Automatically translated.View original post

5 The advantages of "100% off screen" # that Mom proved to be really good! 🚫

1️⃣ the brain is active: you think, you solve problems from real play, not just from unilateral information.

2️⃣ Strong eyesight: Reduce premature myopia risk and help eye muscles develop according to criteria.

3️⃣ Constant Mood: Reduce 'Swinging' Symptoms When Getting Off Screen Because He Learns to Live with Silence and Activities Around

4️⃣ Strong Muscle: When the child does not sit still on the screen, he moves, runs, climbs, develops physical upstart.

5️⃣ Your mother's bond: Really Quality Time together. Every minute means a lot.

The corner of the house is nice. There are toys that focus on imagination. It helps you to have fun without relying on the screen.

Anyone who thinks that you can't do it. I want you to try to fight.

The result is really worth the fatigue. Fighting, all of you! ✌️🥰

# Child development

# Developing 2 years old

# Play to learn

# Learn through play

4/2 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังคิดจะ “งดจอ” แต่กังวลว่าจะเริ่มยังไง บ้านนี้ขอแชร์วิธีที่ทำแล้วพอไปได้จริง (ไม่ได้เป๊ะทุกวันตั้งแต่แรกนะคะ ค่อยๆ ปรับจนลงตัว) เผื่อช่วยให้เริ่มต้นง่ายขึ้นค่ะ 1) ตั้งกติกาให้ชัดตั้งแต่วันแรก เราบอกลูกด้วยประโยคสั้นๆ ซ้ำๆ เช่น “วันนี้ไม่มีจอนะคะ เราเล่นของเล่นกัน” แล้วพาไปทำกิจกรรมทันที กติกาที่ชัดช่วยลดการต่อรอง และทำให้เด็กคาดเดาได้ว่าช่วงนี้ต้องทำอะไรแทน 2) เตรียม “ลิสต์กิจกรรมแทนจอ” ไว้ก่อน วันไหนแม่เหนื่อย ถ้าไม่มีไอเดียจะเผลอให้จอง่ายมาก บ้านนี้เลยเตรียมกิจกรรมที่หยิบเล่นได้เลย เช่น - เกมหยอดลูกบอลจากกล่องกระดาษ/ขวดพลาสติกใส (ฝึกสมาธิและการแก้ปัญหา) - เรียงแก้วพลาสติกหลากสี ต่อเป็นหอคอย/จับคู่สี (ฝึกกล้ามเนื้อมือและการประสานตา-มือ) - เสียบแท่งไอศกรีมลงในรังไข่กระดาษหรือกล่องเจาะรู (ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก) - เล่นบทบาทสมมติ: แปรงฟัน ป้อนข้าว ทำอาหาร เทน้ำใส่ถ้วย (เด็กชอบมากและได้เรียนรู้ชีวิตประจำวัน) - ถาดประสาทสัมผัส เช่น ทรายจลน์/ข้าวสาร/ถั่ว ใส่ถ้วยตวง ช้อน ตัก-เท (อยู่ได้นานแบบไม่ต้องจอ) 3) จัด “มุมเล่น” ให้หยิบเองได้ เราแยกของเล่นเป็นกล่องๆ วางระดับสายตาเด็ก เลือกที่เน้นจินตนาการ (บล็อก ตัวต่อ ของเล่นบทบาทสมมติ) และหมุนเวียนทุก 1–2 สัปดาห์ เด็กจะรู้สึกเหมือนได้ของเล่นใหม่ ไม่เบื่อเร็ว 4) รับมือช่วงงอแงตอนเริ่มงดจอ ช่วงแรกอาจมีงอแงเพราะเคยชินกับจอ บ้านนี้ใช้วิธี “อยู่ข้างๆ แต่ไม่เปิดจอ” กอด ปลอบ ตั้งขอบเขต แล้วชวนทำกิจกรรมที่ใช้มือทันที เช่น ปั้น ดินน้ำมัน หยอดลูกบอล หรือเล่นน้ำ (เปลี่ยนอารมณ์ไวมาก) 5) วางแผนกิจกรรมช่วงเสี่ยง (เช้า/เย็น/ก่อนนอน) ถ้าช่วงเย็นเป็นเวลาที่เด็กอยากดูจอมาก ให้เตรียมกิจกรรมสั้นๆ 10–15 นาที เช่น อ่านนิทาน ต่อบล็อก 1 แบบ เล่นโยนรับลูกบอล หรือช่วยแม่จัดโต๊ะอาหาร พอมี “กิจวัตร” เด็กจะปรับตัวได้ง่ายขึ้น สุดท้ายอยากบอกว่า “งดจอ” ไม่ได้แปลว่าต้องเพอร์เฟกต์ค่ะ แค่เราตั้งใจค่อยๆ ลดสิ่งกระตุ้นจากหน้าจอ แล้วเพิ่มกิจกรรมเล่นจริง เด็กจะค่อยๆ เล่นเก่งขึ้นเอง และบ้านจะสงบขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยค่ะ