"น๊อต" ชัยพงศ์ สายฟ้า รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ระบุว่า ข้อเสนอจากประชาชนจำนวนมากสอดคล้องกับแนวคิดของ พรรคไทยก้าวใหม่ โดยเฉพาะการ อุดหนุนค่าใช้จ่ายเด็กปฐมวัย เพื่อให้พ่อแม่มีหลักประกันในการเลี้ยงดู และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึงตั้งแต่ต้นทาง
.
พรรคเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการ ยกระดับศูนย์เด็กเล็กให้มีมาตรฐาน ทั้งด้านจำนวนและคุณภาพครู รวมถึงการสนับสนุนจากรัฐอย่ างเป็นระบบ พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราชการที่ทำงานแบบไซโล ข้อมูลแยกส่วน ขาดการบูรณาการ ส่งผลให้การพัฒนาเด็กไม่ต่อเนื่อง
.
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ Early Intervention สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในสังคมไทย หากไม่อุดรอยรั่วตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก จะกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการในระยะยาว
.
"น๊อต" ชัยพงศ์ ย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่สนับสนุนการ กระจายอำนาจ แก้กติกาให้ท้องถิ่นทำงานคล่องตัว และได้บรรจุ นโยบายด้านเด็ก การศึกษา และการพัฒนาคน เป็นนโยบายหลัก ยื่นต่อ กกต. แล้ว พร้อมเดินหน้าผลักดันอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงคำพูดบนเวที
#เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม #EarlyIntervention # พรรคไทยก้าวใหม่ #เอ้สุชัชวีร์ #ข่าวtiktok
Early Intervention คือ “การช่วยเหลือ/กระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่เนิ่น ๆ” สำหรับเด็กที่มีความล่าช้าด้านพัฒนาการ หรือมีความต้องการพิเศษ (เช่น พูดช้า สื่อสารยาก สมาธิสั้น กล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ไม่แข็งแรง ออทิสติก ฯลฯ) จุดสำคัญคือทำให้ “เร็ว” ก่อนที่ช่องว่างพัฒนาการจะกว้างขึ้น และก่อนเด็กเข้าสู่ช่วงเรียนที่ต้องใช้ทักษะซับซ้อนมากขึ้น สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ Early Intervention ไม่ได้แปลว่าต้องรอให้ “วินิจฉัย” ก่อนถึงเริ่มทำ จริง ๆ ถ้าพ่อแม่หรือครูศูนย์เด็กเล็กเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณ เช่น ไม่สบตา ไม่ชี้บอกความต้องการ ไม่เลียนแบบ ไม่พูดตามวัย เดิน/วิ่งช้ากว่าเพื่อน หรือมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ ก็สามารถเริ่มประเมินและฝึกทักษะพื้นฐานได้เลย การเริ่มเร็วมีโอกาสทำให้เด็กตามทันเพื่อนได้มากขึ้น และช่วยลดภาระทั้งบ้านและโรงเรียนในระยะยาว จากประสบการณ์ที่คุยกับผู้ปกครองหลายบ้าน ปัญหาหนักสุดไม่ใช่แค่เรื่อง “เด็กต้องทำอะไร” แต่คือ “จะพาไปที่ไหน ใครเป็นคนคัดกรอง และคิวรอนาน” ตรงนี้ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีช่วยได้มาก เพราะเป็นด่านหน้าในการคัดกรองเบื้องต้นและส่งต่ออย่างเป็นระบบ ถ้าศูนย์มีครูพอ มีมาตรฐาน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะไม่หลุดจากระบบง่าย ๆ แล้วควรเริ่มช่วงไหน? โดยทั่วไปช่วง 0–6 ปีคือหน้าต่างทองของพัฒนาการสมองและภาษา ยิ่งเริ่มไว ผลลัพธ์มักยิ่งดี กิจกรรมที่ทำใน Early Intervention มีได้หลายแบบ เช่น - ฝึกการสื่อสารและภาษา (พูด-เข้าใจคำสั่ง-สื่อสารทางเลือก) - ฝึกทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก/มัดใหญ่ (หยิบจับ เขียน วิ่ง กระโดด) - ฝึกพฤติกรรมและทักษะสังคม (รอคิว เล่นกับเพื่อน จัดการอารมณ์) - ปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านและศูนย์เด็กเล็กให้เหมาะกับการเรียนรู้ ถ้าอยากเริ่มแบบทำได้ทันทีที่บ้าน แนะนำ 3 อย่างที่หลายบ้านทำแล้วเวิร์ก: (1) เล่นแบบมีเป้าหมายวันละ 10–15 นาที เช่น ต่อบล็อก จับคู่รูปภาพ เลียนแบบท่าทาง (2) พูดสั้น ชัด ซ้ำได้ และให้เวลาลูกตอบ ไม่รีบทำแทน (3) ลดหน้าจอ และเพิ่มกิจกรรมที่ต้องโต้ตอบจริง เพราะการสื่อสารสองทางสำคัญมาก ในภาพใหญ่ ประเด็นเรื่อง “ยกระดับศูนย์เด็กเล็ก” และ “กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น” สำคัญ เพราะถ้าระบบยังทำงานแบบไซโล ข้อมูลเด็กแยกส่วน ส่งต่อไม่ลื่น เด็กก็เสี่ยงหลุดการช่วยเหลือ การมีนโยบายที่มองเด็กตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ Early Intervention ไม่ใช่เรื่องของครอบครัวลำพัง แต่เป็นระบบที่ช่วยให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสได้เท่าเทียมกว่าเดิม สรุปสั้น ๆ: Early Intervention คือการช่วยเด็กให้ทันเวลา ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสพัฒนาการดีขึ้น และ “ศูนย์เด็กเล็กที่ได้มาตรฐาน + การสนับสนุนจากรัฐ/ท้องถิ่น” คือกุญแจที่ทำให้เด็กไม่ตกหล่น