รู้สึกยังไงกับเพื่อน..ที่เอาแต่คุยเรื่องตัวเอง..🤔

🔊พอถึงทีเราที่จะเล่าบ้าง...นางก้มดูมือถือ ดูคลิป เล่นไลน์..พอถามฟังปะเนี่ย..นางบอกฟังอยู่..(แค่ไม่สบตาเน้อะและไม่หือไม่อือ..แต่พอมีสายเข้ารับโทรศัพท์เฉย🥹)

🔊พอเราได้เล่า..นางฟัง10%ที่เหลือขมวดเอามาเล่าเองอีก..สรุปเรื่องเราเรื่องเขาเรื่องเดียวกันแหละ..ฟังต่ออีกสักเรื่องน่าคนเก่ง🥹

🔊อุตส่าห์โทรหาเราถามสารทุกข์5นาทีอีก2 ชม.สุกดิบเรื่องตัวเองล้วนๆ..ชีวิตมรุงนี่เศร้าเน้อะเพื่อน..🥹สงสารว่ะ

สงสารเพื่อน❌

สงสารตัวเอง✅หิวข้าว🥲

🔊เพื่อนอุตส่าห์นัดมากินกาแฟ❌

มาฟังเรื่องมันเน้นๆ3ชม.✅

ประมาณนี้สำหรับเรา...รู้สึกเบื่อที่จะฟังค่ะ...หลังๆถ้ามาแบบนี้จะหลีกเลี่ยง..นอนอยู่บ้านคุยกับน้องหมาสบายใจกว่าเยอะเลย🥰

แล้วเพื่อนๆเจอเพื่อนที่เป็นคู่สนทนาแบบไหนกันบ้าง และรู้สึกยังไง.. มาแชร์กันค่ะ..

#40บวกไม่สะดวกแก่ #40บวกเล่นเลม่อน8 #ถามตอบความสัมพันธ์

2025/11/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณมีเพื่อนที่ “ชอบพูดแต่เรื่องตัวเอง” บ่อยๆ จนเรารู้สึกเหมือนเป็นคนฟังประจำ ไม่ใช่คู่สนทนา…บอกเลยว่าไม่ได้คิดมากนะ มันเหนื่อยจริงๆ โดยเฉพาะเวลาที่เราอยากระบายบ้าง แต่เขากลับก้มดูมือถือ ฟังแบบ 10% แล้วดึงเรื่องกลับไปที่ตัวเองทันที มุมจิตวิทยาที่พออธิบายได้ (แบบภาษาคนทั่วไป) คือบางคนคุยเพื่อ “ระบายความเครียด/ขอพื้นที่” มากกว่าคุยเพื่อ “เชื่อมความสัมพันธ์” เขาอาจชินกับการเป็นศูนย์กลาง หรือไม่ถนัดทักษะการฟัง (active listening) บางคนก็ไม่ทันสังเกตว่าตัวเองพูดเยอะเกินไป แต่ก็มีเหมือนกันที่เป็นนิสัยเห็นแก่ตัวในความสัมพันธ์—เราต้องดูแพตเทิร์นยาวๆ ไม่ใช่ตัดสินจากครั้งเดียว สิ่งที่ฉันลองใช้แล้วช่วยได้ คือ “ตั้งขอบเขตแบบสุภาพ” ให้การคุยเป็นสองทาง ตามมารยาทคือฉันเล่าบ้าง แกเล่าบ้าง ผลัดกันดิ เช่น - “ขอฟังของแกก่อน 10 นาที แล้วขอเวลาเราเล่าบ้างนะ” - “เดี๋ยวๆ เรื่องเราเมื่อกี้ยังไม่จบ ขอเล่าต่ออีกนิด” - “ตอนนี้เราอยากได้แค่คนฟัง ไม่ต้องแนะนำก็ได้” ประโยคพวกนี้เหมือนวางกติกาเบาๆ ให้เขารู้ว่าเราก็มีพื้นที่ อีกเทคนิคคือ “สะท้อนพฤติกรรมโดยไม่กล่าวหา” เช่น “สังเกตว่าพอเราพูด แกมักหยิบมือถือ เราเลยรู้สึกเหมือนแกไม่ได้ฟัง” ใช้คำว่า “เรา” แทน “แก” จะลดการปะทะ แล้วดูปฏิกิริยาเขา ถ้าเขาปรับตัวได้ แปลว่ายังแคร์ความสัมพันธ์ แต่ถ้าเขาโกรธ/ปัดความรู้สึกเรา/ทำเหมือนเราเรื่องมาก ซ้ำๆ นั่นคือสัญญาณว่าความสัมพันธ์เริ่มไม่สมดุล ถ้าเจอแบบโทรมาถามสารทุกข์ไม่กี่นาทีแล้วลากยาวเป็นชั่วโมงเรื่องเขาอย่างเดียว ฉันจะใช้วิธี “กำหนดเวลาให้ชัด” เช่น “คุยได้ถึงทุ่มครึ่งนะ เดี๋ยวต้องกินข้าว” แล้วทำตามนั้นจริงๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหมดแรง สุดท้าย ถ้าคุยแล้วไม่เปลี่ยน และเรารู้สึกแย่ทุกครั้ง การ “ถอยห่างแบบไม่ต้องตัดขาด” ก็เป็นการดูแลใจตัวเองได้เหมือนกัน บางวันอยู่บ้านคุยกับน้องหมา/ทำอะไรเงียบๆ ยังสบายใจกว่าเยอะ ความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นเรื่องเพื่อนรักผลัดกันฟัง ไม่ใช่ให้เรารับบทผู้ฟังตลอดเวลา

19 ความคิดเห็น

รูปภาพของ พี่บอยค่ะ
พี่บอยค่ะ

โอ้โหโดนใจอย่างแรงค่ะน้องตุ้ม พี่เคยนัดเจอเพื่อนใหม่ใน tiktok กินข้าวแล้วเปลี่ยนร้านไปกินกาแฟทั้งหมดน่าจะใช้เวลา 4 ชั่วโมง นั่นคือทรมานพี่มากเพราะนางจะคุยเรื่องตัวเองตั้งแต่คลอดเลยมั้งคะ รายละเอียดยิบย่อยครอบครัว/ที่ทำงาน พี่ไม่ต้องอ้าปากเลยค่ะคอยสบตาแล้วก็พยักหน้าเท่านั้นเลยแต่เท่านั้นทำไมเราเหนื่อยมากคะ สรุปเรารู้เรื่องเขาหมดทุกอย่างแต่เขาไม่รู้จักเราเลย ว่าเราเป็นคนจังหวัดไหน เหมือนจักรวาลหมุนรอบตัวนาง เข็ดเลยค่ะไม่ต่อนัดอีกแล้ว คุยแล้วไม่สนุกเลย มันต้องเป็น two way communication แต่เพื่อนที่เจอแล้วมันสนุกก็คบกันต่อจนถึงปัจจุบันค่ะ ก็เพื่อนในติ๊กต๊อกนี่แหละ ถึงกับต้องไปหาเขาเลยพิษณุโลก แล้วก็โทรคุยกันเกือบทุกวันไม่รู้มีเรื่องอะไรมากมายแต่สนุกได้หัวเราะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ แม่ปอง
แม่ปอง

5555 ใดๆน้องคือผู้ฟังที่ดีประจำกลุ่มค่ะ ฟังแบบตั้งใจฟังด้วย จนเพื่อนถึงกับหยุดพูด แล้วบอกขอบคุณนะ ที่ตั้งใจฟัง😂😂😂

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม