กว่าจะมีวันที่ใจเบา ไม่ง่ายเลย 🥲
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างๆคือ การแก้ปัญหา ทั้งทางด้านอารมณ์ และการจัดการสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ต้องยอมรับเลยว่าในช่วง ปีสองปีแรก เรายังจัดการชีวิตได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 🥲 เอาจริงๆ พึ่งมาตกตะกอนความคิดได้ เมื่อไม่นานนี้เองนะ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเจอปัญหาอย่าพึ่งท้อนะคะ แล้วก็อย่าไปเสียดายอะไรที่ผ่านมาแล้ว เรารู้สึกว่าถ้าตอนนั้นเราทำแบบน ี้คงดีกว่า เพราะ เราได้ทำดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้นไปแล้ว
เราในอายุ 10 ขวบ เราในอายุ 20 หรือเราในอายุ 30 การตัดสินใจย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดาค่ะ ^0^
และกว่าจะมามีวันนี้ที่ใจเริ่มเบาได้ เราได้เรียนรู้อะไรมาบ้างจะลองสรุปเป็นข้อๆ ให้ทุกคนได้อ่านนะคะ ถ้าใคร มีวิธีการแบบไหนก็อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์กันบ้างน๊า 🌸🌼
🌸เรากลับมาดูแลหัวใจและร่างกายตัวเองก่อน เริ่มค่อยๆถามตัวเองในทุกเช้า และก่อนนอน ว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง
ไหวมั๊ย มีอะไรที่วันนี้เราทำแล้วเราภูมิใจบ้าง (เอาจริงๆแค่ได้ตื่นมา กินข้าว ยังช่วยเหลือตัวเองได้ นี่นับเป็นข้อดีมากๆข้อหนึ่งของคนเราแล้วนะ)
🌼เริ่มอยู่กับตัวเองมากขึ้น ปรับเวลาการนอน ลดการเล่นโซเชียลมีเดียลง เรารู้สึกว่าค่อยๆลด จะทำได้ยั่งยืนกว่าการหักดิบมันไปเลย เริ่มจาก งดจอ ก่อนนอน 10 นาที (ตอนน ี้ขยับมาเป็น 30นาทีแล้ว อิอิ) รู้สึกว่าหลับสบายขึ้น แล้วเปลี่ยนกิจวัตรจากดูจอ เป็น การหาโยคะก่อนนอน เขียนบันทึก สวดมนต์ ประมาณนี้ค่ะ
🌻เก็บคำพูดจากความรู้สึกให้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่สอนเราคือ ตัวเราคือมิตรแท้ ไม่ได้บอกว่าการระบายอะไรออกไปเป็นสิ่งไม่ดีนะคะ แต่แค่เลือกพียงบางเรื่องเท่านั้น ที่ไม่เปราะบางมาก แล้วเราก็ไปเจอเคล็ดลับมา 1 อย่างเมื่อไม่นานมานี้ คือ ปัญหา หรือความคิดในสมองเรา มันเป็นเหมือนขยะ ให้เราระบายมันออกมาลงในแผ่นกระดาษ เขียนแบบไม่ต้องสวย เขียนทุกอย่างที่คิด เขียนเละเทะแค่ไหนก็ได้เพราะเราไม่ได้จะเก็บมันไว้อ่าน เราจะทำลายมัน จะด้วยการฉีกทิ้ง หรือ เผาทิ้งก็สุดแล้วแต่ 🔥ความน่าสนใจตรงนี้คือ มันช่วยเราได้จริงๆนะทุกคน แล้วเรารู้สึกว่าการทำแบบนี้มันช่วยป้องกันการที่บางครั้งเราอาจจะกลายเป็นคน Toxic ใส่คนอื่นโดยไม่รู้ตัวด้วย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่บางครั้งเราก็อาจจะก่นด่าคนอื่น เพียงแค่คิดว่าเค้าคงไม่รู้หรอกเพราะฉันปิดบังตัวตน.... 🦇
🌷ส่วนตัวเราเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว หลังจากที่ติดจอติดใจมานาน ช่วงที่เจอปัญหาหนักๆ ก็ได้กลับมาวางมือถือแล้วค้นพบว่ามีหนังสือหลายเล่มที่เราซื้อมาและยังไม่ได้อ่าน พอได้กลับไปอ่านแล้วบางเล่มเรายังถามตัวเองเลยว่า แกปล่อยเวลานานขนาดนนั้น โดยที่ไม่หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านได้ยังไงนะ แล้วก็ได้หยิบนวนิยายเล่มโปรดกลับมาอ่านซ้ำ อ่านจนคิดว่านี่เราลืมเรื่องที่เราชอบพวกนี้ไปได้ยังไง 📖
🙇🏻♀️นี่ก็เป็นวิธีคร่าวๆของเรา ที่พิมออกมาแล้วยาวมากๆ ----- ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณมากนะคะ โพสหน้าเราจะมีช่องที่เราเอาไว้ฟัง เพื่อฮีลใจ มาแบ่งปัน ฝากกดติดตามไว้ด้วยนะคะ สุดท้ายนี้ อย่าลืมขอบคุณตัวเองในทุกๆวันก่อนนอนกันน๊า 💛























