กินแบ้ว 414 วัน
Day 414 | 4 June 2026
🌿 A calm workday, sunset moments, and the first taste of homemade sauerkraut
⸻
🌅 Morning
สวัสดีวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ☀️
เช้านี้เตรียม
🍲 bone broth
และ
🥩 เศษเนื้อจากการต้ม
มาอุ่นทานที่ออฟฟิศ
เป็นมื้อเช้าที่อิ่ม สบายท้อง และให้พลังงานดีมาก
⸻
☕ Morning fuel
ช่วงสาย
👉 กาแฟเนย
หนึ่งแก้วตามสูตรประจำ
สรุปว่า…
👉 อิ่มยาวมาก 😆
จนช่วงเที่ยงและช่วงบ่ายแทบไม่รู้สึกหิวเลย
⸻
🌆 Evening meal
มื้อเย็น
🥩 เนื้อพับนอกที่อบและห่อมาจากบ้าน
ทานคู่กับ
🥚 ไข่ต้ม 1 ฟอง
เรียบง่าย แต่อิ่มและอร่อยเหมือนเดิม
⸻
🌅 Sunset break
หลังทานข้าว
ได้แวะไปดูพระอาทิตย์ตก
เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ก่อนกลับไปทำงานต่อ
วันนี้ทำงานค่อนข้างดึก
แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นวันที่ผ่านไปอย่างราบรื่น
⸻
🥣 Before bed
กลับถึ งบ้าน
ปิดท้ายวันด้วย
• 🥛 คีเฟอร์
• 🥝 กีวี่
• 🫐 บลูเบอร์รี่
และมีอีกหนึ่งไฮไลต์ของวันนี้
🥬 ได้ชิม Sauerkraut ที่ทำเองเป็นครั้งแรก
หลังจากหมักมาหลายวัน
รสชาติเริ่มมาแล้ว
แต่…
👉 ยังเปรี้ยวไม่มากเท่าที่ต้องการ
ก็เลยตัดสินใจ
ปิดฝาหมักต่อไว้อีก 2–3 วันนอกตู้เย็น
แล้วค่อยย้ายเข้าแช่เย็นเมื่อได้รสชาติที่ชอบ
เป็นโปรเจกต์เล็กๆ ที่ลุ้นทุกวันเลย 😄
⸻
💭 End of day
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เรียบง่าย
✔ ทำงานเต็มที่
✔ กินอาหารที่เตรียมเอง
✔ ได้ดูพระอาทิตย์ตก
✔ และได้เห็นความคืบหน้าของ Sauerkraut ที่ตั้งใจทำ
บางครั้ง
ความสุขก็อยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ของแต่ละวัน
ขอบคุณค่ะ 🙏✨
⸻
จากประสบการณ์กิน Animal Based Diet ในระยะเวลายาวนานกว่า 400 วัน สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จริงๆ คือการให้ความสำคัญกับอาหารที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพและเต็มไปด้วยสารอาหาร ตัวอย่างเช่น Bone Broth หรือซุปกระดูก ที่เต็มไปด้วยคอลลาเจนและแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงกระดูกและข้อต่อ รวมถึงเป็นมื้อเช้าที่ทำให้รู้สึกอิ่มและได้พลังงานสำหรับเริ่มต้นวันใหม่อย่างเต็มที่ ในช่วงสาย ผมมักจะเติมพลังด้วยกาแฟเนยสูตรโปรดที่อิ่มนานมากจนแทบไม่ต้องกินมื้อเที่ยง บอกเลยว่าการใส่เนยลงในกาแฟช่วยเพิ่มความเข้มข้นและความสดชื่นต่างจากกาแฟปกติ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ความหิวชะลอลง ช่วยให้โฟกัสกับงานได้ดีขึ้นโดยไม่รู้สึกง่วง สำหรับมื้อเย็น ผมเลือกทานเนื้ออบง่ายๆ พร้อมไข่ต้ม เป็นเมนูที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบได้ดี และยังคงความอิ่มอร่อยครบทั้งโปรตีนและไขมันดี ส่วนช่วงเวลาพักผ่อน ผมชอบแวะชมพระอาทิตย์ตก แม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่มันช่วยให้จิตใจสงบและได้รีเซ็ตตัวเองก่อนกลับไปทำงานต่อ อีกไฮไลท์วันนั้นคือการได้ลองชิม Sauerkraut ที่ผมทำเองเป็นครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากเพราะการทำอาหารหมักนั้นต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจ ผลลัพธ์รสชาติที่เปรี้ยวยังไม่เข้มข้นนัก ผมจึงตัดสินใจหมักต่ออีก 2–3 วันนอกตู้เย็นก่อนย้ายเข้าแช่เย็นตามคำแนะนำ การทำ Sauerkraut โฮมเมดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความหลากหลายให้กับเมนูผักหมักในอาหารแอนิมอลเบสไดเอต แต่ยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารอีกด้วย สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกว่าการกินแบบ Animal Based Diet ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยุ่งยากหรือซับซ้อน เพียงแค่มุ่งเน้นที่ความเรียบง่าย คุณภาพของวัตถุดิบ และการฟังเสียงจากร่างกายตัวเอง ก็สามารถสร้างสุขภาพที่ดีได้จริงๆ ความสุขเล็กๆ จากการชิมรสชาติอาหารที่เราทำเอง หรือช่วงเวลาพักผ่อนชมพระอาทิตย์ตก ถือเป็นสิ่งที่เติมเต็มพลังและให้ความหมายกับชีวิตประจำวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ









