ไทยขึ้นแท่นผู้นำตลาด Branded Residences ในเอเชีย มูลค่าแตะ 205.3 พันล้านบาท
[SPOT] ไทยขึ้นแท่นผู้นำตลาด Branded Residences ในเอเชีย มูลค่าแตะ 205.3 พันล้านบาท
.
จากรายงาน Asia Branded Residences Market Review 2026 ของ C9 Hotelworks ซึ่งศึกษาตลาดครอบคลุม 14 ประเทศทั่วเอเชีย พบว่า ตลาดไทยมีมูลค่ารวม 205.3 พันล้านบาท เติบโต 13.3% จากปีก่อน พร้อมยูนิตที่เปิดตัวแล้ว 13,124 ยูนิต คิดเป็น 26% ของยูนิตที่เปิดตัวทั้งหมดในเอเชีย ขณะที่อุปทานรวมทั้งโครงการที่เปิดตัวและอยู่ระหว่างพัฒนามี 63 โครงการ รวม 13,947 ยูนิต
.
หากมองในระดับภูมิภาค ตลาด Branded Residences ของเอเชียมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นแตะ 1.3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 30.3% ภายในปีเดียว โดยมีโครงการที่เปิดตัวแล้ว 50,025 ยูนิต และอุปทานรวม 64,581 ยูนิต จาก 268 โครงการ นอกจากนี้ ยังมียูนิตที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จระหว่างปี 2569–2571 อีก 18,545 ยูนิต สะท้อนว่าตลาดนี้ไม่ได้กำลังเติบโตจากกระแสระยะสั้น แต่กำลังขยายตัวเป็นโครงสร้างใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในเอเชีย
.
แม้เวียดนามจะยังมีมูลค่าตลาดรวมสูงที่สุดในเอเชีย แต่ประเทศไทยกลับโดดเด่นในด้านความลึกของตลาดลักชัวรี โดยมีโครงการ Branded Residences ระดับลักชัวรีถึง 30 โครงการ มากกว่าเวียดนามที่มี 18 โครงการ และเกาหลีใต้ 13 โครงการ ขณะเดียวกัน 48% ของโครงการในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มลักชัวรี คิดเป็นประมาณ 2,353 ยูนิต ตัว เลขนี้ทำให้ไทยไม่ได้แข่งขันด้วยจำนวนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ในระดับบนของภูมิภาค
.
การเติบโตของไทยยังเกิดขึ้นจากโครงสร้างตลาดที่มีความหลากหลาย กรุงเทพฯ เป็นตลาด Branded Residences ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้วยจำนวน 5,031 ยูนิต ขณะที่ภูเก็ตมี 3,465 ยูนิต และขึ้นเป็นตลาด Branded Residences ในกลุ่มรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเมื่อวัดจากจำนวนยูนิต ตามมาด้วยหัวหิน 3,017 ยูนิต พัทยา 1,775 ยูนิต และเกาะสมุย 480 ยูนิต โดยภาพรวมอุปทานของไทยกระจายอยู่ในจุดหมายปลายทางรีสอร์ต 64% และตลาดเมือง 36% ส่วนรูปแบบผลิตภัณฑ์ยังเป็นคอนโดมิเนียมถึง 96%
.
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือการเติบโตของ Standalone Branded Residences หรือโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ร่วมกับโรงแรม ปัจจุบันประเทศไทยมีผลิตภั ณฑ์กลุ่มนี้ 3,008 ยูนิต คิดเป็น 22% ของอุปทานรวม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 17% และประมาณ 72% ของยูนิตดังกล่าวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและตลาดรีสอร์ต แนวโน้มนี้กำลังเปิดพื้นที่ให้แบรนด์จากอุตสาหกรรมอื่น ทั้งดีไซน์ แฟชั่น ยานยนต์ และไลฟ์สไตล์ เข้ามามีบทบาทในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น จากเดิมที่ตลาดพึ่งพาแบรนด์โรงแรมเป็นหลัก
.
คุณบิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks มองว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดต้นแบบของ Branded Residences ในเอเชีย จุดแข็งสำคัญคือจำนวนโครงการลักชัวรีที่อยู่ระหว่างพัฒนา รูปแบบโครงการที่หลากหลาย และศักยภาพของทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต รวมถึงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์และผู้พัฒนาโครงการสามารถสร้างการเติบโตผ่านหลายโมเดลธุรกิจได้พร้อมกัน
.
อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังมาพร้อมการแข่งข ันที่ซับซ้อนขึ้น เพราะในตลาดที่มีแบรนด์ระดับโลกเข้ามามากขึ้น “ชื่อแบรนด์” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ผู้ซื้อกำลังพิจารณาควบคู่กันคือระบบบริหารโครงการ คุณภาพการบริการ สิทธิประโยชน์ของเจ้าของที่พัก การดูแลสินทรัพย์หลังการส่งมอบ การเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่พักและการเดินทางระดับโลก รวมถึงความสามารถของผู้พัฒนาในการเปลี่ยน Brand Equity ให้กลายเป็นคุณค่าในการอยู่อาศัยและมูลค่าทรัพย์สินระยะยาว
.
“ที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์” จากการนำชื่อที่มีชื่อเสียงมาติดบนโครงการ ไปสู่การสร้างระบบการอยู่อาศัยที่มีมาตรฐาน บริการ ประสบการณ์ และคุณค่าหลังการซื้อ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทย ก้าวจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว สู่หนึ่งในศูนย์กลาง Branded Residences ที่สำคัญที่สุดของเอเชีย
.
#C9Hotelworks #AsiaBrandedResidences #BrandedResidences #LuxuryRealEstate #ThailandRealEstate #อสังหาริมทรัพย์ #อสังหาริมทรัพย์ลักชัวรี #ตลาดที่อยู่อาศัย #PropertyMarket #HospitalityRealEstate









