ต้มปลาทูสดแบบง่ายๆ
ใครกำลังหาเมนู “ต้มปลาทู” แบบทำง่ายๆ แต่กลัวคาว เราทำบ่อยมากจนได้ทริคที่ช่วยให้น้ำซุปหอมแบบต้มยำปลาทูสด และปลาเนื้อไม่เละ ลองทำตามนี้ได้เลยค่ะ 1) เลือกปลาทูยังไงให้อร่อย - ถ้าได้ปลาทูสด: ตาใส เหงือกแดง เนื้อเด้ง กลิ่นไม่แรง - ถ้าใช้ปลาทูนึ่ง: เลือกตัวที่แน่น ไม่แฉะ จะได้ไม่แตกในหม้อ 2) ล้างปลาให้ลดคาว (สำคัญมาก) ถ้าเป็นปลาทูสด เราจะควักไส้ออกแล้วล้างเร็วๆ ด้วยน้ำเย็น จากนั้นถูด้วยเกลือนิดหน่อยหรือแป้งมัน/แป้งข้าวเจ้าเบาๆ แล้วล้างออกอีกครั้ง ช่วยดึงเมือกและกลิ่นคาวได้ดีมาก บางวันบีบมะนาวนิดเดียวตอนล้าง (อย่าบีบเยอะ) แล้วซับให้แห้งก่อนลงหม้อ 3) น้ำต้มยำปลาทูสดให้หอม ต้องเริ่มจากสมุนไพร ตั้งน้ำให้เดือดแล้วใส่ตะไคร้ทุบ ข่า ใบมะกรูด (ฉีกใบ) ลงไปก่อน รอให้เดือดสัก 2–3 นาทีให้กลิ่นออก น้ำซุปจะหอมขึ้นแบบรู้สึกได้ จากนั้นค่อยใส่หอมแดงหรือหัวหอมเพิ่มความหวานธรรมชาติ 4) ลำดับใส่ปลา เพื่อให้เนื้อไม่เละ พอน้ำเดือดจัดค่อยใส่ปลาทู แล้วลดไฟลงให้เดือดอ่อนๆ (อย่าเดือดพล่าน) และพยายามไม่คนแรง ใช้วิธีเขย่าหม้อเบาๆ แทน ต้มประมาณ 5–8 นาที (แล้วแต่ขนาดปลา) ก็พอค่ะ 5) ปรุงรสต้มปลาทูให้นัวแบบบ้านๆ เราใช้เกลือ/น้ำปลา + น้ำมะนาว + พริก (พริกขี้หนูบุบหรือพริกป่น) ถ้าชอบแนวต้มยำน้ำข้น เติมนมสด/กะทินิดเดียวหรือใส่พริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ จะได้สีสวยและกลมกล่อมมาก ข้อควรระวัง: บีบมะนาวตอนปิดไฟหรือไฟอ่อนสุด กลิ่นมะนาวจะสด ไม่ขม 6) ใส่อะไรเพิ่มให้อิ่มขึ้น - เห็ดฟาง/เห็ดนางรม ใส่หลังปลาไม่นาน - มะเขือเทศ เพิ่มรสเปรี้ยวหวานธรรมชาติ - ผักชีฝรั่ง/ต้นหอม ใส่ท้ายสุดหอมๆ 7) แก้ปัญหาที่เจอบ่อย - น้ำซุปคาว: มักเกิดจากล้างปลาไม่สะอาดหรือใส่ปลาเร็วตอนน้ำยังไม่เดือด แนะนำให้ต้มน้ำกับสมุนไพรให้หอมก่อน และให้น้ำเดือดจริงค่อยลงปลา - ปลาเละ: ไฟแรงไปหรือคนบ่อย ลดเป็นเดือดอ่อนๆ และจับเวลา เมนูต้มปลาทูทำได้หลายสไตล์ แต่ถ้าอยากได้กลิ่นแนว “ต้มยำปลาทูสด” ให้เน้นสมุนไพรและลำดับการใส่ของ แค่นี้ก็ได้หม้อซุปหอมๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากค่ะ




















