คิดว่าคืนรถแล้วจบ... จนวันที่ 'ที่ดินคนค้ำ' กำลังจะถูกยึดขายทอดตลาด

คิดว่า "คืนรถ" แล้วทุกอย่างจะจบใช่มั้ย?

บอกเลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้าย ถ้าคุณจัดการมันผิดวิธี... ​นี่คือประสบการณ์จริง บทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยความเครียดนับปี การหนีปัญหา และเกือบทำให้คนที่รักเราที่สุดต้องหมดตัว

​จุดเริ่มต้นคือ คืนรถไปแล้ว แต่มี "ยอดส่วนต่าง" ที่ต้องจ่าย ตอนนั้นไม่มีเงิน เลยเลือกวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำคือ "เงียบ"

​ผลลัพธ์คือ?

หมายอายัดเงินเดือน 30% เด้งมาหาถึงที่ทำงาน!

ตอนนั้นตกใจมาก ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยความกลัว คือ "ลาออก" แล้วหนีไปหางานใหม่

คิดว่าหนีพ้น... แต่กฎหมายตามเจอยิ่งกว่า GPS

​2 ปีต่อมา หมายศาลตามมาถึงบ้าน ผมไปตามนัดศาล แต่ดันไปทำ "ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต"

​ผมโดนทนายฝั่งโจทก์เจรจา "หน้าห้องพิจารณาคดี"

ให้เซ็นเอกสารรายงานตัว โดยบอกว่า "เรียบร้อยแล้ว กลับบ้านได้เลย เดี๋ยวรอหมายบังคับจ่าย"

ผมหลงเชื่อ เซ็นไปโดยที่ "ยังไม่ได้ขึ้นบัลลังก์เจอหน้าศาล" ด้วยซ้ำ! ​สุดท้ายกลายเป็นผมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด ต่อรองผ่อนจ่ายเป็นงวด

แต่เมื่อส่งไม่ไหว ขาดส่ง... หายนะของจริงก็เริ่มขึ้น

​คราวนี้ศาลไม่ตามผมแล้ว เพราะผมไม่มีทรัพย์สิน

แต่หมายบังคับคดี ไปตกที่ "ที่ดินของคนค้ำประกัน" เตรียมถูกยึดขายทอดตลาด!

​ตอนนั้นรู้เลยว่า หนีไม่ได้อีกต่อไป ต้องกลับมาสู้ความจริง ผมเดินเข้า "กรมบังคับคดี" เพื่อขอเจรจาใหม่ โดยใช้หน่วยงานเป็นคนกลาง

​ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ:

โจทก์แค่อยากได้เงินคืน เขาไม่อยากได้ที่ดินหรอก

ถ้าเรากล้าคุย กล้าเจรจา "มันมีส่วนลด"

​วิธีแก้เกมคือ:

​ต้องหาเงินก้อนแรกให้ได้ อย่างน้อย 25% ของยอดหนี้ (หลังหักส่วนลด) ไปวางเพื่อยื่นเรื่องกับบังคับคดี

​ขอให้ฝั่งผู้ฟ้องออกเอกสาร "ยืดระยะเวลาการขายทอดตลาด" ออกไปก่อน (ผมขอยืดไปถึง 2 รอบ)

​กัดฟันหาเงินมาเคลียร์ยอดที่เหลือให้จบ

​พอเคลียร์ยอดหนี้จบ ผู้ฟ้องจะออกเอกสารระงับการขายทอดตลาดให้เรานำไปยื่นถอนทรัพย์คืน

​แต่ช้าก่อน... โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี!

บทเรียนสุดท้ายที่โดนตบหน้าคือ ดันมี "ค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์" อีกประมาณ 2-3% ของยอดหนี้ที่ต้องจ่ายให้กรมบังคับคดี! (เงินก้อนนี้ไม่จ่ายไม่ได้ ไม่งั้นถอนยึดไม่ได้)

​สุดท้าย กัดฟันจ่ายทุกอย่างจนจบ ได้เอกสารระงับการขายทอดตลาดมานอนกอดแบบโล่งใจสุดๆ

​เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

ปัญหาหนี้สิน "ความเงียบ" คือวิธีแก้ปัญหาที่ราคาแพงที่สุด และอย่าเซ็นเอกสารอะไรหน้าห้องศาลเด็ดขาด ถ้ายังไม่ได้คุยกับผู้พิพากษา!

​ใครกำลังเจอทางตัน หรือกำลังคิดจะหนีหนี้

หันหน้ากลับมาสู้เถอะครับ เจ็บแต่จบ ดีกว่าหลบแล้วลามไปหาคนค้ำประกัน

ใครกำลังจะคืนรถ หรือโดนฟ้องร้องค่าส่วนต่างอยู่ อ่านโพสต์นี้ให้จบนะครับ จะได้ไม่พลาดเสียรู้แบบผม... ใครเคยมีประสบการณ์ขึ้นศาลเรื่องรถบ้าง มาแชร์เป็นวิทยาทานกันได้ครับ 👇

#lemon8ชวนเล่า #กว่าจะมีวันนี้ #อายัดเงินเดือน #ยึดทรัพย์ #กรมบังคับคดี #กฎหมายน่ารู้

5/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่เล่าในบทความ การคืนรถไม่ใช่การแก้ปัญหาทางการเงินให้จบได้ทันที โดยเฉพาะหากยังมี "ยอดส่วนต่าง" ที่ต้องรับผิดชอบ หากปล่อยให้เงียบหรือหนีปัญหาจะทำให้สถานการณ์แย่ลงมาก จนถึงขั้นถูกอายัดเงินเดือนและหมายบังคับคดีโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อผมเจอสถานการณ์ที่หมายบังคับคดีถูกส่งไปยังที่ดินของคนค้ำประกัน และเกือบถูกยึดขายทอดตลาด ถึงขั้นนั้นความเครียดและความกังวลสูงมาก แต่สิ่งที่ช่วยให้ผ่านมาได้คือการตัดสินใจเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีโดยตรง เพื่อขอเจรจาต่อรองเรื่องเวลาการขายทอดตลาด รวมถึงเลี่ยงไม่ให้ที่ดินที่คนค้ำโดนขายไปก่อน ข้อสำคัญที่ผมเรียนรู้คือ ฝ่ายผู้ฟ้องซึ่งมักเป็นบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินอย่างที่ดินมากนัก แต่พวกเขาแค่อยากได้เงินคืน การเจรจาเพื่อขอส่วนลดหรือขยายเวลาชำระหนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องมีเงินมัดจำประมาณ 25% ของยอดหนี้หลังหักส่วนลด เพื่อแสดงความจริงจังและขอเลื่อนการขายทอดตลาด นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์ที่กรมบังคับคดียังคงเรียกเก็บประมาณ 2-3% ของยอดหนี้ ซึ่งหากไม่จ่ายจะไม่สามารถถอนยึดทรัพย์ได้ โดยผมเองต้องเตรียมใจและวางแผนการเงินอย่างรัดกุมเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ด้วย สำหรับผู้ที่เจอสถานการณ์คล้ายกัน อยากฝากเป็นคำแนะนำว่า อย่าปล่อยให้เงียบหรือหนีปัญหาเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เสียหายมากกว่าเดิม และต้องระวังการเซ็นเอกสารใดๆ หน้าห้องศาลโดยไม่ได้พูดคุยกับผู้พิพากษาโดยตรง เพราะอาจทำให้คุณยอมรับเงื่อนไขที่จะตามมาทีหลังได้ สุดท้ายการเปิดใจหาหนทางเจรจา ร่วมมือกับฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความเสียหาย และช่วยให้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ผมเองไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอกับตัว แต่ถ้าเลี่ยงได้ควรหาข้อมูลและขอคำปรึกษาทางกฎหมายล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ C.seefah
C.seefah

บทเรียนราคาโคตรแพง ที่ไม่ให้อภัยใครได้เลยค่ะ เราเจอมากับตัว พ่อไปค้ำประกันให้อา แล้วค้างค่างวดพ่อใช้วิธีเงียบจนบ้านถูกขายทอดตลาด เราต้องไปหายืมเงินคนอื่นมาเพื่อซื้อบ้านตัวเองคืน 🥺🥺

รูปภาพของ เจนสุดา เย็น
เจนสุดา เย็น

ขอบคุณค่ะ จะรอดหรือจะร่วง

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม