ทำไมไม่กินที่บ้าน?
@kodomo_no_tomo
🍽️"ฉันไม่ได้กินที่บ้าน แต่ฉันกินอย่างถูกต้องในสวน.."
นี่เป็นปัญหาที่ผู้ปกครองได้ยินบ่อยมาก🥺
แต่จริงๆแล้ว
"อย่ากินที่บ้าน = มีปัญหา"
มันไม่เสมอไป
เด็ก ๆ มักกินแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม🌱
📌เหตุผลที่เรากิน..
👫เพื่อนของคุณกำลังกิน
ฉันรู้สึกว่าฉันควรกินมันด้วย✨
🏃♀️เล่นเยอะและหิว
เนื่องจากปริมาณของกิจกรรมมีขนาดใหญ่ธรรมชาติและความอยากอาหารเพิ่มขึ้น!
บ้าน🏡เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย
เพราะมันเสีย คุณจึงสามารถพูดออกมาได้อย่างเชื่อฟังว่า "ฉันไม่อยากกิน😊
🍛และบรรยากาศ
เด็กบางคนพบว่าการรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนในสวนง่ายขึ้น
❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗
🌸สามารถทำได้ที่บ้าน
✔ปิดทีวีและสมาร์ทโฟนเพื่อเน้นการรับประทานอาหาร
✔ทั้งครอบครัว "Itadakimasu"
✔คุณกินกี่กัด?
"ฉันมีความสุขที่ได้กินกับคุณ😊"
✔ไม่ต้องตั้งเป้าหมายให้จบ!
✔กินแม้เพียงเล็กน้อยสรรเสริญมาก✨
❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗ ❗
💡สิ่งสำคัญ
การไม่กินเป็นสิ่งที่ไม ่ดี
มันไม่ใช่
พลังของเด็กที่จะกิน
มันเติบโตทีละเล็กทีละน้อยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเวลาอาหารที่น่ารื่นรมย์🌷
อย่ารีบอย่าเปรียบเทียบ
มาดูแลจังหวะของเด็ก😊
"เหมือนกันสำหรับฉัน!"
หากคุณคิดอย่างนั้นโปรดแจ้งให้เราทราบในความคิดเห็น🌸
โปรดบันทึกและมองย้อนกลับไปเมื่อคุณกังวลเกี่ยวกับการกิน📌
子どもが家では食べないのに園ではよく食べるという現象は多くの保護者が悩むテーマですよね。この理由は子ども自身の心理や周囲の環境による影響が大きいことがわかります。例えば、園ではお友達が楽しそうに食べている姿を見ることで「自分も食べよう」と食欲が刺激されます。また、園での活発な遊びによって体もよく動かし、お腹がすくことも食欲増進につながっています。逆に家は子どもにとって安心できる場所。甘えたい気持ちが強く出て「食べたくない」という意思も素直に表現しやすい環境です。 私の経験では、家での食事時間にテレビやスマホを消し、家族みんなで「いただきます」を大切にすることで食事への集中力が上がりました。無理に量を求めるのではなく、「一緒に食べられることを楽しむ」ことを意識すると、少しずつ食べる量も増えてきました。完食を目標にせず、小さな変化もほめることが子どもの自信に繋がります。 さらに、食事の味付けや雰囲気も食べる量に影響します。園の給食の方が食べやすい場合は、家庭でも子どもの好みや嗜好を少し取り入れてみるのも有効です。また、「食べない=悪いこと」と思わず、子どものペースや気持ちを尊重することが安心感を育み、食べる力を引き出すポイントです。 このように、環境の違いによる心理的な変化や、家でできる工夫を知ることで子どもの食事の悩みが軽減されるでしょう 。私も同様の悩みを抱えながら、今では家でも楽しんで食べる時間を作れるようになりました。ぜひ気楽に子どもの食べる気持ちに寄り添いながら取り組んでみてください。