Hopsack 🪡🧵 | Reda 1865
Hopsack 🪡🧵 | Reda 1865
Bespoke always hits different 🔥
📍 Feel the difference — Quality you can see, feel, and wear
.
.
.
#StarTailorHouse #BestTailorInPhuket #BespokeTailoring #LuxuryTailoring #CustomTailor #TravelingTailor #PhuketTailor #MensFashion #TailoredSuits #MadeToMeasure #MensStyleGuide #ElegantMenswear #LuxuryMenswear #ClassicMenswear #DapperStyle #SharpDressedMan #GentlemansStyle #BespokeSuit #PerfectFit #SuitUp #USA2025 #TrunkShow2025 #PhuketTailorOnTour #NYCTailor #ChicagoTailor #AtlantaTailor #WashingtonDCTailor
www.startailorphuket.com
หลายคนที่เสิร์ชหา “ผ้า hopsack” มักอยากรู้ว่าแตกต่างจากผ้าสูททั่วไปยังไง และเหมาะกับโอกาสแบบไหน จากที่ได้ลองดูและจับผ้าจริงใน Hopsack Collection ของ Reda 1865 ต้องบอกว่าเสน่ห์ของ hopsack อยู่ที่ “ลายทอแบบตะกร้า (basket weave)” ทำให้ผ้าดูมีเท็กซ์เจอร์ชัดขึ้นกว่าผ้าวูลเรียบ ๆ เวลาโดนแสงจะเห็นมิติ และให้ฟีลสปอร์ตขึ้นนิด ๆ แต่ยังคงความสุภาพแบบสูทได้ สิ่งที่ผมชอบคือ hopsack ใส่แล้วดูไม่ทางการจนเกินไป เหมาะมากกับลุค business casual หรือวันทำงานที่อยากดูเนี้ยบแต่ไม่แข็ง เหมาะกับการตัดเป็น blazer มาก ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นโทนกรม เทา น้ำตาล หรือเขียวเข้ม ใส่คู่กางเกง chinos/กางเกงผ้าวูลสีตัดกันก็ขึ้น หรือจะใส่กับยีนส์เข้มก็ยังดูดี เรื่องคุณสมบัติ ผ้า hopsack ส่วนใหญ่ “ระบายอากาศดี” กว่าผ้าวูลทอแน่น ๆ เพราะโครงทอมีช่องอากาศเล็ก ๆ ทำให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา (หรือทริปต่างประเทศช่วงอุ่น ๆ) แต่ข้อควรรู้คือ hopsack จะมีแนวโน้ม “เกี่ยว/ดึงเส้น” ได้ง่ายกว่าผ้าที่ผิวเรียบ ถ้ามีของคมหรือขอบโต๊ะเกี่ยว เพราะฉะนั้นเวลาใช้งานควรระวังนิดนึง และตอนเก็บควรแขวนบนไม้แขวนทรงไหล่ดี ๆ ผ้าตัวที่เห็นในภาพเป็นส่วนผสม 90% wool และ 10% silk ซึ่งโดยความรู้สึกคือ wool ให้ทรงและการคืนรูปที่ดี ส่วน silk จะช่วยเพิ่มความเงาแบบผู้ดี (ไม่วิบวับ) และทำให้ผ้าดู “หรู” ขึ้น เวลาเจอแสงจะมีประกายละเอียด ๆ ที่ภาพถ่ายอาจถ่ายทอดไม่หมด ต้องเห็นของจริงถึงจะเข้าใจคำว่า quality you can see, feel, and wear ถ้าถามว่าเหมาะตัดอะไร: - Blazer hopsack: ตัวเริ่มต้นที่ใส่ง่ายสุด - สูท hopsack: เหมาะกับงานที่ไม่ต้อง formal มาก หรืออยากได้สูทเดินทางที่ใส่บ่อย - กางเกง: ทำได้ แต่ถ้าใช้งานหนัก/เสียดสีบ่อย แนะนำเลือกทอแน่นขึ้นเล็กน้อย อีกจุดที่ช่วยยกระดับคือรายละเอียดงานสูท เช่น ปกแบบ notch lapel กว้างประมาณ 4 นิ้ว จะช่วยบาลานซ์ช่วงไหล่ให้ดูแมนและคลาสสิก และถ้ามี hand-picked stitching (เดินด้ายมือ/เหมือนงานมือ) จะทำให้ขอบปกและแนวปกดูมีมิติ เนี๊ยบแบบ bespoke มากขึ้น สรุปสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลผ้า hopsack: ถ้าอยากได้ผ้าที่ดูมีเท็กซ์เจอร์ ใส่สบาย ระบายอากาศดี และเอาไปแต่งได้หลายลุค hopsack เป็นตัวเลือกที่คุ้มลองมาก โดยเฉพาะถ้าได้เกรดผ้าดี ๆ อย่าง Reda 1865 จะยิ่งเห็นความต่างชัดเจน












































