เพราะ “ความเดือดร้อน” ของพี่น้องคนไทยตั้งแต่เหนือ-ใต้ “รวมไทยสร้างชาติ” เรารอไม่ได้!
.
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หารือในที่ประชุมสภาฯ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง โดยมีสองประเด็นได้แก่
.
1)โรงเรียนบ้านขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ประสบปัญหาอาคารเรียนอายุกว่า 70 ปี อยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ เขต 3 และรมว.ศึกษาธิการ เร่งอนุมัติเปลี่ยนอาคารเรียน
.
2)ถนนเส้นทางแม่วิน-สามแยกบ้านห้วยเกี๋ยง เชื่อมระหว่าง จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีพี่น้องชาวชาติพันธุ์สัญจรไปมาเป็นจำนวนมากนั้นมีความกว้างเพียง 5 เมตร และเกิดอุบัติเหตุกว่า 100 ครั้ง/ปี จึงขอให้ภาครัฐก่อสร้างไหล่ทางระยะ 15 กิโลเมตรได้โดยเร็ว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้คนในพื้นที่
#ข่าวtiktok #พรรครวมไทยสร้างชาติ #อรรถวิชช์สุวรรณภักดี #ประชุมสภา #รวมไทยสร้างชาติ
จากประสบการณ์ที่ได้ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในภาคต่างๆ ของประเทศไทย ผมเห็นว่าการที่ส.ส.และพรรคการเมืองเช่นรวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่และนำเรื่องเร่งด่วนเหล่านี้เข้าสู่สภา ถือเป็นสิ่งที่สำคัญและน่าชื่นชมมาก เพราะเป็นการทำงานที่เชื่อมโยงตรงกับความต้องการของประชาชนจริงๆ สำหรับกรณีของโรงเรียนบ้านขอนหาดในอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยนั้น อาคารเรียนที่มีอายุกว่า 70 ปีพร้อมกับสภาพที่ทรุดโทรม เป็นสัญญาณเตือนว่าสถานที่สำคัญนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ไม่เพียงแต่เพื่อมาตรฐานการเรียนการสอน แต่ยังเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพื้นฐานที่มั่นคงแก่นักเรียนรุ่นต่อๆ ไป ส่วนถนนเส้นทางแม่วิน-สามแยกบ้านห้วยเกี๋ยง ซึ่งเชื่อมระหว่างเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน มีความกว้างเพียง 5 เมตรแต่มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นเกิน 100 ครั้งต่อปี นับว่าเป็นจุดเสี่ยงที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การผลักดันให้ภาครัฐมาสร้างไหล่ทางระยะ 15 กิโลเมตรนั้น จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งในแง่ของการสัญจรของชาวชาติพันธุ์และผู้คนในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศในระยะยาว หลายครั้งการที่ผู้นำท้องถิ่นหรือผู้แทนราษฎรใช้เวลาลงตรวจสอบพื้นที่จริง จะช่วยให้เข้าใจความต้องการอย่างแท้จริงและผลักดันการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านว่าเสียงของพวกเขาได้รับการรับฟังและแก้ไข ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารและเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกภาคได้รับประโยชน์และชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน






















