เดินธุดงค์ป่าเมืองกาญ 5 วัน
ทริปเล็กๆ ที่มีผู้ป่วยมะเร็งถึง 3 คน 🌿
ท่านที่นั่งตรงกลางคือ “อาจารย์แม่ชีโอ ติชิโน”
แม่ชีอาจารย์สายธุดงค์ป่าของกลุ่มพลอยค่ะ
ตอนแรกทริปนี้มีเพียงพวกเรา 3 คน กับแม่ชีอาจารย์ 1 รูป
แต่ระหว่างทางก็มีแม่ชีจากสถานปฏิบัติธรรมถ้ำลีเจีย มาร่วมอีก 3 รูป
รวมถึงพระอาจารย์ พระสายป่าที่แตกฉานเรื่องการธุดงค์มานานนับสิบปี
เข้ามาช่วยดูแลลูกศิษย์ตลอดเส้นทาง 🌿
ถือเป็น บุญมากค่ะ
ที่การเดินป่าครั้งนี้
พวกเราได้มีทั้งพระอาจารย์และแม่ชีอาจารย์ คอยประคองลูกศิษย์อยู่ในป่า
อาจารย์แม่ชีโอ เป็นมะเร็งระยะที่ 4 ค่ะ
แต่คำว่า “มะเร็ง” ไม่เคยแทรกแซงความตั้งใจในการปฏิบัติของท่านได้เลย
ท่านเดินธุดงค์มาหลายป่า
ทั้งป่าเมืองกาญจน์ ป่าตาก จนถึงชายแดนพม่า
เดินปีละประมาณ 6 รอบ
อยู่ป่าครั้งละเกือบ 2 เดือน
เพื่อเปิดเส้นทางให้พระธุดงค์รุ่นหลัง
ตอนแรกคุณหมอบอกว่า ท่านน่าจะอยู่ได้ประมาณ 4 ปี
แต่วันนี้ผ่านมา 10 ปีแล้วค่ะ ✨
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเมตตา
สายตาที่เด็ดเดี่ยว มั่นคง
เป็นแรงศรัทธาให้กับใจพลอยมากจริงๆ
พี่รัตน์ ที่บินมาจากเบตงเพื่อร่วมธุดงค์ครั้งนี้
เป็นมะเร็งมาแล้วกว่า 20 ปี
ผ่านมะเร็งเต้านมถึง 2 รอบ ทั้งสองข้าง
และยังอยู่บนเส้นทางของการปฏิบัติธรร มมาโดยตลอด 🤍
ส่วนพลอยเอง
เป็นมะเร็งเต้านมชนิดยีนพันธุกรรม
มีมะเร็ง 2 ชนิดในเต้าข้างเดียว
ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 5 แล้วค่ะ
ส่วนน้องบุ๋ม 😆
แม้จะเป็นคน ร้อน เหงื่อออกหัวง่ายมาก
ก็ยังวางทุกอย่างลง แล้วเดินเข้าป่าไปด้วยกัน
พวกเราไม่ได้เข้าป่าเพื่อหนีความทุกข์นะคะ
แต่เข้าไปเพื่อ “ดูทุกข์” ให้ชัด
ดูใจ
ดูจิต
ดูสังขาร
ดูกลัว
ดูความคิดที่ปรุงแต่ง
แล้วจะเริ่มเห็นว่า
สังขารนี้หนักจริงๆ
เราแบกมันมาทุกภพทุกชาติ
ยิ่งเห็น
ยิ่งวาง
ยิ่งเบาค่ะ 🌿
ขอน้อมจิตอนุโมทนาในเมตตาของครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน
ทั้งพระอาจารย์ แม่ชีอาจารย์ และกัลยาณมิตรในทริปนี้นะคะ 🙏🌿
การเดินธุดงค์ในป่าเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและทรงคุณค่าที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้เรียนรู้ความอดทนแต่ยังเปิดมุมมองทางจิตใจอย่างกว้างขวางสำหรับผู้ที่เผชิญกับโรคร้ายอย่างมะเร็ง ด้วยการเดินท่ามกลางความสงบของธรรมชาติ เราได้พบว่าไม่มีใครสามารถแบกความทุกข์แทนเราได้ เหมือนกับคำที่ว่า "ไม่มีใครเดินแทนเราได้" ซึ่งสะท้อนความจริงของการใช้ชีวิตและการรับมือกับความเจ็บปวดจากโรคภัย ในช่วงเวลานี้ นอกจากการเดินป่าที่มีความเหนื่อยล้า ยังเป็นช่วงเวลาที่ได้ทบทวนจิตใจ ค่อยๆ มองดูความคิดและความกลัวที่เกิดขึ้น การเดินธุดงค์ไม่ใช่การหนีทุกข์ แต่คือการเผชิญหน้ากับมันให้ชัดเจน เพื่อเรียนรู้ที่จะวางและปล่อยผ่านไป เห็นสังขารที่หนักอึ้งว่ายังเป็นส่วนหนึ่งของเราที่ต้องรู้จักยอมรับและปล่อยวางให้ได้ สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การร่วมเดินทางครั้งนี้ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความเข้มแข็งและพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่มาจากการปฏิบัติธรรมและศรัทธาต่อเส้นทางธุดงค์ป่า ผู้ร่วมเดินทางแต่ละคนมีเรื่องราวของตนเองที่เต็มไปด้วยความหวังและความตั้งใจในการสู้โรคร้ายและค้นหาความสงบในใจ ผ่านประสบการณ์ที่ได้เดินในเส้นทางที่โดดเดี่ยวนี้ ทำให้เข้าใจว่า "ค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ ล้ม และค่อยๆ วาง" เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวต่อไปได้โดยไม่ยอมแพ้ นอกจากนี้ การมีพระอาจารย์และแม่ชีอาจารย์ที่มีประสบการณ์สายธุดงค์ป่ามาร่วมเดินทางด้วยนั้น เพิ่มความมั่นใจและความอบอุ่นใจให้กับทุกคน การได้สัมผัสคำสอนและแรงบันดาลใจจากท่านทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบกาย แต่ยังเป็นการฝึกฝนใจเพื่อให้เกิดความเมตตาและความมั่นคง สุดท้าย การธุดงค์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเดินทางในป่าธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางที่ลึกซึ้ง ณ ภายในใจของแต่ละคน ที่เดินไปพร้อมกับความทุกข์และความหวัง เพื่อค้นพบตัวตนที่แท้จริงและความสงบสุขที่แท้จริงอย่างยั่งยืน





