ท้าวหิรัญพนาสูร อสูรทรงเลี้ยงในรัชกาลที่ 6
ศาลท้าวหิรัญพนาสูรมีประวัติมาจากนิมิตที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงฝันเห็น "หิรันยอสูร" ขณะเสด็จประพาสมณฑลพายัพ เมื่อปี พ.ศ. 2449 โดยอสูรตนนี้ขอเป็นผู้ตามเสด็จเพื่อคุ้มครองป้องกันภัย ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปท้าวหิรัญพนาสูรขึ้น และตั้งศาลไว้ที่ท้ายพระราชวังพญาไท เพื ่อให้เป็นเทพารักษ์ประจำพระราชวัง
ปัจจุบัน ท้าวหิรัญพนาสูรเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มาพักรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อขอพรให้คุ้มครอง ปัดเป่าภยันตราย และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ถ้ามีโอกาสผมจะมาทำคลิปประวัติของท่านให้ได้รับชมกันนะครับ ฝากกดตามช่องผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
หลายคนเจอคำค้นว่า “ร.6 เลี้ยงอสูร” แล้วงงว่าหมายถึงอะไร จากที่อ่านประวัติและไปดูสถานที่จริงมา ความหมายที่คนพูดกันส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่า “เลี้ยงอสูร” แบบน่ากลัว แต่เป็นเรื่องความเชื่อว่าในสมัยรัชกาลที่ 6 มี “อสูรผู้คุ้มครอง” ตามเสด็จและได้รับโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปเคารพขึ้นเป็นเทพารักษ์ประจำพื้นที่ เลยทำให้คำว่าเลี้ยงอสูรถูกเล่าต่อแบบสั้นๆ จนคนเข้าใจไปต่างๆ ถ้าตั้งใจไปไหว้ท้าวหิรัญพนาสูร (หลายคนไปตอนมารักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) สิ่งที่ผมแนะนำคือโฟกัสที่ “เจตนา” มากกว่าไสยศาสตร์ล้วนๆ ผมจะขอพรแนวคุ้มครอง ปัดเป่าอุปสรรค และให้การรักษาราบรื่นมากกว่าขอแบบเกินตัว เรื่อง “คาถา ท้าวหิรัญพนาสูร” ในโลกออนไลน์มีหลายเวอร์ชันมาก บางอันสะกดไม่ตรงกันด้วย ผมเลยใช้หลักง่ายๆ ที่ไม่เสี่ยงจำผิด คือสวด “นะโม 3 จบ” แล้วตั้งจิตอธิษฐานเรียกนามท่านตรงๆ เช่น “ขออาราธนาบารมีท้าวหิรัญพนาสูร โปรดคุ้มครองป้องกันภัย ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้การรักษาผ่านไปด้วยดี” จากนั้นค่อยไหว้/ถวายของตามศรัทธา วิธีนี้เป็นสไตล์คนทั่วไปที่อยากได้ความสบายใจโดยไม่ยึดติดว่าต้องท่องบทไหนเป๊ะ ถ้าอยากสวดเป็นจังหวะให้จำง่าย ผมใช้ท่อนสั้นๆ แบบนี้ (เป็นคำอธิษฐาน ไม่ใช่คาถาโบราณ): “ท้าวหิรัญพนาสูร เมตตาคุ้มครอง ขจัดภัยโรคา ให้ข้าพเจ้าปลอดภัย” แล้วกล่าวชื่อ-นามสกุล/วันเดือนปีเกิดในใจ และบอกสิ่งที่ขอให้ชัดเจน ของไหว้ที่คนชอบเตรียมก็เป็นของทั่วไป เช่น ดอกไม้ น้ำเปล่า ผลไม้ หรือของที่เราถวายแล้วทำให้ใจเราน้อมลงได้จริงๆ ที่สำคัญคือรักษากติกาสถานที่ พูดเบาๆ ไม่กีดขวางทาง และถ้าขอพรเรื่องสุขภาพ ผมมัก “บนด้วยการทำดี” แทน เช่น ตั้งใจดูแลตัวเอง ทำบุญช่วยผู้ป่วย หรือบริจาคโลหิตเมื่อพร้อม สุดท้าย ถ้าใครกังวลว่าการไหว้จะขัดกับความเชื่อส่วนตัวไหม ผมมองว่าให้ยึดความสบายใจและความเหมาะสมเป็นหลัก ไหว้เพื่อระลึกถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์และเป็นที่พึ่งทางใจได้ แต่เรื่องการรักษาก็ต้องทำตามแพทย์ควบคู่กันไปครับ

















สาธุค่ะ