ระหว่างการเดินทางเคลื่อนย้าย ในระหว่างการอพยพ มีประชาชนเสียชีวิต 1 ราย ด้วยโรคประจำตัวในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
กองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง
ขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตาม ข้อมูลจากหน่วยงานหลัก และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลพื้นที่ชายแดนด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง มุ่งมั่นรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ
#กัมพูชาเปิดก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองทัพภาคที่2 #ข่าวtiktok #กัมพูชา
ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นี้ เกิดเหตุการณ์การยิงปะทะหลายครั้งในพื้นที่ช่องอานม้าและพื้นที่ใกล้เคียง โดยฝ่ายกัมพูชากำหนดเป้าหมายยิงอาวุธสนับสนุนมายังฝั่งไทยในพื้นที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์ รวมถึงการยิงอาวุธวิถีโค้งระดมยิงต่อเนื่องในพื้นที่แนวตั้งรับของกองทัพไทย ตอกย้ำความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ในบริเวณดังกล่าว การตอบโต้ยิงกลับตามกฎการปะทะอย่างรัดกุมของฝ่ายกองทัพไทย ทำให้กำลังพลฝ่ายเราได้รับความปลอดภัย แต่สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันและรักษาความมั่นคงภายในประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการอพยพประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนราว 70% เดินทางออกจากพื้นที่ชายแดนและได้ลงทะเบียนเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราวถึง 35,623 ราย ซึ่งบางส่วนเลือกเดินทางไปพักอยู่กับญาติพี่น้อง บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้าย แม้ว่าจะมีการระวังระวังสูง แต่ก็มีรายงานประชาชนเสียชีวิต 1 รายจากปัญหาโรคประจำตัวในสถานการณ์อพยพ การดำเนินการของกองทัพภาคที่ 2 จึงเน้นย้ำถึงความรอบคอบและความเข้มแข็งในการดูแลพื้นที่ชายแดนด้วยความมุ่งมั่น เพื่อรักษาความสงบและเสถียรภาพของชาติอย่างเต็มที่ ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานหลักอย่างใกล้ชิด และร่วมมือกันเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ระหว่างนี้การติดตามสถานการณ์ของ กองทัพภาคที่ 2 อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องจะมีความสำคัญยิ่งในการสร้างความเข้าใจเรื่องความมั่นคงที่เกิดขึ้นโดยรอบ และพัฒนามาตรการรองรับในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมาก จากการที่กองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยหลักในการดูแลชายแดน และภาพข้อความในภาพประกอบที่มีเครื่องหมาย "ARMY AREA ทัพภาคที่2 กองทัพ 2" สะท้อนถึงการมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการติดตามสถานการณ์และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาความมั่นคงชายแดน หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุการณ์ที่เพิ่มความรุนแรงก็จะได้รับการจัดการโดยทันท่วงทีเพื่อรักษาความสงบของประเทศอย่างดีที่สุด






























🥰❤️❤️❤️👍