#ข่าวtiktok #พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #สมุทรปราการ #เลือกตั้ง “อ.เชน” ปล่อยพลัง! นำทัพเพื่อไทยปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ชู “30 บาท AI” ปราบคอร์รัปชัน-ทุนเทา ด้าน “ณัฐวุฒิ” มั่นใจกวาดเรียบยกจังหวัด 8 เขต
//////
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2569 ณ ตลาดสดบางปูใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขตหาเสียง โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง ท่ามกลางมวลชนที่มารอรับฟังอย่างเนืองแน่น
โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่ารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างยิ่งที่เห็นพี่น้องชาวสมุทรปราการมารวมตัวกัน และยืนยันว่าวันนี้เพื่อไทยไม่ได้มาคนเดียว แต่เป็นการกลับมารวมตัวกันของคนสมัยพรรคไทยรักไทยอย่างครบถ้วน สยบกระแสข่าวลือเรื่องเพื่อไทยเลือดไหล พร้อมประกาศเป้าหมายขอคะแนนเสียงจากชาวปากน้ำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบยกจังหวัดทั้ง 8 เขต เพื่อทำให้สมุทรปราการกลายเป็นพื้นที่สีแดงทั้งแผ่นดินอีกครั้ง โดยย้ำว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงเดิมคือ “พรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อประชาชน”
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุต่อไปว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นมากกว่าการเลือกตั้งทั่วไป แต่คือวันแห่งความหวังของชาวสมุทรปราการทุกคน ซึ่งตนเองพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริง หากประชาชนให้โอกาส สิ่งสำคัญที่เป็นความหวังแรกคือการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัจจุบันหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงมากจากสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบเพื่อให้ทุกคนมีกำลังในการชำระหนี้และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง พร้อมย้ำนโยบาย “ไทยไร้จน” ที่มุ่งเน้นการหารายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด เพื่อนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 100 บาท รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายประชานิยม เพราะหลักการของเพื่อไทยคือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส เช่น นโยบายลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายล้ำสมัยอย่าง “30 บาท AI” ซึ่งจะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยที่ไหนก็รักษาได้ด้วยระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างรัฐบาลดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์อย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าจะหมดไป และย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “ทุนเทาเพื่อไทยก็ไม่เอา” ก่อนจะทำการแนะนำผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ ทั้ง 8 คน ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีอย่างกึกก้องจากมวลชน
ในวันเดียวกันที่เวทีตลาดบางปูแลนด์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกเสียงเฮจากมวลชนนับหมื่น โดยนายณัฐวุฒิได้ขอใ ห้ชาวสมุทรปราการเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะอย่างเด็ดขาดทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัดทั้ง 8 เขต พร้อมกล่าวเปรียบเทียบว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอาจมีบางคนกาคะแนนตามกระแสจนได้ สส. ที่ไม่เคยปรากฏตัวในพื้นที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ สส. พรรคเพื่อไทยนั้น เมื่อได้รับโอกาสจากประชาชนแล้วจะไม่เคยทิ้งพื้นที่ และมักจะนำความเดือดร้อนของชาวบ้านเข้าไปหารือเพื่อหาทางออกในสภาอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับนโยบายภาพรวม นายณัฐวุฒิย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล จะนำนโยบายของพรรคเป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคนไทยไร้จน, หวยเกษียณ, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, บ้านเพื่อคนไทย และการลดค่าไฟครั้งใหญ่ เพื่อคืนความหวังให้กับประชาชนอีกครั้ง ส่วนประเด็นเรื่องความโปร่งใสนั้น นายณัฐวุฒิย้ำว่าอย่ามาอ้างว่าพรรคไหนมั่นคงหรือบริสุทธิ์กว่าใคร เพราะสิ่งที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดคือเสียงของประชาชนเท่านั้น หากประชาชนเชื่อมั่นและให้โอกาสเพื่อไทยเข้าไปทำงาน พรรคก็พร้อมจะพิสูจน์ผลงานเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตที่เคยได้ สส. ยกจังหวัดสมุทรปราการ
ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้ช่วยหาเสียง ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของนโยบายลดค่าครองชีพ เช่น รถเมล์แอร์ไฟฟ้า 10 บาท และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงการยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ให้กลายเป็น “30 บาทรักษาทุกที่” ในรัฐบาลปัจจุบัน และกำลังมุ่งหน้าสู่ระบบ AI ในอนาคต นายจักรภพยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยอาจไม่ใช่ผู้วิเศษที่ไม่เคยทำผิดพลาด แต่เป็นพรรคที่พร้อมจะเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดทันที โดยยึดเอาความทุกข์ของประชา ชนเป็นตัวตั้งในการผลิตนโยบาย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงของประชาชนในทุกวิกฤตตลอดไป
การปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่สมุทรปราการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ของคนรุ่นเก๋าที่เคยทำงานในยุคไทยรักไทย พร้อมกับแนวคิดนโยบายใหม่ๆ ที่ทันสมัย เช่น ‘30 บาท AI’ ซึ่งเป็นนโยบายที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยบันทึกข้อมูลสุขภาพประชาชนแบบดิจิทัล ทำให้การรักษาพยาบาลเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นในทุกพื้นที่ ไม่ว่าประชาชนจะอยู่ที่ใดก็ตาม จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่านโยบายด้านสุขภาพที่เน้นให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่ายช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น เพราะสุขภาพดีคือทุนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และนโยบายแก้ไขหนี้สินแบบเป็นระบบก็ถือว่าสำคัญมากในยุคเศรษฐกิจที่ยังซบเซา หลังวิกฤตโควิด-19 หลายคนยังประสบปัญหาหนี้สะสม การที่พรรคได้หยิบเรื่องเหล่านี้มาจัดการอย่างจริงจังจะเพิ่มความหวังให้ประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปราบคอร์รัปชันและแก้ปัญหาทุนเทา ยังสร้างความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยตั้งใจบริหารประเทศด้วยความโปร่งใสและจริงจังต่อปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต นโยบายรถเมล์แอร์ไฟฟ้า 10 บาท และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยังเป็นส่วนช่วยลดค่าครองชีพและส่งเสริมการเดินทางสาธารณะที่สะดวกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างนี้สะท้อนถึงความใส่ใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองและคนชนบทให้ทันสมัยควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ จากบรรยากาศเวทีปราศรัยที่มีผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลามและความตั้งใจของผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่พร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความจริงใจที่จะทำงานพัฒนาในทุกระดับ โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรปราการที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยสรุปแล้ว การรวมพลังครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยในสมุทรปราการไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคนี้มุ่งมั่นปรับนโยบายให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงด้วยนวัตกรรมและความเอาใจใส่ พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอย่างครบวงจรในยุคดิจิทัล





































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม