การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ

วันที่ 3 ก.ย. 68 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การเมืองไทยอย่างเผ็ดร้อน โดยชี้ว่าการที่พรรคประชาชนโหวตสนับสนุนนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการ “หลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ” พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของพรรคประชาชนที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน แต่กลับมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

---

การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ

พรรคประชาชนประกาศสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยยื่นยุบสภา แต่ไม่ผ่าน ประกาศยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ประธานสภานัดประชุมสภาโหวตนายกฯ วันศุกร์นี้

เมื่อนายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ การจัดตั้ง ครม. หนีไม่พ้นการตอบแทนบุญคุณทางการเมืองตามระบบโควต้า

นักการเมืองขาประจำก็กลับมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้พรรคประชาชนอภิปรายตรวจสอบ เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น และ 2 กระทรวง ขาประจำที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องยึดไว้ คือ กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงคมนาคม

สัดส่วน ครม. ที่ พรรคภูมิใจไทยจะจัดจึงเหลือๆ เมื่อไม่มีพรรคประชาชนมาหารส่วนแบ่งให้เสียของไปถึง 140 กว่าเสียง

ด้วยมุมมองการเมืองแบบบริสุทธิ์อินโนเซ้นท์ พรรคประชาชนยังประกาศจะเป็นฝ่ายค้าน เพื่อจะตรวจสอบรัฐบาลเสียอีก โหวตเลือกนายกฯ เพื่อตั้งรัฐบาล ส่วนคนโหวตยอมเป็นฝ่ายค้าน เพื่อมาตรวจสอบรัฐบาลที่ตั้งมา เป็นเรื่องแปลกแต่จริง มีประเทศไทยที่เดียว ต้องถามว่า ทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร? เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่มีใครล้มรัฐบาลได้เลยสักครั้ง เครื่องจักรดูด ส.ส. กำลังทำงาน สักพักเสียงอาจจะล้นเกินครึ่ง อ้างว่า “หนูเปล่าน้า เค้ามาเอง”

หากจะคุมพรรคภูมิใจไทยให้ทำตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนยื่นเป็นสัญญาประชาคม พรรคประชาชนกลับต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลต่างหาก เพื่อให้นายกฯ ยุบสภาตามกำหนด การควบคุมที่ดี คือ เป็นส่วนหนึ่งใน ครม. เพื่อจะได้เห็นทุกความเคลื่อนไหว

กระทรวงที่พรรคประชาชนต้องคุม คือ กระทรวงยุติธรรม เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหานายอนุทิน เรื่องฮั้ว ส.ว. และแม้แต่เขากระโดงอันลือลั่น รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่คุมบรรดาข้าราชการที่มีผลต่อการเลือกตั้ง แล้วยังมีกรมที่ดินที่ไม่รู้จะถอนโฉนดเขากระโดงได้หรือไม่? นับเป็นข้อถกเถียงที่ล้วนแต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยทั้งสิ้น แต่นี่กลับปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยจัดสรรแบ่งปันกันเสร็จสรรพสบายใจเฉิบ ด้วยเงื่อนไขที่อ้าแขนรับได้หมด ชิลเหลือเกิน มันผิดธรรมชาติการเมืองเป็นอย่างยิ่ง

แล้วคอยดูหน้าตา “ครม.หนู“ เถิด พรรคประชาชนจะปฏิเสธไม่ได้ ที่ต้องรับผิดชอบต่อนายกฯ และ ครม. ชุดที่นายกฯ เลือกมาล้วนเป็นผลมาจากการโหวตสนับสนุนจากพรรคประชาชนอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะอ้างว่าเป็นฝ่ายค้านไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะพรรคประชาชนไปปลุกพรรคภูมิใจไทยให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเอง ด้วยการโหวตให้นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

หรือไม่อย่างนั้น แทนที่พรรคประชาชนจะอยู่เฉยๆ งดออกเสียง ไม่โหวตให้ใคร กลับทำตัวเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทยโดยไม่ได้อะไรแม้แต่น้อย ได้แค่ไปหางานทำ ตรวจสอบ อภิปราย ทำได้เท่านั้น ในขณะที่อีกฝ่ายกุมอำนาจรัฐ และ ส.ว. ที่สามารถแต่งตั้งองค์กรกลาง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่นายอนุทิน เคยย้ำนักย้ำหนาว่า ”ใครจะเป็น?“ แค่นี้ก็รู้แล้วว่า นักการเมืองลิ้นมันดิ้นได้ ให้ตายเถอะ ถือเป็นการเล่นการเมืองแบบใสซื่อ ไม่เข้ากับบริบทการเมืองไทย และโดยเฉพาะกับพรรค ภูมิใจไทยเลย

การจะเปลี่ยนการเมืองไทยไม่สามารถกระทำได้ในระยะเวลาเพียง 4 เดือนนี้หรอกครับน้องเอ๋ย เอาแค่สิ่งที่พรรคประชาชนบอกไว้ว่า ”จะไม่ให้ใครเอา ม.112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเล่นงานใคร“ แค่วันนี้ก็มีการแจ้ง ม.112 กับนายภูมิธรรมที่ไปยื่นยุบสภาเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาที่พรรคประชาชนที่ไปเลือกข้างพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ทั้งการทำงานของนายกฯ และ ครม. เขี้ยวลากดิน การจัดสรรผลประโยชน์ การควบคุม ส.ว. ไปในทุกเรื่อง ทุกอย่างล้วนมีต้นเหตุเพราะพรรคประชาชนเลือกนายอนุทินเอง โดยทำหล่อว่าตัวเองขอเป็นฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนจะต้องร่วมรับผิดชอบกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างเจ็บช้ำเป็นคำรบสอง ต่อเนื่องมาจากการที่พรรคภูมิใจไทยไม่โหวตให้ “พิธา” เป็นนายกฯ อย่างอ้างประชาชน เพราะสิ่งที่ทำไปประชาชนไม่ได้อะไร ล้วนมีแต่เสียกับการตัดสินใจแบบนี้ที่ปล่อยเสือออกจากกรง แล้วคนเลี้ยงที่ว่าจะคุมเสือ กลับถูกเสือคาบไปกิน รอดูได้เลย ภาระที่พรรคประชาชนต้องแบกใส่บ่าหามไว้ จะส่งผลให้พรรคประชาชนเสียคะแนนมหาศาลที่กล้าเอาเนื้อสดไปฝากไว้กับเสือหิว หรือจะว่าไป นี่เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เคยเห็นมาในการเมืองไทย

#TheStructure

#TheStructureNews

#ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ #พรรคประชาชน #พรรคภูมิใจไทย

2025/9/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์การเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยได้แสดงบทบาทที่น่าสนใจและสร้างความขัดแย้งในวงการการเมืองอย่างมาก การที่พรรคประชาชนให้การสนับสนุนการขึ้นเป็นนายกฯ ของนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แม้จะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านนั้น สะท้อนถึงสภาพการณ์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ" ตามที่ได้มีการวิจารณ์ ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองและประชาชนต่างตั้งคำถามถึงความจริงใจและเป้าหมายของพรรคประชาชนในการดำเนินนโยบายนี้ การจัดตั้งรัฐบาลโดยพัฒนาการใช้ระบบโควต้าที่ให้ข้อได้เปรียบพรรคภูมิใจไทยในกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม นอกจากจะเป็นการแสดงถึงอำนาจทางการเมืองที่ถูกรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งแล้ว ยังส่งผลให้พรรคประชาชนเสียโอกาสในการควบคุมฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ทั้งที่ในทางทฤษฎีพรรคควรทำงานในฐานะฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างแท้จริง เงื่อนไขทางการเมืองที่ซ้อนทับและสถานะที่ไม่ชัดเจนนี้ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าพรรคประชาชนได้ใช้กลยุทธ์ที่อาจดูเหมือนจะรักษาภาพลักษณ์ในฐานะฝ่ายค้าน แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับทำหน้าที่เป็นแรงสนับสนุนในการบริหารงานของพรรคภูมิใจไทย ด้วยการโหวตเลือกนายกฯ และยอมรับบทบาทฝ่ายค้านที่ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลยุทธ์การเมืองแบบ "นั่งร้าน" ที่อนุญาตให้พรรคภูมิใจไทยครองอำนาจได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การควบคุมกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการบริหารราชการแผ่นดิน ยังเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูง เพราะตัวอย่างกรณีเขากระโดงและข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นสัญลักษณ์ของความท้าทายต่อความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเมืองไทย การที่พรรคประชาชนต้องเผชิญกับผลกระทบด้านภาพลักษณ์และคะแนนเสียงจากความร่วมมือในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเมืองที่ขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองและความคาดหวังของประชาชนในเรื่องความจริงใจและความโปร่งใส ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของนักการเมืองและพรรคการเมืองในการสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยในระยะเวลาสั้นๆ อาจยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้น ความคาดหวังและความตั้งใจของพรรคประชาชนในการรักษาหลักการและต่อต้านการใช้ ม.112 ในทางการเมืองจึงต้องได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าพรรคจะสามารถนำเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ได้หรือไม่ในอนาคตอันใกล้นี้

16 ความคิดเห็น

รูปภาพของ user1786448204461
user1786448204461

นักการเมือง แบบ ชวน จำลอง หมดไปแล้ว ไม่ดีแต่พูด หาเสียงแต่ทำไม่ได้ โครงการเพ้อฝัน ใส่เสน่ห?ให้ประชาชนคล้อยตาม หาเสียงแบบหลอกลวง แล้วยังไปเชื่อ

รูปภาพของ กฤษดา เอียสกุล
กฤษดา เอียสกุล

ผลประโยชน์เท่านั้นคือนโยบายของแต่ละพรรค

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม