บุญคุณ" = "หนี้สิน" ที่ต้องผ่อนชำระจนตาย
ฉันเป็นลูกที่ชีวิตช่วงวัยเด็กแม่กับพ่อต้องเลิกลากัน
ฉันไม่ได้อยู่กับแม่และพ่อ แต่มีป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อรับฉันไปเลี้ยง ส่งให้ฉันเรียนจนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยม
ตลอดเวลาที่เรียน ฉันไม่เคยเกเร ไม่เคยไปเที่ยว ฉันต้องทำงานบ้านทุกอย่าง เพราะสำนึกเสมอว่าถ้าไม่มีป้าคงไม่มีที่
ซุกหัวนอน ฉันโตมาพร้อมคำกรอกหูทุกเช้าเย็นว่า
"จำไว้นะ เงินที่กินที่ใช้อยู่เนี่ย คือหยาดเหงื่อของป้า"
เมื่อฉันเรียนจบและได้งานทำในบริษัทใหญ่ที่กรุงเทพฯ ฉันตั้งใจจะตอบแทนพระคุณของป้าด้วยการส่งเงินให้ป้าทุกๆ เดือน เดือนละ 50% ของเงินเดือน ซึ่งฉันคิดว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมและฉันก็ยังพอมีเหลือเก็บเพื่อสร้างอนาคต
ความกดดันเริ่มเกิดขึ้น เมื่อป้าเริ่มเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ
ป้ามักไปบอกคนทั้งแถวบ้านว่าฉันรวยมาก ได้ทำงานดีๆ ที่กรุงเทพฯ จนบางครั้งคนในหมู่บ้านก็มาหยิบยืมเงิน และป้าก็รับปากไปทั่วเพราะ "อยากได้หน้า" โทรมาขอเงินฉันเพิ่ม เพื่อให้คนอื่นยืม และแน่นอน ฉันไม่เคยได้คืน
บางครั้งฉันอยากซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรืออยากไปเที่ยวกับเพื่อน ฉันโพสต์ลงโซเชียล โพสต์ รูปไปเที่ยว ป้าก็มักจะคอมเม้นต์แนวตัดพ้อทันทีว่า "มีเงินไปเที่ยว รวยจังนะ" หรือประมาณ "มีเงินเที่ยวเยอะจังนะแต่ไม่มีเงินให้ป้าเลย"
วันนึงฉันมารู้ความจริงว่า เงินที่เธออดออมส่งให้ป้าไป ป้าไม่ได้เอาไปใช้จ่ายที่จำเป็น แต่เอาไปเลี้ยงลูกชายแท้ๆ ของป้า (ลูกพี่ลูกน้องของฉัน) ที่ติดยา,ติดเกมส์และการพนัน ลูกของป้าไม่ยอมทำงานทำการ แต่ป้าจะไม่เคยดุว่าอะไรลูกของแกเลย ทั้งรักและตามใจ
วันนึงฉันปฏิเสธที่จะจ่ายหนี้พนันให้ลูกชายป้า ป้าจึงด่าฉันว่า "ลืมกำพืด"
"พอปีกกล้าแล้วก็ถีบหัวส่งคนเลี้ยงมา"
"อีคนเนรคุณ"
T T
ป้าเคยควักสมุดบัญชีเก่าๆ ที่จดค่าเทอมและค่าข้าวของตั้งแต่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่อนุบาลมาฟาดลงบนโ ต๊ะ แล้วถามว่า
"รวมทั้งหมดนี่ แกจะใช้คืนฉันหมดกี่ชาติ?"
ตอนนี้ฉันสับสนและกำลังคิดว่าควรทำยังไงต่อไปดี?
- กตัญญูเพื่อรักษาภาพลักษณ์ "หลานกตัญญู" ต่อไป
- หยุดสักที และเดินออกมา ยอมถูกด่าว่าเป็นคนอกตัญญู
เพื่อที่จะได้ "ใช้ชีวิต" ของตัวเองจริงๆ สักที
เหนื่อยจัง 😢





















ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม