ใช่…เราเป็นหนี้ 10 ล้าน
ใช่…เราเป็นหนี้ 10 ล้าน‼️
“ช่วงหนึ่งของชีวิต เราเคยตัดสินใจกู้ OD (วงเงินเบิกเกินบัญชี) เพราะคิดว่าเอามาหมุนธุรกิจแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็คืนได้… ตอนนั้นทุกอย่างดูง่าย เงินเข้าทุกวัน เลยมั่นใจมาก
แต่พอเศรษฐกิจเริ่มเงียบ ลูกค้าชะลอจ่าย รายรับเริ่มไม่พอหมุน ดอกเบี้ย OD ที่เคยมองว่าไม่เยอะ กลับกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นทุกเดือน จากวงเงินที่คิดว่าใช้แค่ชั่วคราว กลายเป็นหนี้ที่แทบกดหัวจม
มีช่วงหนึ่งเงินในบัญชีแทบเป็นศูนย์ แต่ยอดดอกยังเดินทุกวัน ตื่นเช้ามาคือเครียดมาก กลัวเครดิตเสีย กลัวธุรกิจไปต่อไม่ได้..แต่รุ้งทำหลายธุรกิจ ซึ่งบางธุรกิจมีกำไร บางธุรกิจขาดทุน ก็ได้เงินจาก OD มาหมุน โควิดมา แต่รายได้หดหาย รายจ่ายยังเท่าเดิม เงินเดือนพนักงานเราไม่เคยค้าง จ่ายตรงทุกเดือน กำไรธุรกิจไม่มี แต่เรายังคงมีโบนัสพนักงานบ้าง พาไปเที่ยว ไปต่างประเทศ
“มีช่วงหนึ่งที่ธุรกิจหนักมาก ทุกคนในทีมทำงานกัน ทั้งเหนื่อย ทั้งกดดัน ทั้งต้องฝ่าปัญหาหลายอย่างมาด้วยกัน
เราเคยผ่านจุดที่แทบหมุนเงินไม่ทัน เคยมีวันที่คิดว่าอาจไปต่อไม่ไหว แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจยังยืนอยู่ได้ คือทีมงานทุกคนที่ไม่ทิ้งกัน
พอธุรกิจเริ่มกลับมาดีขึ้น สิ่งแรกที่คิดไม่ใช่ซื้อของให้ตัวเอง แต่คืออยากตอบแทนคนที่สู้มา ด้วยกัน
เลยตัดสินใจพาทีมบินไปเที่ยวต่างประเทศ ไปพักผ่อนแบบเต็มที่ ให้ทุกคนได้หยุด ได้หัวเราะ ได้ใช้เวลากับความสุขจริง ๆ
เพราะเราเชื่อว่า ‘ความสำเร็จไม่ได้เป็นของเจ้าของคนเดียว’ แต่มันคือผลลัพธ์ของทุกคนในทีม
จากวันที่เคยลำบากมาด้วยกัน วันนี้อย่างน้อยเราได้เห็นรอยยิ้มของทีม และมันมีค่ามากกว่ากำไรหลายเท่า
เหนื่อยมาด้วยกัน ก็ต้องได้พักด้วยกัน”
ตอนนั้นคิดอยู่หลายครั้งว่า ‘หรือเราจะไม่รอดแล้ว’
แต่สุดท้ายก็เลือกสู้ ค่อย ๆ ปรับแผน ลดรายจ่าย ปิดต้นทีละก้อน หารายได้เพิ่มทุกทาง หากใครที่รู้จักรุ้งจะเห็นว่ารุ้งทำธุรกิจหลายอย่างมาก เสื้อผ้าแฟชั่น ผ้าไทย อสังหาริมทรัพย์ สกินแคร์ รวมไปถึงธุรกิจความงาม ฯลฯ บางธุรกิจกำไร บางธุรกิจพังไม่เป็นท่า ขาดทุนต่อเนื่อง รุ้งสู้ใช้เวลาหลายปี
กว่าจะเริ่มหายใจโล่งขึ้น..🥹
ประสบการณ์ครั้งนี้สอนว่า OD คือเครื่องมือ ไม่ใช่เงินเย็น ถ้าใช้ผิดจังหวะมันพังได้เร็วมาก แต่ถ้ามีวินัยและแผนชัด มันก็ช่วยพยุงเราได้เหมือนกัน
.ปลายปี 68 เราโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 7 แสน บาท เป็นช่วงที่เราท้องใกล้จะคลอด
หนักหนาจริง แต่เราเจรจาไกล่เกลี่ยผ่อนจ่ายได้
.พอคลอดลูกแล้ว เราไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ รู้สึกน๋อยตัวเอง
เราเริ่มกดดันตัวเองมากขึ้น เริ่มมองหาสังคม พอเราพาตัวเองออกไปเจอสังคมใหม่ๆ ไปเรียนเรียนรู้ ใครเปิดคอร์สสอนอะไรเราไปหมด ทำให้เรากล้าที่จะมาลุยทำนายหน้าเต็มที่ กล้าทิ้งแบรนด์ เลิกกอดแบรนด์ จุดเปลี่ยนของเราวันนั้นคือการที่เราอุ้มลูกหอบลูก ลง กทม เพื่อไปเรียนคอสทำนายหน้า กับแม่ไข่ป้ายยา @แม่ไข่ป้ายยา เราเห็นทางออกและเห็นโอกาส เราคิดว่ากลับมาจะมาคุยกับน้องๆในทีมงาน ยังไม่ทันได้คุย .
ทั้งมือซ้ายและมือขวา เดินมายื่นใบลาออกพร้อมกัน ความรู้สึกเวลาพนักงานลาออกทั้งชุด มันหนักมากจริง ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นทีมที่สร้างกันมากับมือ
มันไม่ใช่แค่เรื่อง “คนหาย” แต่มันคือความรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทุ่มเทไป ทั้งเวลา ความไว้ใจ และการปั้นทีม กำลังหลุดออกไปพร้อมกัน
“วันที่พนักงานทยอยลาออกทีละคนยังพอรับไหว
แต่วันที่ลาออกพร้อมกันทั้งชุด มันเหมือนโดนดึงพื้นออกจากใต้เท้า“
ยอมรับเลยว่าใจหายมาก แต่เราไม่สามารถรั้งเขาได้ทุกคนต่างต้องการไปเติบโต …
ไม่ใช่เพราะงานจะสะดุดอย่างเดียว
แต่เพราะคนพวกนี้คือทีมที่เคยสู้ เคยเหนื่อย เคยผ่านปัญหามาด้วยกัน
ความเสียใจมีจริง ความผิดหวังก็มีจริง
แต่ธุรกิจก็สอนว่า คนเข้า คนออก เป็นเรื่องธรรมดา
หน้าที่ของเจ้าของ ไม่ใช่หยุดอยู่กับความเสียใจ
แต่คือลุกขึ้นมาจัดการ สร้างใหม่ และเดินต่อ
มาเจอแม่บ้าน นอนกิน ในบ้านเรา ขโมยของๆเรา ให้เราซื้อ โทรศัพท์ iPhone 17 ให้ใจทุกอย่าง ดูแลเหมือนคนในครอบครัว ไม่เคยคิดว่าเค้าเป็นแม่บ้าน ใครไม่เจอกับตัวไม่เข้าใจ
ในขณะที่เรากำลังวางระบบงานใหม่ เจอพนักงานติดตั้งคอมพิวเตอร์ ขโมยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเราไปขายต่อและยังเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้ และเอาเงินของเราไปอีก
ยังจำวันที่เกือบไปไม่รอดได้ดี และมันทำให้เราแข็งแรงกว่าเดิมมาก”
ตอนนี้ปิดหนี้ OD ได้ทั้งหมด 5 ล้าน และได้โฉนดคืนมาอยู่ในมือจริง ๆ
ความรู้สึกมันไม่ใช่แค่ “ปลดหนี้” แต่มันคือการได้ปลดความกังวลที่แบกไว้ตลอดเวลา
มันไม่ได้ง่ายเลย ระหว่างทางมีทั้งเหนื่อย เครียด ท้อ และเกือบถอดใจ แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ทีละก้าว
ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ และขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า วินัยและความอดทนสำคัญกว่าความเร็ว
วันนี้อาจไม่ได้แปลว่ารวยขึ้น แต่แปลว่า “เบาขึ้น” และเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งจริง ๆ”✌️








