คนละครึ่ง 2568 (“คนละครึ่งพลัส”) มาแล้ว!
ช่วยค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ กำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนเร็ว ๆ นี้
ใครได้สิทธิ?
สัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป
ผู้เสียภาษีเงินได้ → รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% (สูตร 60:40)
ประชาชนทั่วไป + ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ → แบบ 50:50
ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ รัฐ “เติมเงินเพิ่ม (top-up)” จากสิทธิ 300 บาท → รวม ~1,000-2,000 บาท
วงเงิน
กลุ่มผู้เสียภาษี: ~1,200 บาท/คน (ข่าวเบื้องต้น)
กลุ่มทั่วไป/ผู้ถือบัตรฯ: ~2,000 บาท/คน
ใช้งบ ~25,000 ล้านบาท
เริ่มใช้เมื่อไหร่?
คาดว่า ปลาย ต.ค. 2568 หรือช้าสุดต้น-กลาง พ.ย.
วิธีสมัคร
เว็บ “คนละครึ่ง” หรือ “คนละครึ่งพลัส”
แอป “เป๋าตัง” → กดยืนยันสิทธิ / สมัครใหม่ + ยืนยันตัวตน
สิ่งที่น่าจับตา
อาจเพิ่มเพดานใช้จ่ายจาก 150 → ~200 บาท/วัน
สิทธิรวม ~11 ล้านคน (กลุ่มเสียภาษี) + ~13 ล้านคน (บัตรสวัสดิการ)
รอติดตามวันจริงอีกทีนะครับ สิทธิมีจำนวนจำกัด ใครพร้อม รีบลงทะเบียนเลย!
#คนละครึ่ง2568 #คนละครึ่งพลัส #โครงการรัฐ #เป๋าตัง #ช่วยค่าครองชีพ #Lemon8
นอกจากรายละเอียดการลงทะเบียนและสิทธิประโยชน์ที่ได้กล่าวไปแล้ว โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น โดยมีการขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะผู้เสียภาษีเงินได้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิ์มากขึ้น
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐได้มีมาตรการเติมเงินเพิ่ม หรือที่เรียกว่า "top-up" ทำให้วงเงินสิทธิ์รวมต่อคนสูงขึ้นจากเดิม โดยได้รับสิทธิ์รวมประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งส่วนนี้เป็นการเพิ่มเกราะป้องกันที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้จ่ายได้คล่องตัวมากขึ้น และช่วยให้เกิดแรงจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศมากขึ้นด้วย
วงเงินที่ได้รับสำหรับกลุ่มผู้เสียภาษีจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทต่อคน ขณะที่กลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการได้รับสูงถึง 2,000 บาทต่อคน โดยรวมใช้งบประมาณเกือบ 25,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนประชาชนกว่าหลายล้านคนทั่วประเทศ
การใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตังและเว็บไซต์คนละครึ่งทำให้สะดวกและรวดเร็ว พร้อมกับมีสิทธิประโยชน์ที่น่าจับตาคือการเพิ่มเพดานใช้จ่ายต่อวันจากเดิม 150 บาท เป็นประมาณ 200 บาทต่อวัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้มีความคล่องตัวในการจับจ่ายมากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งโครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เคยใช้สิทธิสามารถกดยืนยันสิทธิใหม่ และผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมสามารถสมัครแล้วยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตังได้ทันที ช่วยให้ลงทะเบียนได้ง่าย รองรับผู้ใช้จำนวนมากที่คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 11-13 ล้านคน ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของระบบและความสนใจจากประชาชนในโครงการนี้
ท้ายที่สุด ควรรอติดตามประกาศวันลงทะเบียนและรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางการอย่างใกล้ชิด และแนะนำให้ลงทะเบียนทันทีเมื่อเปิดเพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดี ๆ ที่มีจำนวนจำกัด ที่สำคัญโครงการคนละครึ่ง 2568 นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วย
เปิดสมัครยังคะ