#ข่าวtiktok #พรรครักชาติ #รักชาติ #ชลบุรี #เลือกตั้ง "เจษฎ์" หยอก "พี่หนู เนื้อหอม" หลายสี รุมรัก ยืนยัน รักชาติ "พรรคไร้นายทุน" หากอยากเปลี่ยน ต้องเลือกคนรุ่นใหม่ การักชาติ รักษาชาติ
(ชลบุรี) 19 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9), และนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดชลบุรี โดยเริ่มต้นที่การไปกราบสัการะ ศาลเจ้าพ่อกวนอู ขอพรให้ประสบความสำเร็จ มีชัยเหนืออุปสรรค จากนั้นทีมพรรครักชาติได้ไปเดินแนะนำตัวที่บริเวณตลาดไฟฟ้า เสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ต่างให้การตอบรับ โดยแม่ค้ารายหนึ่ง เข้ามาชื่นชมว่าสมาชิกทีมพรรครักชาติ เหมือนทีมดารา นายแบบ มาหาเสียง พร้อมให้กำลังใจ อยากให้คนรุ่นใหมได้มีโอกาสทำงานการเมือง เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ
ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎ์ เผยว่า พรรครักชาติก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานของ "การเมืองใหม่" ที่ให้ความสำคัญกับภาคพลเมืองเป็นหลัก การเมืองต้องไม่ทอดทิ้งประชาชน และสิ่งสำคัญที่สุดคือการตีแผ่ "ข้อเท็จจริง" ให้สังคมได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใครก็ตาม ประชาชนในฐานะพลเมืองมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา ส่วนสถานการณ์การจับขั้วทางการเมือง มีความย้อนแย้งของพรรคการเมืองใหญ่ที่มีสีเสื้อต่างกัน
"ลองไปดูสิครับ สีแต่ละสี สีส้มนั่งคุยกับสีฟ้าบอกว่าจะไปจับมือกับสีน้ำเงิน กันดีไหม เถียงกันไปเถียงกันมา สุดท้ายก็แบท่าว่าจะไปจับกับสีน้ำเงินกันได้ วันนี้คุณอนุทินเนื้อหอมมากนะครับ ถ้าเปรียบเป็นคนที่มีคนหมายปอง ก็มีคนรุมตอมกันถึง 5 คน"
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังชี้ให้เห็นว่า ท่าทีของพรรคการเมืองต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วก็พร้อมจะประนีประนอมเพื่ออำนาจ ซึ่งไม่ได้การันตีว่าจะไม่ทำในสิ่งเดิม ๆ ที่เคยทำมา และประชาชนส่วนใหญ่มักบ่นว่าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง อยากได้นักการเมืองหน้าใหม่ แต่เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งกลับพร้อมใจกันเลือก "คนเดิม"
"ถ้าท่านพร้อมใจกันไปเลือกคนเดิม ๆ มันไม่มีทางเปลี่ยนหรอกครับ ผมไม่ได้บอกว่าพรรครักชาติดีที่สุด แต่ผมยืนยันได้ว่า เราไม่เหมือนใครแน่นอน"
ในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของพรรครักชาติ (เบอร์ 35) ว่าเป็นพรรคที่ "ไม่มีนายทุนหนุนหลัง" และ "ไม่มีเจ้าของพรรคตัวจริง" ทำให้พรรคมีอิสระในการทำงาน ไม่ต้องคอยตอบแทนบุญคุณใครเป็นพิเศษ
"เราไม่ต้องตอบแทนใครเป็นการเฉพาะ สิ่งที่เราต้องตอบแทนคือพี่น้องประชาชน ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตอบแทนประเทศชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์"
ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้ฝากถึงประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และต้องการนักการเมืองที่มีความตั้งใจจริงในการพัฒนาประเทศ ให้เปิดใจเลือกคนรุ่นใหม่จากพรรครักชาติ โดยการกาบัตรสีชมพู หมายเลข 35 เพื่อ "กา รักชาติ รักษาชาติ" อย่างแท้จริง
การเมืองในบ้านเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความท้าทายและความรู้สึกเบื่อหน่ายจากประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้ามาของพรรครักชาติที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น "พรรคไร้นายทุน" และยึดหลักความโปร่งใสในการทำงานการเมือง จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่ได้ติดตามพรรครักชาติมาหลายเดือน พบว่านี่เป็นพรรคที่มุ่งมั่นกับการสร้างความเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง การที่ไม่มีเจ้าของพรรคหรืออิทธิพลจากนายทุน ทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าได้อย่างอิสระ ไม่ต้องถูกผูกมัดกับผลประโยชน์ส่วนตัวเหมือนพรรคเก่าๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าการเมืองจะต้องไม่ทอดทิ้งประชาชน และต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ในกิจกรรมหาเสียงที่ชลบุรี โดยเฉพาะโอกาสที่ทีมพรรครักชาติไปเยี่ยมเยียนตลาดไฟฟ้าเสม็ดและกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อกวนอู นอกจากจะเป็นการขอพรให้การทำงานสำเร็จลุล่วงแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจจริงและความเคารพต่อวัฒนธรรมและจิตใจของท้องถิ่น รวมถึงได้รับฟังเสียงตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองจริงๆ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้โอกาสเข้าสู่เวทีการเมือง สิ่งที่น่าจับตามองอย่างมากคือการยืนหยัดที่จะต้องเลือกคนรุ่นใหม่ และการใช้บัตรเลือกตั้งหมายเลข 35 สีชมพูเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในกาเลือกพรรครักชาติ เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้าไม่ยอมเลือกคนเดิมอีกต่อไป จากประสบการณ์ผู้เลือกตั้งโดยตรง พบว่าหลายครั้งที่หลายคนมีความรู้สึกอยากเปลี่ยนแต่สุดท้ายก็เลือกคนเก่าซ้ำซาก การที่พรรครักชาติชูประเด็นรัฐธรรมนูญใหม่ การเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และการไม่ติดกับดักผลประโยชน์ล็อบบี้กลุ่มใด กลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน โดยสรุป การเลือกพรรครักชาติหมายเลข 35 จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการประเทศที่มีความโปร่งใส นักการเมืองที่ตั้งใจจริง และการเมืองที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของนายทุนและเจ้าของพรรค เพราะการเลือกคนนั้นไม่ใช่แค่การเลือกพรรค แต่เป็นการเลือกอนาคตของชาติที่เราทุกคนต้องร่วมกันสร้างให้ดียิ่งขึ้น









