นวัตกรรมนำนโยบาย มิตรภาพไทย-จีน สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

เป็นนิมิตหมายที่ดีมากครับ ผมและคณะพรรคเพื่อไทยได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ สถานเอกอัครราชทูตจีน บรรยากาศเป็นกันเองและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

หัวใจสำคัญที่เราถอดบทเรียนจากจีนคือการใช้ "นวัตกรรมนำนโยบาย" ครับ

เราตั้งใจนำองค์ความรู้และงานวิจัยที่สั่งสมมา ผสมผสานกับประสบการณ์ความสำเร็จของจีน เพื่อแก้โจทย์ใหญ่สำหรับพี่น้องประชาชน เช่น การลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการใช้ Deep Tech และ Data Analytics แก้จนรายครัวเรือนให้ตรงจุด การเปลี่ยนเกษตรดั้งเดิมสู่ Smart Farming เพิ่มรายได้ที่ยั่งยืน และ “การศึกษาแห่งอนาคต” ผ่านการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและตอบโจทย์โลกยุคใหม่

การจะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้ยั่งยืนต้อง “สร้างคน” ครับ และการกระชับสัมพันธ์ระดับ “พรรคต่อพรรค” ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีมายาวนานเกือบ 30 ปี ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย จะเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ของสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ยึดโยงกับประชาชนร่วมกัน

ก่อนกลับ เราได้เชิญผู้แทนระดับสูงจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาเยือนพรรคเพื่อไทยในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมกันถักทอความสัมพันธ์ และหารือถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อประชาชนทั้ง 2 ชาติครับ

ผมเชื่อมั่นว่างานวิจัยจะไม่ขึ้นหิ้งอีกต่อไป แต่จะถูกนำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบายที่กินได้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนครับ #ข่าวtiktok #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #พรรคเพื่อไทย #จีน #นวัตกรรมใหม่

3/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การแลกเปลี่ยนแนวคิดกับท่านเอกอัครราชทูตจีนและคณะพรรคเพื่อไทย ผมขอแชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนำนวัตกรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายที่จับต้องได้จริง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสังคมที่ซับซ้อน เช่น ความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน การใช้ Deep Tech และ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ปัญหาแต่ละชุมชนอย่างละเอียด ทำให้เราสามารถออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรายครัวเรือนอย่างเฉพาะเจาะจง เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านเกษตรดั้งเดิมสู่ Smart Farming ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีจึงช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรมได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ผ่านการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและครอบคลุม จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการ “สร้างคน” ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน การกระชับความสัมพันธ์เชิงนโยบายระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างสองฝ่าย สนับสนุนให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้และวิวัฒนาการไปด้วยกัน ผมเชื่อว่างานวิจัยไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องแล็บหรือเอกสารวิชาการ แต่ต้องกระจายสู่ชุมชนและกลายเป็นนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงและแก้ไขปัญหาของประชาชนโดยตรง ความร่วมมือทางการเมืองและเทคโนโลยีจากสองชาตินี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้กับคนไทยและจีนในระยะยาว