อ้อ เข้าใจแล้ว ธรรมะเช้ามืดวันก่อน อิ่มแล้วปัญญาเกิด บรรเจิดเลย
มันก็คือการมีสติ อยู่กับปัจจุบัน รู้ตัวดึงจิตไม่ให้ไปผูกกับอดีต หรือ อนาคต เพราะเหตุการณ์ในปัจจุบันคือเหตุการณ์เพียง 1 เดียวที่เกิดขึ้นในโลก แล้วจะผ่านไปเลย ไม่มีเกิดซ้ำ เราต้องซึบซับเหตุการณ์นี้ไว้ ก่อนมันจะเดินผ่านไปตามเส้นทางของช่วงเวลา
การฝึกธรรมะเช้ามืดและการมีสติในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ เหมาะมากสำหรับการสะท้อนใจและเรียนรู้ความหมายของชีวิตที่แท้จริง ฉันเองพบว่าการเริ่มต้นวันด้วยการนั่งสมาธิ หรือการทำสมาธิเพียงไม่กี่นาที สามารถช่วยให้จิตใจนิ่งและรู้ทันความคิดที่วนเวียนได้อย่างมาก การอยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรามักจะถูกอดีตหรือความกังวลในอนาคตดึงจิตใจไปเสมอ แต่เมื่อเราฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถดึงกลับมาอยู่กับลมหายใจ รู้ตัวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้อย่างชัดเจน สิ่งที่น่าประทับใจคือ ทุกช่วงเวลาที่เราประสบพบเจอในชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับหรือเกิดซ้ำได้ เช่นเดียวกับธรรมะเช้ามืดที่กล่าวว่าเหตุการณ์เพียงหนึ่งเดียวนี้กำลังจะผ่านไป ยิ่งทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่มีในแต่ละวัน และกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างเต็มที่ ในฐานะผู้ที่เคยลองฝึกธรรมะเช้ามืดและมีสติในการใช้ชีวิต พบว่าปัญญาที่เกิดจากการฝึกฝนนี้ทำให้เกิดความชัดเจนในการตัดสินใจและความสงบสุขภายในจิตใจมากขึ้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อความสุขและความสมดุลในชีวิตประจำวัน
