Day 475

Day 475 | 4 August 2026

สวัสดีวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 ☀️

เช้าวันนี้เริ่มต้นด้วย Olive Oil + Lemon Shot

จากนั้นอบเนื้อประมาณ 2 ขีด ใส่กระปุกติดตัวไปด้วย เพราะช่วงเช้ามีสัมมนา

ระหว่างทางก็หยิบเนื้อมาชิมไปประมาณครึ่งหนึ่ง

พอถึงงานมี Snack เตรียมไว้ให้ แต่ไม่ได้ทานค่ะ ดื่มแต่น้ำเปล่า เพราะมีอาหารของตัวเองมาแล้ว

แล้ววันนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์มาก!

ได้เจอเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันมากกว่า 20 ปี!

โอ๊ย…เวลาผ่านไปเร็วเกิน 😂

เพื่อนเห็นแล้วชมใหญ่เลยว่า

“เฮ้ย…สวยขึ้นนะ แล้วยังดูดีอยู่เลย”

ก็แน่ล่ะค่ะ เป็นผู้หญิงเราก็ต้องดูแลตัวเองนิดหนึ่งไหม 😆

พี่ภาเองก็เคยหนักถึง 61 กิโลกรัม มาก่อน แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ กลับมาดูแลตัวเองได้

สำหรับพี่ภา เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเคยเป็นยังไง แต่อยู่ที่ว่าเราตัดสินใจจะดูแลตัวเองอย่างไรต่อจากนี้มากกว่า

สุขภาพมาก่อน แล้วความสวยความดูดีก็ตามมาเอง

แต่เพื่อนชมบ่อยมาก…

จนเริ่มคิดในใจว่า

“เดี๋ยวนะ…ตอนเรียนกูขี้เหร่มากขนาดนั้นเลยเหรอวะ” 🤣🤣🤣

จบงานแล้วกลับมาที่ออฟฟิศ

วันนี้ซื้อ เกาเหลาเนื้อ + แคบหมู

แล้วเอาเนื้ออบอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือจากตอนเช้าใส่เพิ่มลงไป

ใส่น้ำเกาเหลาแค่นิดเดียวและไม่ได้ซดน้ำ

อิ่มมาก เรียกว่าเป็นมื้อหลักของวันนี้ได้เลย

จากนั้นก็ทำงานต่อ เพราะช่วงบ่ายมีนัดสำคัญกับคุณหมอที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์

วันนี้ได้กลับไปพบคุณหมอเรื่องฮอร์โมน

วันนี้เล่า Timeline เรื่องเลือดออกให้คุณหมอฟังทั้งหมด

ตั้งแต่เริ่มทานยาฮอร์โมนแล้วมีเลือดออกกะปริดกะปรอย

จากนั้นช่วงประมาณวันที่ 15–17 กรกฎาคม กลับมีเลือดออกเหมือนเป็นประจำเดือนจริง ๆ และค่อนข้างมาก

หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นกะปริดกะปรอยอีก

จนกระทั่งเข้าสู่ต้นเดือนสิงหาคม เลือดกลับมาเยอะขึ้นอีกครั้ง

โดยเฉพาะคืนวันอาทิตย์ต่อเนื่องถึงเช้าวันจันทร์

คืนนั้นมีทั้งเลือดและลิ่มเลือดก้อนใหญ่ออกมาเยอะมาก

เยอะจนตกใจ และมีช่วงหนึ่งคิดจริง ๆ ว่า

“หรือฉันต้องโทร 1669 แล้ว?”

แต่สุดท้ายเลือดค่อย ๆ ลดลง จึงได้นอน

ที่แปลกมากคือเช้าวันจันทร์ตื่นขึ้นมา กลับรู้สึกค่อนข้างปกติ

ไม่มีอาการปวด ไม่มีอาการหน้ามืด และเลือดแทบไม่ออก

ยังสามารถขับรถไปทำงานที่ระยองได้ตามปกติ

แต่พอประมาณ 6 โมงเย็น เลือดก็กลับมาเยอะอีก

คุณหมออธิบายว่า ในเมื่อพี่ภายังไม่ต้องการเลือกวิธีผ่าตัด ตอนนี้ก็จะรักษาด้วยฮอร์โมนต่อไป

คุณหมอจึงให้ ยาฮอร์โมนต่ออีก 3 เดือน

พร้อมกับให้ทาน ธาตุเหล็กและวิตามิน D3 ต่อเนื่อง

โอเคค่ะ…

เดินหน้ารักษากันต่อไป

หลังจากพบคุณหมอ กลับมาที่ออฟฟิศทำงานต่ออีกนิดหน่อย แล้วจึงกลับบ้าน

มื้อเย็นวันนี้ง่ายมาก

ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง + ไข่ออนเซ็น 3 ฟอง

อิ่ม จบ และพร้อมพักผ่อน

แต่เรื่องเลือดยังไม่จบ…

วันนี้ประจำเดือนยังมาเยอะอยู่

จนแอบคิดว่า

“นี่มันจะออกหมดตัวไหมเนี่ย!” 😅

ช่วงก่อนกลับบ้านที่ออฟฟิศ มีอาการเหมือนอยากปัสสาวะบ่อย

รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างคาอยู่บริเวณด้านล่าง

ทั้งที่รู้ดี

#พี่ภาลองทานcarnivore

#พี่ภาลองทานanimalbased

#พี่ภาลองทานคาร์นิวอร์

#ไดอารี่คนกินเนื้อ

#กินเนื้อเพื่อสุขภาพ

6 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ Animal Based Diet หรืออาหารที่เน้นเนื้อสัตว์เป็นหลักและการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง พี่ภาได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับการปรับสมดุลสุขภาพที่เน้นความเป็นธรรมชาติและใส่ใจในรายละเอียดของร่างกายตัวเอง การเริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วย Olive Oil และ Lemon Shot เป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและเสริมภูมิคุ้มกันอย่างอ่อนโยน นอกจากนี้การเตรียมอาหารอย่างเช่นเนื้ออบใส่กระปุกติดตัวไปด้วยสะดวกมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหารและพลังงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนและได้รับคำชมว่าดูดีขึ้นนั้น นับเป็นกำลังใจที่สำคัญ เพราะการดูแลตัวเองต้องสม่ำเสมอและเน้นที่สุขภาพก่อนความสวย ความมั่นใจจึงสะท้อนออกมาภายนอก พี่ภายังบอกเล่าถึงการเปลี่ยนน้ำหนักจาก 61 กิโลกรัมมาเป็นน้ำหนักที่ดูแลได้ในปัจจุบันซึ่งผ่านมาด้วยความตั้งใจและวิธีที่เหมาะสมกับร่างกายตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับฮอร์โมนและเลือดออกผิดปกติที่พี่ภาได้ทำการติดตามและปรึกษาคุณหมออย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งสำคัญที่ควรฟังเสียงร่างกายและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยการใช้ยาฮอร์โมนควบคู่กับการเสริมธาตุเหล็กและวิตามิน D3 ช่วยให้ร่างกายมีสมดุลและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ แถมการบันทึกอาการละเอียดอย่างที่พี่ภาทำก็ช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการรักษาต่อเนื่อง สำหรับใครที่สนใจในแนวทางการทานอาหารคาร์นิวอร์หรือ Animal Based Diet ควรเตรียมตัวโดยศึกษาข้อมูลและพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย บันทึกไดอารี่การทานอาหารและเหตุการณ์ในแต่ละวันช่วยให้เห็นพัฒนาการและปรับปรุงสุขภาพได้อย่างชัดเจน พบว่าความสะดวกสบายในการพกพาอาหารและเลือกทานอาหารที่เน้นโปรตีนคุณภาพสูง มีผลดีต่อระดับพลังงานและความรู้สึกอิ่มนานโดยไม่ต้องกินบ่อย อีกทั้งยังสอดคล้องกับการควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวม ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลตัวเองในระยะยาวเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรามีสุขภาพดีและมีความสุขกับชีวิตอย่างแท้จริง นอกจากอาหารแล้ว การติดตามสุขภาพกับแพทย์และฟังเสียงร่างกายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน