กินแต่เนื้อวันที่ 166 (29 Sep)

☀️ เช้า

• ตื่นมาด้วยความรู้สึกสดใส ชอบผลลัพธ์จากการ ฟาส 48 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มาก → ไม่ทรมาน ไม่เพลีย พุงยุบ รู้สึกเบาสบาย

• ดื่มน้ำเปล่า 600 มล. แล้วมาทำงาน

• แวบหนึ่งคิดอยากฟาสต่ออีก แต่ก็เตือนตัวเองว่า ไม่ควรทำติดกันบ่อยๆ เดี๋ยวขาดสารอาหาร

• ตัดสินใจ ชงกาแฟเนย + วิปครีม ฟินๆ เป็นมื้อเช้า แล้วลุยงาน

🚽 เวลา 10 โมงกว่า

• อยากเข้าห้องน้ำ → อุจจาระออกมา ลักษณะดีมาก

• ไม่เหลว

• ไม่แน่น

• เป็นแท่งประมาณ 6 นิ้ว 2 เส้น (แบบสับๆ)

• ปริมาณพอดี เริ่ดสุดๆ

🍳 มื้อเที่ยง

• ทาน ของเหลือจากเมื่อวาน:

• ไข่ดาว 1 ฟอง

• ดักแด้เล็กน้อย

• เนื้อเสือร้องไห้

• ปลาหมึกนิดหน่อย

• เพิ่มเศษเนื้อจาก bone broth เพื่อความอิ่ม

📈 บ่าย — งานถาโถม

• งานยุ่งมาก แทบไม่ได้เงยหน้า

• ตอนเย็นยังไม่รู้สึกหิว

🌙 ดึก — เปลี่ยนใจเพราะความหิว

• เกือบสองทุ่ม เริ่มหิว → ลงไปซื้ออาหาร

• ไข่ต้ม 2 ฟอง

• ปลาทอด 1 ตัว (จาก Tops)

• ทานแบบง่ายๆ ที่ออฟฟิศก่อนกลับ

• กลับถึงบ้าน ถ่ายอุจจาระอีกนิดหน่อย → ลักษณะแข็งกว่ารอบเช้า และน้อยกว่ามาก

• อาบน้ำ นอน ปิดจบวัน

✨ สรุป Feeling & Insight

• รู้สึกดีที่มีวินัย ไม่หักโหมการฟาสต่อ

• การฟื้นฟูร่างกายหลังฟาสผ่านมาด้วยดี

• การถ่ายอุจจาระดีทั้งเช้าและเย็น แสดงถึง ระบบย่อยยังคงทำงานได้ดี แม้ผ่านการฟาส

• วันทั้งวันเน้นงานล้วนๆ อาหารมีแค่เติมพลังแบบพอดี ไม่หลุดกรอบมาก

#พี่ภาลองทานanimalbased #พี่ภาลองทานcarnivore #lemon8ไดอารี่ #animalbasedjourney

2025/10/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำฟาสติ้งแบบ 48 ชั่วโมงร่วมกับการกินอาหารสาย Carnivore หรือ animal-based diet กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพ เพราะมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลายประการจากประสบการณ์ตรง รวมถึงความเบาสบายของร่างกายและระบบย่อยอาหารที่ทำงานได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกทานเนื้อสัตว์อย่างเดียว หรือเน้นการทานเนื้อเป็นหลัก ช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนและไขมันในปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบและลดภาระต่อระบบย่อยในบางรายได้ดี เมื่อผสานกับการฟาสติ้ง 48 ชั่วโมงอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ร่างกายมีโอกาสฟื้นฟูตัวเอง และการถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะดี ทั้งเช้าและเย็น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบย่อยและขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแม้ในช่วงที่ไม่ได้รับอาหารติดต่อกันนาน การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณเพียงพอ เช่น 600 มล. ในตอนเช้า ช่วยรักษาสมดุลน้ำในร่างกายและสนับสนุนการฟาสติ้งได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การเติมกาแฟเนยและวิปครีมเล็กน้อยในมื้อเช้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมพลังงานให้กับร่างกายในขณะที่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบของการกินแบบ carnivore ในแง่ของการวางแผนมื้ออาหาร ผู้ที่ทานอาหารสาย animal-based ควรเน้นเมนูที่หลากหลาย เช่น เนื้อเสือร้องไห้ ไข่ดาว ปลาหมึก รวมถึง bone broth ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องแล้วยังให้สารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน โดยไม่ทำให้เกิดการรู้สึกหนักท้องหรือเหนื่อยล้าระหว่างวัน สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นการฟาสติ้งหรือกินแบบ carnivore แนะนำให้เริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีวินัย หลีกเลี่ยงการทำฟาสติ้งติดกันบ่อยครั้งเพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร และควรฟังเสียงร่างกายตัวเองเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้อง เน้นการทำงานอย่างมีสมาธิ โดยใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับงานและสุขภาพควบคู่กันไป สุดท้าย การดูแลระบบขับถ่ายและการรับรู้ถึงสัญญาณความหิวอย่างมีสติ จะช่วยให้การกินแต่เนื้อและการฟาสติ้งเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว รวมทั้งช่วยลดความเครียดจากการควบคุมอาหาร และทำให้การฟื้นฟูสุขภาพเป็นเรื่องที่สนุกและยั่งยืนมากขึ้น